การเริ่มต้นชีวิตในมหาวิทยาลัย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 4 หน้า 124
หน้าที่ 124 / 140

สรุปเนื้อหา

“ก็เงินของเธอเมื่อไรเล่า ของมหา วิทยาลัยเขาให้มาใช้เพื่อความสะดวก ไม่ใช่หรือ ก็ต้องลงทุนเพื่อสุขภาพของ เรา” เออ! แม่ก็เลยกลายเป็นตัวแทน ของมหาวิทยาลัยไปแล้วนับตั้งแต่จอยได้ รับทุนคราวนี้ วันที่สามของการมาถึงรัฐวิสคอนซิน แม่และจอยพักผ่อนอยู่ที่อพาร์ตเมนท์ ใหม่และทดลองทำอาหารทานเอง โดย มีพี่ป้าใจดีเช่นเคย ได้เอื้อเฟื้อเดินฝ่า หิมะไปซื้อเครื่องทำครัวและอาหารสด มาให้ แม่ขอบใจเขามากที่เขาห่วงใย แม่เลยให้ยาหอมไปว่า “แล้วอาจะเขียนจดหมายไปบอก โจ้ว่าโชคดีเหลือเกินที่ป่าได้ช่วยดูแล เป็นธุระให้” เพราะพี่ป้าและพี่โจ้เป็นนักเรียน รัฐศาสตร์จุฬาฯ รุ่นเดียวกัน และแถมอยู่ กระทรวงการต่างประเทศแห่งเดียวกัน ด้วย ลับหลังพี่ป่า จอยเลยกระเช้า แม่ว่า “ที่จริงพี่ป้าเขาคงไม่ได้ทำเพื่อ พี่โจ้หรอก เขาอาจทำเพื่อพี่ที่ฝา

หัวข้อประเด็น

- การเริ่มต้นชีวิตในมหาวิทยาลัย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๒๐ “ก็เงินของเธอเมื่อไรเล่า ของมหา วิทยาลัยเขาให้มาใช้เพื่อความสะดวก ไม่ใช่หรือ ก็ต้องลงทุนเพื่อสุขภาพของ เรา” เออ! แม่ก็เลยกลายเป็นตัวแทน ของมหาวิทยาลัยไปแล้วนับตั้งแต่จอยได้ รับทุนคราวนี้ วันที่สามของการมาถึงรัฐวิสคอนซิน แม่และจอยพักผ่อนอยู่ที่อพาร์ตเมนท์ ใหม่และทดลองทำอาหารทานเอง โดย มีพี่ป้าใจดีเช่นเคย ได้เอื้อเฟื้อเดินฝ่า หิมะไปซื้อเครื่องทำครัวและอาหารสด มาให้ แม่ขอบใจเขามากที่เขาห่วงใย แม่เลยให้ยาหอมไปว่า “แล้วอาจะเขียนจดหมายไปบอก โจ้ว่าโชคดีเหลือเกินที่ป่าได้ช่วยดูแล เป็นธุระให้” เพราะพี่ป้าและพี่โจ้เป็นนักเรียน รัฐศาสตร์จุฬาฯ รุ่นเดียวกัน และแถมอยู่ กระทรวงการต่างประเทศแห่งเดียวกัน ด้วย ลับหลังพี่ป่า จอยเลยกระเช้า แม่ว่า “ที่จริงพี่ป้าเขาคงไม่ได้ทำเพื่อ พี่โจ้หรอก เขาอาจทำเพื่อพี่ที่ฝากเขา ไว้ก็ได้ แม่ควรขอบใจพี่คนนั้น” “เขาจะทำเพื่อใครก็ช่างเถิด คน ที่ได้รับความสะดวกก็คือเรา ก็ควรพูด ให้เขาปลื้มใจเสียก่อน” ในวันรุ่งขึ้น เป็นวันที่มหาวิทยา ลัยนัดนักศึกษาใหม่ทุกคนไปแจ้งชื่อ คณะและแผนกวิชาที่จะเข้าเรียนก่อนจะ ไปลงทะเบียนตามคณะ สถานที่นัดพบ ครั้งแรกเป็น Hall ขนาดใหญ่กว้างขวาง มาก เหมือนสนามกีฬาแห่งชาติที่บ้านเรา แต่มีหลังคาและเปิดไออุ่นเต็มที่ นัก ศึกษาฝรั่งทั้งชายหญิงบางคนดูท่าทาง ไม่ค่อยเรียบร้อย และแก่แดดอย่างไร พิกล ทั้ง ๆ ที่หน้าตาก็บอกว่าเพิ่งจะเริ่ม เข้ามหาวิทยาลัยปีนี้เอง เมื่อได้รับใบ แจ้งลงทะเบียนแล้ว แม่ก็พาจอยเดินฝ่า หิมะไปเป็นระยะทางไกลพอดู ไปยังตึก ของคณะ Journalism ซึ่งอยู่เกือบสุด เขตด้านหลังของมหาวิทยาลัย บ่ายวัน นั้นโชคดีที่มีแดดแผดจ้าแม้หิมะจะตก โปรยปรายตลอดเวลา แต่พอเห็นแดดก็ เลยไม่รู้สึกหนาวมาก มาถึงตึกของ คณะดูเขาทำงานกันเงียบเชียบ แม่น้ำ ใบลงทะเบียนไปที่ช่อง Registrar บอก เขาว่า ทางสำนักผู้ดูแลนักเรียนไทยที่ วอชิงตันจะเป็นผู้จ่ายค่าเล่าเรียนของจอย ขอให้เขาส่งบิลไปเรียกเก็บค่าเล่าเรียน ที่นั่น แล้วเขาก็แจ้งชื่อศาสตราจารย์ที่ เป็นที่ปรึกษา (Adviser) ของจอยในการ เรียนปีนี้ เมื่อเปิดเข้าห้องทำงานชั้น นอกของ Adviser เห็นมีโต๊ะตั้งอยู่หลาย ตัว แต่ไม่มีคนอยู่เลย จอยใจไม่ดีคิดว่า เขาคงจะกลับกันหมดเสียแล้ว เพราะเรา มาถึงช้าไปหน่อย เผอิญแม่เหลือบไป เห็นขากางเกงสีเทาคู่หนึ่งอยู่ใต้โต๊ะตัว หนึ่งที่มีหนังสือสุมทับถมกันไว้จนท่วม ศีรษะ มองไม่เห็นหน้าตาของเจ้าของ โต๊ะเลย แต่คาดว่าคงเป็นชายหนุ่ม แม่ พยักหน้าให้จอยไปลองแสดงความ สามารถพูดภาษาอังกฤษดูบ้าง จอยก็ ค่อย ๆ ย่องเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะ ก็ไม่ปรากฏว่าเจ้าของโต๊ะรับรู้ จอยคิด ว่าเขาคงจะหลับ จอยจึงมองไปรอบ ๆ โต๊ะ เผอิญตาเหลือบเห็นป้ายขนาด เขื่องแผ่นยาวติดไว้ด้านหน้าโต๊ะ เขียนว่า "A CLEAN DESK IS A SIGN OF A SICK MIND!" หรือจะพูดไทย ๆ ก็แปล ว่า “คนเป็นโรคประสาทเท่านั้นที่จัด โต๊ะเสียจนเรียบ” จอยอดขำไม่ได้เลย หัวเราะถูกออกมา ก็ได้ผล คือชายหนุ่ม สวมแว่นตาหนาเตอะ หน้าตาดูไม่ออก ว่าเป็นอาจารย์หรือเป็นเลขานุการของ Adviser ได้ยึดตัวเงยหน้าขึ้นมองทำตา โต แม่เลยเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ โดยถามถึง Adviser ชายหนุ่มบอกว่า ให้เคาะประตูเข้าไปห้องชั้นในได้ ท่าน นั่งอยู่ในนั้น เมื่อตกลงเรื่องวิชาที่จะเรียน กับ Adviser เรียบร้อยแล้ว ก็เดินกลับ มา แม่หัวเราะเสียยกใหญ่ บอกว่า “จอยเห็นไหมโต๊ะ Adviser มี ระเบียบชะมัด หนังสือและแฟ้มทุกเล่ม บรรจุใส่ตู้หมด แม่คิดว่า Adviser คน นี้คงใจดีและเป็นนักประชาธิปไตยเต็ม ตัวทีเดียว จึงยอมให้ลูกน้องเขียนคำ ประชดไว้ข้างโต๊ะอย่างนั้น” วันนั้นเรา ได้หัวเราะกันใหญ่จนเดินกลับมาถึงบ้าน พัก จอยเอ่ยถึงแม่มากไปหน่อยงวดนี้ เพราะคิดถึงแม่มากคะ ด้วยความรัก และเคารพยิ่ง JOY Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More