พระอานนท์เกี่ยวกับพระไตรปิฎก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 4 หน้า 82
หน้าที่ 82 / 140

สรุปเนื้อหา

พระอานนท์เป็นโอรสของเจ้าชาย สุกโกทนศากยะ ผู้เป็นพระอนุชาของ พระเจ้าสุทโธทนะพระพุทธบิดา เมื่อ นับโดยเชื้อสายจึงนับเป็นพระอนุชาหรือ ลูกผู้น้องของพระพุทธเจ้า ท่านออกบวช พร้อมกับราชกุมารอื่น ๆ อีก คือ ๑. อนุรุทธะ ๒. ภัคคุ ๓. กิมพ์ละ ๔. ภัททิยะ รวมเป็น ๔ ท่านในฝ่ายศากย วงศ์ เมื่อรวมกับเทวทัต ซึ่งเป็นราช กุมารในโกลิยวงศ์ ๑ กับอุบาลี ซึ่งเป็น พนักงานภูษามาลา มีหน้าที่เป็นช่าง กัลบกอีก ๑ จึงรวมเป็น ๗ ท่านด้วยกัน ๗ ท่านนี้ เมื่อออกบวชแล้วก็มีชื่อเสียง มากอยู่ ๔ ท่าน คือ พระอานนท์ เป็น พุทธอุปัฏฐาก ทรงจำพระพุทธวจนะได้ มาก พระอนุรุทธ์ ชำนาญในทิพยจักษุ พระอุบาลี ทรงจำและชำนิชำนาญใน ทางพระวินัย กับพระเทวทัต มีชื่อเสียง พระองค์ ๔. ถ้าพระผู้มีพระภาคจักไม่ ทรงพาข้าพระองค์ไปในที่นิมนต์ เงื่อนไขฝ่ายขอร้อง เพื

หัวข้อประเด็น

- พระอานนท์เกี่ยวกับพระไตรปิฎก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๗๘ พระอานนท์เป็นโอรสของเจ้าชาย สุกโกทนศากยะ ผู้เป็นพระอนุชาของ พระเจ้าสุทโธทนะพระพุทธบิดา เมื่อ นับโดยเชื้อสายจึงนับเป็นพระอนุชาหรือ ลูกผู้น้องของพระพุทธเจ้า ท่านออกบวช พร้อมกับราชกุมารอื่น ๆ อีก คือ ๑. อนุรุทธะ ๒. ภัคคุ ๓. กิมพ์ละ ๔. ภัททิยะ รวมเป็น ๔ ท่านในฝ่ายศากย วงศ์ เมื่อรวมกับเทวทัต ซึ่งเป็นราช กุมารในโกลิยวงศ์ ๑ กับอุบาลี ซึ่งเป็น พนักงานภูษามาลา มีหน้าที่เป็นช่าง กัลบกอีก ๑ จึงรวมเป็น ๗ ท่านด้วยกัน ๗ ท่านนี้ เมื่อออกบวชแล้วก็มีชื่อเสียง มากอยู่ ๔ ท่าน คือ พระอานนท์ เป็น พุทธอุปัฏฐาก ทรงจำพระพุทธวจนะได้ มาก พระอนุรุทธ์ ชำนาญในทิพยจักษุ พระอุบาลี ทรงจำและชำนิชำนาญใน ทางพระวินัย กับพระเทวทัต มีชื่อเสียง พระองค์ ๔. ถ้าพระผู้มีพระภาคจักไม่ ทรงพาข้าพระองค์ไปในที่นิมนต์ เงื่อนไขฝ่ายขอร้อง เพื่อป้องกันผู้กล่าวหาว่า พระอานนท์ จะอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าทำไม ในเมื่อ พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุเคราะห์แม้ด้วย เรื่องเพียงเท่านี้ ส่วนเงื่อนไขข้อสุดท้าย ก็เพื่อว่าถ้ามีใครถามท่านในที่ลับหลัง พระพุทธเจ้าว่า คาถานี้ สูตรนี้ ชาดกนี้ พระผู้มีพระภาคทรงแสดงในที่ใด ถ้า พระอานนท์ตอบไม่ได้ก็จะมีผู้กล่าวว่า พระอานนท์ตามเสด็จพระศาสดาไปดุจ เงาตามตัว แม้เรื่องเพียงเท่านี้ก็ไม่รู้ เมื่อพระอานนท์กราบทูลชี้แจงดังนั้นแล้ว พระศาสดาก็ทรงตกลงประทานพรหรือ เงื่อนไขทั้ง 6 ข้อ เฉพาะพรข้อที่ ๘ เป็นอุปการะแก่ การที่จะรวบรวมพระพุทธวจนะเป็น หมวดหมู่อย่างยิ่ง เพราะเมื่อพระพุทธ เจ้าปรินิพพานแล้ว พระอานนท์ได้รับ ๕. ถ้าพระองค์จะเสด็จไปสู่ที่ 1 หน้าที่ตอบคำถามเกี่ยวกับพระธรรม ในทางก่อเรื่องยุ่งยากในสังฆมณฑล จะ นิมนต์ ที่ข้าพระองค์รับไว้ ขอปกครองคณะสงฆ์แทนพระพุทธเจ้า 5. ถ้าข้าพระองค์จักนำบริษัทซึ่ง ในขณะที่มาแล้ว กล่าวเฉพาะพระอานนท์ เป็นผู้ | มาเฝ้าพระองค์แต่ที่ไกล ให้เข้าเฝ้าได้ ที่สงฆ์เลือกให้ทำหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐาก คือ ผู้รับใช้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า ก่อน ที่จะรับหน้าที่นี้ ท่านได้ขอพรหรือนัย หนึ่งเงื่อนไข ๘ ประการจากพระพุทธเจ้า เป็นเงื่อนไขฝ่ายปฏิเสธ ๔ ข้อ เงื่อนไข ฝ่ายขอร้อง ๔ ข้อ คือ เงื่อนไขฝ่ายปฏิเสธ ๑. ถ้าพระผู้มีพระภาคจักไม่ ประทานจีวรอันประณีตที่ได้แล้วแก่ ข้าพระองค์ ๓. ถ้าความสงสัยของข้าพระองค์ เกิดขึ้นเมื่อใด ขอให้ได้เข้าเฝ้าทูลถาม เมื่อนั้น และ ๔. ถ้าพระองค์ทรงแสดงข้อความ อันใดในที่ลับหลังข้าพระองค์ ครั้น เสด็จมาแล้วจักตรัสบอกข้อความอันนั้น แก่ข้าพระองค์ พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า ที่ขอ เงื่อนไขฝ่ายปฏิเสธนั้นเพื่ออะไร พระ ๒. ถ้าพระผู้มีพระภาคจักไม่ | อานนท์กราบทูลว่า เพื่อป้องกันผู้กล่าว ประทานบิณฑบาต (คืออาหาร) อัน ประณีตที่ได้แล้วแก่ข้าพระองค์ ๓. ถ้าพระผู้มีพระภาคจักไม่ โปรดให้ข้าพระองค์อยู่ในที่ประทับของ หาว่า ท่านอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าเพราะ เห็นแก่ลาภสักการะ ส่วนเงื่อนไขฝ่าย ขอร้อง ๔ ข้อนั้น เมื่อพระพุทธเจ้า ตรัสถาม ท่านก็กราบทูลว่า ๓ ข้อต้น (พระอุบาลี วินัย) เพื่อจัดระเบียบ คำสอนให้เป็นหมวดหมู่ในคราวสัง คายนาครั้งที่ ๑ ซึ่งกระทำภายหลัง พุทธปรินิพพาน ๓ เดือน ในสมัยที่วิชาหนังสือยังไม่เจริญ พอที่จะใช้บันทึกเรื่องราวได้ดังในปัจจุบัน อันเป็นสมัยที่ไม่มีการจด มนุษย์ก็ต้อง อาศัยความจำเป็นเครื่องมือสำคัญใน การบันทึกเรื่องราวนั้น ๆ ไว้ แล้วบอก เล่าต่อ ๆ กันมา การจำและบอก กันด้วยปากต่อ ๆ กันมานี้ เรียกใน ภาษาบาลีว่า มุขปาฐะ พระอานนท์เป็นผู้ที่ได้รับการยก ย่องจากพระบรมศาสดาว่ามีความทรง จำดี สดับตรับฟังมาก นับว่าท่านได้มี ส่วนสำคัญในการรวบรวมคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า แล้วจัดเป็นหมวดหมู่ ต่าง ๆ สืบมาจนทุกวันนี้ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More