เศรษฐีในเมืองสาเกต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 4 หน้า 110
หน้าที่ 110 / 140

สรุปเนื้อหา

gob สาเกต เป็นเมืองใหม่ของแคว้น โกศล.... และผู้ที่ปกครองเมืองนั้น แทนที่จะเป็นกษัตริย์หรือพราหมณ์ แต่กลับเป็นเศรษฐีผู้มีทรัพย์ มากกว่าเศรษฐีใด ๆ อาคารและร้านตลาดทุกอย่างเป็นไปอย่างมีระเบียบ และ เป็นอัครมเหสี เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นการแปลกที่พระเจ้า ผู้ที่ปกครองเมืองนั้น แทนที่จะเป็นกษัตริย์หรือพราหมณ์ แต่กลับเป็นเศรษฐีผู้มีทรัพย์ยิ่งกว่าเศรษฐีใด ๆ แม้ในกรุง สาวัตถีราชธานีของแคว้นโกศลเอง เพราะเมืองสาเกตนี้เป็น เมืองที่เศรษฐีสร้างขึ้น ลักษณะการก่อสร้างต่าง ๆ จึงดีกว่า มหานครเก่าแก่ทั้งหลายอันมีทั้งของเก่าของใหม่สลับซับซ้อน ปเสนทิจะเสด็จไปเยี่ยมพระเจ้าพิมพิสารจนถึงกรุงราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารทราบข่าวการเสด็จของพระเจ้าปเสนทิ ก็ทรงจัดการรับรองโดยสมควรแก่ขัตติยราชประเพณี เมื่อ ทรงสนทนาปราศรัยกันด้วยส

หัวข้อประเด็น

- เศรษฐีในเมืองสาเกต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

gob สาเกต เป็นเมืองใหม่ของแคว้น โกศล.... และผู้ที่ปกครองเมืองนั้น แทนที่จะเป็นกษัตริย์หรือพราหมณ์ แต่กลับเป็นเศรษฐีผู้มีทรัพย์ มากกว่าเศรษฐีใด ๆ อาคารและร้านตลาดทุกอย่างเป็นไปอย่างมีระเบียบ และ เป็นอัครมเหสี เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นการแปลกที่พระเจ้า ผู้ที่ปกครองเมืองนั้น แทนที่จะเป็นกษัตริย์หรือพราหมณ์ แต่กลับเป็นเศรษฐีผู้มีทรัพย์ยิ่งกว่าเศรษฐีใด ๆ แม้ในกรุง สาวัตถีราชธานีของแคว้นโกศลเอง เพราะเมืองสาเกตนี้เป็น เมืองที่เศรษฐีสร้างขึ้น ลักษณะการก่อสร้างต่าง ๆ จึงดีกว่า มหานครเก่าแก่ทั้งหลายอันมีทั้งของเก่าของใหม่สลับซับซ้อน ปเสนทิจะเสด็จไปเยี่ยมพระเจ้าพิมพิสารจนถึงกรุงราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารทราบข่าวการเสด็จของพระเจ้าปเสนทิ ก็ทรงจัดการรับรองโดยสมควรแก่ขัตติยราชประเพณี เมื่อ ทรงสนทนาปราศรัยกันด้วยสาราณียกถาพอสมควรแล้ว พระเจ้าพิมพิสารก็ตรัสเปิดโอกาสให้พระเจ้าปเสนทิทรง แจ้งพระราชประสงค์ในการเสด็จ พระเจ้าปเสนทิตรัสว่า ในแว่นแคว้นของพระเจ้า ปนกันไม่มีระเบียบ สมัยหนึ่ง พระเจ้าปเสนทิราชาแห่งแคว้นโกศลทรง รำพึงว่า กรุงสาวัตถีนี้เป็นนครหลวงแห่งชนบทอันกว้างขวาง มีนามกระเดื่องเป็นที่ยำเกรงของพระราชาใกล้เคียงทั้งหลาย แต่ไม่มีเศรษฐีซึ่งนับว่ามีชื่อเสียงเท่าเทียมเศรษฐีบางคน แห่งเมืองอื่น ๆ เลย มีคารเศรษฐีแห่งกรุงสาวัตถีราชธานีของ แคว้นนี้มีทรัพย์ถึง ๔๐ โกฏิก็จริง แต่เมื่อเทียบกับเศรษฐี ในแคว้นอังคะ มคธะ ของพระเจ้าพิมพิสารแล้ว ๔๐ โกฏิ นั่นก็คล้ายกับทรัพย์หยิบมือเดียว เศรษฐีอยู่ในเมืองใด การไปมาค้าขายหรือความเจริญในการงานก็เกิดขึ้นดั่งเงา ตามตัว แคว้นอังคะและมคธะ ซึ่งพระเจ้าพิมพิสารทรง ปกครองนั้น มีเศรษฐีซึ่งมีทรัพย์ขนาดนับประมาณไม่ได้ ถึง ๔ คน คือ โชติบเศรษฐี, ชฏิลเศรษฐี, เมณฑกเศรษฐี ปุณณกเศรษฐี และกากวัลลียเศรษฐี เมื่อแคว้นโกศลและ กาสไม่มีเศรษฐีประดับบุญบารมีของพระราชาถึงขนาด แคว้นอังคะและมาระเลย จึงน่าจะเดินทางไปเจรจากับ พระเจ้าพิมพิสาร ขอเศรษฐีเหล่านั้นสักคนใดคนหนึ่ง ไป ตั้งหลักแหล่งอยู่ในแคว้นของพระองค์ พระเจ้าปเสนทิกับพระเจ้าพิมพิสาร ทรงเกี่ยวดอง กันในฐานะที่ต่างฝ่ายต่างก็ได้กนิษฐภคินีของกันและกัน พิมพิสารมีเศรษฐีผู้มีบุญมีทรัพย์นับประมาณมิได้ถึง ๕ คน แต่ในแว่นแคว้นของพระองค์ไม่มีเลย จึงเสด็จมาเพื่อทูลขอ สักคนหนึ่งไปไว้ในแคว้นโกศล พระเจ้าพิมพิสาร ทรงพิจารณาดูถึงหลักฐานของ เศรษฐีแต่ละคนในแคว้นมคธและยังคะแล้ว ก็ทรงรู้สึกว่า การจะให้เศรษฐีคนใดคนหนึ่ง ซึ่งล้วนตั้งหลักฐานมั่นคง มีบริษัทบริวารคนละนับด้วยจำนวนสิบ ๆ ร้อย ๆ หมู่บ้าน ย้ายไปอยู่ยังแคว้นอื่นนี้ ก็ไม่ผิดอะไรกับการทำปฐพีประเทศ ให้หวั่นไหว เมื่อทรงไตร่ตรองหาทางผ่อนผัน ก็ทรงพระราช ดำริขึ้นได้ว่าเมณฑกเศรษฐีมีบุตรอยู่คนหนึ่งชื่อ ธนัญชัย เศรษฐี ถ้าเราเรียกมาปรึกษาบางทีอาจตกลงย้ายไปก็ได้ จึงรับสั่งให้ตามหาธนัญชัยเศรษฐีเข้าไปเฝ้า ทรงเล่าเรื่อง ที่พระเจ้าปเสนที่มีพระราชประสงค์จะได้เศรษฐีไปอยู่ใน กรุงสาวัตถี และพระองค์ใครที่จะให้ธนัญชัยเศรษฐีสนอง พระราชประสงค์ในข้อนี้ ธนัญชัยเศรษฐีตอบด้วยคารวะในพระราชาว่า ถ้า มีพระราชประสงค์เช่นนั้น คนก็ยินดีจะสนองพระมหากรุณา ในข้อนี้ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More