ข้อความต้นฉบับในหน้า
เริ่มลงฉบับที่ ๑๕/๒๕๓๐)
ภาษาบาลีเป็นภาษาชั้นสูง ใช้ใน
พุทธศาสนานับตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น
เดียวกับภาษาลาตินที่ใช้ในคริสต์ศาสนา
ความหมายของ “ธรรมะ” ในอรรถกถา
ต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าหลังจากที่พระ
พุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว (ซึ่งอยู่ในช่วง
พระสาวกรุ่นที่ ๓-๔) ได้มีผู้ศึกษา
“ธรรมะ” เพื่อนำมาใช้ให้ตรงและให้มี
ใจความครบสมบูรณ์ที่สุด เพื่อจะได้
ทราบถึงความมุ่งหมายของพระพุทธเจ้า
และสื่อความหมายนั้นออกมาได้ถูกต้อง
แต่ภาษาบาลีก็มิใช่ภาษาแม่ของชาว
พุทธทุกคน อาจจะเป็นภาษาที่ ๒,๓
หรือ ๔ ก็ได้ อรรถกถาจารย์ชาวสิงหล
ซึ่งก็ไม่ได้ใช้ภาษาบาลีเป็นหลัก จึงต้อง
พยายามที่จะต้องเก็บและรักษาใจความ
ของ “ธรรมะ” ให้ดีที่สุดให้จงได้
มีอยู่คำหนึ่งที่น่าสนใจในอรรถ
กถา คือคำว่า “ปริยัติ” ถ้าเราแปลคำ
นี้ว่า “ตำรา” หรือ “คัมภีร์” ก็ยังไม่ถูกที
เดียว คำ ๆ นี้มีการเปลี่ยนแปลงความ
หมายมาตลอด คำว่า “ปริยัติ” มา
จากรากศัพท์ อาป หมายถึง “ได้มา”
และอุปสรรค ปริ หมายถึง “โดยรอบ”
เมื่อใช้คำว่า “ปริยัติ” คู่กับ “ธรรมะ”
แสดงให้เห็นว่ามีการถ่ายทอดธรรมะ
จากครูถึงศิษย์ ในพระสูตรต่าง ๆ มีข้อ
ความบางแห่งที่คำว่า “ปริยัติ” หมายถึง
“ความสำเร็จ, ความรู้ที่ควรจะต้องรู้” ใน
อรรถกถา “ปริยัติ” จะหมายถึง “ธรรมะ”
เมื่อหมายถึงธรรมะในพระสูตร สุมังคล
วิลาสินีใช้ “ปริยัติ” แทน “ธรรมะ” ดัง
ในข้อความที่ว่า “ดูก่อน ภิกษุย่อม
ศึกษา (ปริยาปุณาติ) ปริยัติ” “ปริยัติ”
หมายถึงสิ่งที่จะต้องทำให้คุ้นเคย ท่องจำ
จดจำ หรือจะหมายถึงองค์ของคำสอนก็
ได้ คำว่า ปริยัติธรรม หมายถึง
ธรรมะที่จะต้องศึกษาให้ถ่องแท้
ท่องจำ และจดจำ เมื่อใช้ “ปริยัติ” กับ
“ธรรมะ” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ
อธิบายศัพท์ หรือเป็นคำประสม ย่อม
หมายถึง คำสอนของพระพุทธเจ้าที่
จะต้องจดจำ และเมื่อขยายความก็จะ
หมายถึง คำสอนที่ถูกต้องเที่ยงตรง
“ธรรมะ” ยังมีความหมายเกี่ยว
เนื่องถึงกระบวนการของชีวิตอีกด้วย
โดยจะใช้รูปพหูพจน์ว่า “ธรรมะทั้งหลาย”
ดังที่มีความหมายตรงกับนิสัตตะ “ที่
ปราศจากสิ่งมีชีวิต” หรือนิชชีวตา
“ความไม่มีชีวิต”, หรือสุญญตา “ความ
ว่าง”, หรืออนัตตา “ที่มิใช่ตัวตน” ถึงแม้
ธรรมะจะไม่มีชีวิต แต่ก็มิได้หยุดนิ่ง
กับที่ ทั้งนี้เพราะมันเป็นเหตุ และมัน
ยังเป็นสิ่งที่รู้ได้ (เญยยะ) ธรรมะ
ทำให้ร่างกายและจิตใจไม่เกิดขึ้น
เป็นไปแบบสะเปะสะปะหรือสับสน
อลหม่าน แต่ทำให้มีระเบียบแบบ
แผนที่งดงาม
ตามปกติ ทุก ๆ คำที่เราพูด ไม่ได้
อธิบายสิ่งที่เราหมายถึงในใจเสมอไป
เพราะฉะนั้นความหมายข้างต้นของ “ธรร
มะ” ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีสิ่งที่
ซ่อนลึกอยู่ในใจอีกมากมาย อรรถกถา
จารย์จึงใช้คำว่า “อาทิ” ที่แปลว่า และ
เรื่องแปล
กัลยาณมิตร อรุณลักษณ์ ไชยนันทน์
ธรรมะในทัศนะ
ของชาวตะวนออก
Kalyanamitra.org
๖ด