ความบังเอิญในชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 4 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 140

สรุปเนื้อหา

ที่พยายามต่อด้านการเกิดของป้า เรียก ว่าเขาพยายามให้ตายเสียตั้งแต่อยู่ใน ท้องของแม่ทีเดียว” ทำไมป้าคิดอย่างนั้นเล่าคะ จะไม่ให้คิดยังงั้นได้ยังไงจ๊ะ ก็ ป้าจวนเจียนตายต่อมาอีกหลายครั้ง หลายหนในชีวิต ตอนคุณแม่เจ็บท้อง จะคลอดป้า ท่านเจ็บอยู่ถึง ๓ วัน ๓ คืน ก็ยังไม่คลอด ที่บ้านป่าแห่งนั้นอยู่ ห่างไกลจากตัวเมืองมาก การเดินทาง มีแต่ทางเกวียนรอนแรมไปเสียเวลาหลาย วัน ตามทางโจรผู้ร้ายก็ชุกชุม การทำ คลอดจึงต้องอาศัยเพียงหมอตาแยพื้น บ้าน จนครบ ๓ วันแล้วป้าก็ยังไม่ยอม ออกมาจากท้อง อาการของคุณแม่เพียบ มาก คุณตาซึ่งเป็นมรรคทายกของ วัดจึงไปนิมนต์พระภิกษุของวัดประจำ หมู่บ้านมาจนหมดวัด ทำพิธีสวดมนต์ เป็นการใหญ่ คุณแม่ของป้าดื่มน้ำ พระพุทธมนต์ ทำให้คลอดป้าออก มาได้” เรียกว่าพระช่วยคุณป้าตั้งแต่เกิดเดียว นะคะ “เ

หัวข้อประเด็น

- ความบังเอิญในชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ที่พยายามต่อด้านการเกิดของป้า เรียก ว่าเขาพยายามให้ตายเสียตั้งแต่อยู่ใน ท้องของแม่ทีเดียว” ทำไมป้าคิดอย่างนั้นเล่าคะ จะไม่ให้คิดยังงั้นได้ยังไงจ๊ะ ก็ ป้าจวนเจียนตายต่อมาอีกหลายครั้ง หลายหนในชีวิต ตอนคุณแม่เจ็บท้อง จะคลอดป้า ท่านเจ็บอยู่ถึง ๓ วัน ๓ คืน ก็ยังไม่คลอด ที่บ้านป่าแห่งนั้นอยู่ ห่างไกลจากตัวเมืองมาก การเดินทาง มีแต่ทางเกวียนรอนแรมไปเสียเวลาหลาย วัน ตามทางโจรผู้ร้ายก็ชุกชุม การทำ คลอดจึงต้องอาศัยเพียงหมอตาแยพื้น บ้าน จนครบ ๓ วันแล้วป้าก็ยังไม่ยอม ออกมาจากท้อง อาการของคุณแม่เพียบ มาก คุณตาซึ่งเป็นมรรคทายกของ วัดจึงไปนิมนต์พระภิกษุของวัดประจำ หมู่บ้านมาจนหมดวัด ทำพิธีสวดมนต์ เป็นการใหญ่ คุณแม่ของป้าดื่มน้ำ พระพุทธมนต์ ทำให้คลอดป้าออก มาได้” เรียกว่าพระช่วยคุณป้าตั้งแต่เกิดเดียว นะคะ “เรียกอย่างนั้นก็ได้จ้ะ ยังมีเรื่อง ที่พระท่านช่วยอีกนะจ๊ะ คือยังงี้ พอคุณ แม่คลอดป้าแล้วท่านก็มีอาการตาบอด สนิท มองอะไรไม่เห็นเอาเลย คงเป็น เพราะขาดสารอาหารในระยะตั้งครรภ์ เมื่อตาบอด ท่านก็ไม่เป็นอันเลี้ยงดูป้า ได้สะดวก ป้าจึงผอมตัวเล็กนิดเดียว เลี้ยงแทบไม่รอดในตอนเกิดใหม่ ๆ นั้น โถ น่าสงสาร แล้วเป็นยังไงต่อคะ “หลังจากคลอดแล้วไม่นาน คุณ พ่อก็พาคุณแม่พร้อมกับป้าย้ายไปอีก ตำบลหนึ่งที่ท่านสอนนักเรียนอยู่ วัน หนึ่งมีพระภิกษุ ๔ รูปจากวัดในหมู่บ้าน เดิมมาเยี่ยมคุณแม่ ท่านตกใจมาก เพราะคนโบราณชอบถือว่าพระ ๔ รูป เป็นจำนวนที่นิยมนิมนต์สวดศพคนตาย อารามตกใจคุณแม่ตื่นเต้นจนทำให้ หายจากโรคตาบอด มองเห็นอะไร ๆ ดีดังเดิมในเวลานั้นเอง" เป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ ด้วยนะคะ พระช่วยคุณแม่ของคุณป้าสองครั้งแล้ว “ใช่ นี่แหละหลาน พอป้าฟัง คุณแม่เล่าประวัติครั้งใด จึงสงสารและ รักท่านมาก เพราะป้ามิได้ทำทุกข์ให้ ท่านเพียงแค่นั้น พอฟันของช้าง กป่า ก็กัดหัวนมของคุณแม่เสียแทบขาด เลย ถูกให้อดนม พอโตรู้ความ จึงสอนตนเอง ทันทีว่า ความเกิดเป็นทุกข์ ทุกข์ทั้ง ผู้ให้กำเนิด และทุกข์ทั้งผู้เกิดเอง โดยเทียบเอาจากประวัติชีวิตของตนเอง แล้วยังนึกเพิ่มต่อไปว่า โตขึ้นเราจะ ไม่แต่งงาน ไม่มีลูก จะได้ไม่ต้อง ทุกข์” เอ๊ะ แต่คุณป้ามีลูกตั้ง 3 คนนี่คะ “ใช่ นั่นก็เป็นเหตุบังเอิญอีกประ การหนึ่งล่ะจ้ะ เรื่องของชีวิตไม่ใคร่เป็น ไปตามที่เราคิดหวัง เรื่องบังเอิญอื่นยังมี อีกนะ เช่นเรื่องการเป็นครูทั้งทางโลก และทางธรรมนี้ ป้าก็ไม่เคยคิดอยาก เป็นเอาเลย อ้าว ทำไมยังงั้นล่ะคะ คุณพ่อคุณแม่ ของคุณป้าก็เป็นครูทั้งสองคน ทำไมคุณ ป้าจึงไม่อยากเป็นครู หลานรู้สึกงงจัง เลยค่ะ “ก็ป้าได้เห็นความทุกข์ยากของ คุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่จำความได้สิ จ๊ะ เลยเกิดเบื่อหน่าย หลานน่ะไม่รู้ อะไร ป้านอนอยู่ใต้กระดานดำที่ใช้ สอนนักเรียนตั้งแต่ตัวยังแดง ๆ ทีเดียว ก็คุณพ่อคุณแม่เป็นครูทั้งสองคน ท่าน ก็ต้องเอาป่าไปเลี้ยงที่โรงเรียนด้วย ท่าน ใช้ผ้าขาวม้าผูกเปลให้ป้านอนที่ขาหยั่ง กระดานดำ ให้ป้านอนหลับกินฝุ่นชอล์ค มาตั้งแต่เล็ก พอโตหน่อยเห็นครู นักเรียน ป้าก็ทำตามบ้าง เดินเตาะแตะ ๆ ลาก ไม้เรียวที่คนโน้นที คนนี้ที เป็นที่ขบขัน ของทุกคน นักเรียนในสมัยแรกประกาศ การศีกษาภาคบังคับ ล้วนแต่เป็นเด็ก วัยรุ่นทั้งสิ้น ทุกคนช่วยกันเลี้ยงป้า อุ้มป้ากันมาทั้งนั้น คุณแม่เล่าว่าตอนป่า หัดเดินเตาะแตะได้ ตัวอ้วนน่ารักมาก ส่วนมากนักเรียนช่วยกันเลี้ยงขนม" คุณป้าเกลียดอาชีพครูได้อย่างไรคะ “คืองี้ ป้าเห็นความหนักใจที่คุณ พ่อต้องปกครองครู ปกครองนักเรียน ต้องดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านด้วย ไม่มี เวลาว่างเลย ป้าเบื่อหน่ายแทน (หัวเราะ) แต่คุณป้าก็ต้องเป็นครูจนได้ นะคะ นั่นแหละเป็นเรื่องบังเอิญอีกน่ะ แหละ มีอีกเรื่องหนึ่งนะบังเอิญอย่าง ประหลาดจริง ๆ ด้วย คุณพ่อของป้าเล่า ๆ ว่า พอป้าเกิดแล้วไม่ถึงปีคุณพ่อคุณแม่ อยากมีบ้านหลังใหญ่ให้ลูกวิ่งเล่น ไม่ อยากให้อยู่กระท่อมดังเดิม ปิดเทอม ฤดูน้ำหลากปีนั้น คุณพ่อกับเพื่อน ๒-๓ คน จึงเดินทางเข้าป่าลึก ตัดไม้สักกับ ไม้แดงมาปลูกบ้าน สมัยเมื่อ ๕๐ ปี เศษมาแล้ว ยังไม่มีกฎหมายห้ามตัดไม้ ทำลายป่า คุณพ่อผูกไม้เป็นแพล่องมา ตามน้ำ ส่วนคุณแม่ก็ขายทองรูปพรรณ ที่ติดตัวอยู่ทั้งหมดเป็นค่าจ้างปลูกบ้าน ช่างเป็นชาวจีนไหหลำปลูกบ้าน เป็นเรือนไทยสองหลังแฝด เป็นเรื่อง แปลกจริง ๆ คุณพ่อเล่าถวายท่านหลวง 1 พ่อธัมมชโยภิกขุ ในวันทำบุญยกบ้าน ให้วัดเมื่อเริ่มก่อสร้างวัดว่า เมื่อตอน ขณะลงมือสร้างบ้านนั้น ท่านมีความ รู้สึกว่าบ้านนี้ในอนาคตจะต้องถูกรื้อ แต่ท่านก็ไม่ทราบว่าจะรื้อเอาไปไหน ท่านจึงขอร้องช่าง ไม่ให้ใช้ตะปูเลยแม้ Kalyanamitra.org co
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More