ข้อความต้นฉบับในหน้า
gob
สาเกต เป็นเมืองใหม่ของแคว้น
โกศล.... และผู้ที่ปกครองเมืองนั้น
แทนที่จะเป็นกษัตริย์หรือพราหมณ์
แต่กลับเป็นเศรษฐีผู้มีทรัพย์
มากกว่าเศรษฐีใด ๆ
อาคารและร้านตลาดทุกอย่างเป็นไปอย่างมีระเบียบ และ เป็นอัครมเหสี เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นการแปลกที่พระเจ้า
ผู้ที่ปกครองเมืองนั้น แทนที่จะเป็นกษัตริย์หรือพราหมณ์
แต่กลับเป็นเศรษฐีผู้มีทรัพย์ยิ่งกว่าเศรษฐีใด ๆ แม้ในกรุง
สาวัตถีราชธานีของแคว้นโกศลเอง เพราะเมืองสาเกตนี้เป็น
เมืองที่เศรษฐีสร้างขึ้น ลักษณะการก่อสร้างต่าง ๆ จึงดีกว่า
มหานครเก่าแก่ทั้งหลายอันมีทั้งของเก่าของใหม่สลับซับซ้อน
ปเสนทิจะเสด็จไปเยี่ยมพระเจ้าพิมพิสารจนถึงกรุงราชคฤห์
พระเจ้าพิมพิสารทราบข่าวการเสด็จของพระเจ้าปเสนทิ
ก็ทรงจัดการรับรองโดยสมควรแก่ขัตติยราชประเพณี เมื่อ
ทรงสนทนาปราศรัยกันด้วยสาราณียกถาพอสมควรแล้ว
พระเจ้าพิมพิสารก็ตรัสเปิดโอกาสให้พระเจ้าปเสนทิทรง
แจ้งพระราชประสงค์ในการเสด็จ
พระเจ้าปเสนทิตรัสว่า ในแว่นแคว้นของพระเจ้า
ปนกันไม่มีระเบียบ
สมัยหนึ่ง พระเจ้าปเสนทิราชาแห่งแคว้นโกศลทรง
รำพึงว่า กรุงสาวัตถีนี้เป็นนครหลวงแห่งชนบทอันกว้างขวาง
มีนามกระเดื่องเป็นที่ยำเกรงของพระราชาใกล้เคียงทั้งหลาย
แต่ไม่มีเศรษฐีซึ่งนับว่ามีชื่อเสียงเท่าเทียมเศรษฐีบางคน
แห่งเมืองอื่น ๆ เลย มีคารเศรษฐีแห่งกรุงสาวัตถีราชธานีของ
แคว้นนี้มีทรัพย์ถึง ๔๐ โกฏิก็จริง แต่เมื่อเทียบกับเศรษฐี
ในแคว้นอังคะ มคธะ ของพระเจ้าพิมพิสารแล้ว ๔๐ โกฏิ
นั่นก็คล้ายกับทรัพย์หยิบมือเดียว เศรษฐีอยู่ในเมืองใด
การไปมาค้าขายหรือความเจริญในการงานก็เกิดขึ้นดั่งเงา
ตามตัว แคว้นอังคะและมคธะ ซึ่งพระเจ้าพิมพิสารทรง
ปกครองนั้น มีเศรษฐีซึ่งมีทรัพย์ขนาดนับประมาณไม่ได้
ถึง ๔ คน คือ โชติบเศรษฐี, ชฏิลเศรษฐี, เมณฑกเศรษฐี
ปุณณกเศรษฐี และกากวัลลียเศรษฐี เมื่อแคว้นโกศลและ
กาสไม่มีเศรษฐีประดับบุญบารมีของพระราชาถึงขนาด
แคว้นอังคะและมาระเลย จึงน่าจะเดินทางไปเจรจากับ
พระเจ้าพิมพิสาร ขอเศรษฐีเหล่านั้นสักคนใดคนหนึ่ง ไป
ตั้งหลักแหล่งอยู่ในแคว้นของพระองค์
พระเจ้าปเสนทิกับพระเจ้าพิมพิสาร ทรงเกี่ยวดอง
กันในฐานะที่ต่างฝ่ายต่างก็ได้กนิษฐภคินีของกันและกัน
พิมพิสารมีเศรษฐีผู้มีบุญมีทรัพย์นับประมาณมิได้ถึง ๕ คน
แต่ในแว่นแคว้นของพระองค์ไม่มีเลย จึงเสด็จมาเพื่อทูลขอ
สักคนหนึ่งไปไว้ในแคว้นโกศล
พระเจ้าพิมพิสาร ทรงพิจารณาดูถึงหลักฐานของ
เศรษฐีแต่ละคนในแคว้นมคธและยังคะแล้ว ก็ทรงรู้สึกว่า
การจะให้เศรษฐีคนใดคนหนึ่ง ซึ่งล้วนตั้งหลักฐานมั่นคง
มีบริษัทบริวารคนละนับด้วยจำนวนสิบ ๆ ร้อย ๆ หมู่บ้าน
ย้ายไปอยู่ยังแคว้นอื่นนี้ ก็ไม่ผิดอะไรกับการทำปฐพีประเทศ
ให้หวั่นไหว เมื่อทรงไตร่ตรองหาทางผ่อนผัน ก็ทรงพระราช
ดำริขึ้นได้ว่าเมณฑกเศรษฐีมีบุตรอยู่คนหนึ่งชื่อ ธนัญชัย
เศรษฐี ถ้าเราเรียกมาปรึกษาบางทีอาจตกลงย้ายไปก็ได้
จึงรับสั่งให้ตามหาธนัญชัยเศรษฐีเข้าไปเฝ้า ทรงเล่าเรื่อง
ที่พระเจ้าปเสนที่มีพระราชประสงค์จะได้เศรษฐีไปอยู่ใน
กรุงสาวัตถี และพระองค์ใครที่จะให้ธนัญชัยเศรษฐีสนอง
พระราชประสงค์ในข้อนี้
ธนัญชัยเศรษฐีตอบด้วยคารวะในพระราชาว่า ถ้า
มีพระราชประสงค์เช่นนั้น คนก็ยินดีจะสนองพระมหากรุณา
ในข้อนี้
Kalyanamitra.org