ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่ควรปล่อยตนให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจแห่ง
ความรัก เพราะการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก
เป็นเรื่องทรมาน และเรื่องที่จะบังคับมิให้
พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัย
วันหนึ่ง”
พระพุทธดำรัสนี้ช่างเป็นความ
จริงเสียนี่กระไร แต่เธอจะพยายาม
หักห้ามใจมิให้คิดถึงพระอานนท์สัก
เท่าใดก็หาสําเร็จไม่ เธอตกเป็นทาส
แห่งความรักแล้วอย่างหมดสิ้นหัวใจ
รุ่งขึ้นเวลาบ่าย นางเที่ยวเดินชม
โน่นชมนี่ ในบริเวณโฆสิตาราม เพื่อ
บรรเทาความกระวนกระวายกลัดกลุ้ม
รุ่มร้อน เธอเดินมาหยุดยืนอยู่ริมสระ
ซึ่งมีบัวบานสะพรั่ง รอบ ๆ สระมีม้านั่ง
ทําด้วยไม้และมีพนักพิงอย่างสบาย
เธอชอบมานั่งเล่นบริเวณสระนี้เสมอ ๆ
ดูดอกบัวดูแมลงซึ่งบินวนไปเวียนมา
อยู่กลางสระ ลมพัดเฉื่อยฉิวหอบเอา
กลิ่นดอกบัวและกลิ่นน้ำคละเคล้ากันมา
ทำให้นางมีความแช่มชื่นขึ้นบ้าง ธรรม
ชาติเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิต ชีวิตที่อยู่
กับธรรมชาติมักจะเป็นชีวิตที่ชื่นสุขเบา
สบาย ยิ่งมนุษย์ทอดทิ้งห่างเหินจาก
ธรรมชาติมากเท่าใด เขาก็ยิ่งห่างความ
สุขออกไปทุกที่มากเท่านั้น
ขณะที่นางกำลังเพลินอยู่กับธรรม
ชาติอันสวยงาม และดูเหมือนความรุ่ม
ร้อนจะลดลงได้บ้างนั้นเอง นางได้ยิน
เสียงเหมือนมีคนเดินอยู่เบื้องหลัง ทันที
ที่นางเหลียวไปดู....ภาพ ณ เบื้องหน้า
นางเข้ามาทำลายความสงบราบเรียบ
เสียโดยพลัน... พระอานนท์และโฆสิต
มหาเศรษฐีเจ้าของคารามนั่นเอง นาง
รู้สึกตะครั่นตะครอ มือและริมฝีปากนาง
เริ่มสั่นน้อย ๆ เหมือนคนเริ่มจะจับไข้
เมื่อพระอานนท์เข้ามาใกล้ นางถอยหลัง
ไปนิดหนึ่งโดยมิได้สำนึกว่า เบื้องหลัง
ของนาง ณ บัดนี้คือสระน้ำ บังเอิญเท้า
ข้างหนึ่งของนางเหยียบดินแข็งก้อนหนึ่ง
นางเสียหลักและล้มลง
พระอานนท์และโฆสิตมหาเศรษฐี
ตกตะลึงยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นศิลา สักครู่
หนึ่งจึงได้สติ แต่ไม่ทราบจะช่วยนาง
ประการใด นางเป็นภิกษุณีอันใคร ๆ
จะถูกต้องมิได้ อย่าพูดถึงพระอานนท์
เลย แม้โฆสิตมหาเศรษฐีเองก็ไม่กล้า
ยื่นมือประคองนางให้ลุกขึ้น นางพยายาม
ช่วยตัวเองจนสามารถลุกขึ้นมาสำเร็จ
แล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระอานนท์ ก้ม
หน้านิ่งด้วยความละอาย
“น้องหญิง” เสียงทุ้ม ๆ นุ่มนวล
ของพระอานนท์ ปรากฏแก่โสตของนาง
เหมือนแว่วมาตามสายลมจากที่ไกล
"อาตมาขออภัยด้วยที่ทำให้เธอตกใจ
และลำบาก เธอเจ็บบ้างไหม?”
เสียงเรียบ ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความ
ห่วงใยของพระอานนท์ ได้เป็นเหมือนน้ำ
ทิพย์ชโลมใจนางให้ชื่นบาน อะไรเล่าจะเป็น
ความชื่นใจของสตรีมากเท่ารู้สึกว่าชาย
ที่ดินพะวงรักมีความห่วงใยในตน สตรี
เป็นเพศที่จ่าความดีของผู้อื่นได้เก่งพอ ๆ
กับการให้อภัยและลืมความผิดพลาด
ของชายอันตนรัก เหมือนเด็กน้อย แม้
จะถูกเฆี่ยนมาจนปวดร้าวไปทั้งตัว แต่
พอมารดาผู้เพิ่งจะวางไม้เรียวแล้วหัน
มาปลอบด้วยคำอันอ่อนหวานสักครู่หนึ่ง
และแถมด้วยขนมชิ้นน้อย ๆ บ้างเท่านั้น
เด็กน้อยจะลืมเรื่องไม้เรียว กลับหันมา
ชื่นชมยินดีกับค่าปลอบโยนและขนมชิ้น
น้อย เขาจะซุกตัวเข้าสู่อ้อมอกของมารดา
และกอดรัดเหมือนอาลัยอย่างที่สุด การ
ให้อภัยกับคนที่ตนรักนั้นไม่มีที่สิ้นสุด
ในหัวใจของสตรี และบางทีก็เป็น
เพราะธรรมชาติอันนี้ด้วยที่ทำให้เธอ
ชอกช้ำแล้วซอกช้ำอีก แต่มนุษย์ทั้งบุรุษ
และสตรีเป็นสัตวโลกที่ไม่ค่อยจะรู้จัก
เข็ดหลาบ จึงต้องชอกช้ำด้วยกันอยู่เนือง ๆ
นางซ้อนสายตาขึ้นมองพระอานนท์
แวบหนึ่ง แล้วคงก้มหน้าต่อไปไม่มีเสียง
เหมือนมีอะไรมาจุกที่
ตอบจากนาง
คอหอย นางพูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าดีใจ
หรือเสียใจที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
"น้องหญิง” เสียงพระอานนท์
ถามขึ้นอีก "เธอเจ็บบ้างไหม? อาตมา
เป็นห่วงว่าเธอจะเจ็บ”
“ไม่เป็นไร พระคุณเจ้า” เสียงตอบ
อย่างยากเย็นเต็มที่
Kalyanamitra.org