ข้อความต้นฉบับในหน้า
จดหมายจากฮาร์วาร์ด (ต่อจากหน้า ๑๖)
จากนั้นก็เป็นพิธีขานนาค มีพระเถระ ดำเนินพิธีอุปสมบทเป็นภาษาอังกฤษ สงฆ์ เมื่อผ่านการบวชในภิกษุณี
ออกไปถามอันตรายิกธรรมคือเหตุ และมีผู้แปลเป็นภาษาจีนอีกทอดหนึ่ง สงฆ์เสร็จสิ้นลงเรียบร้อยแล้ว จึง
ขัดขวางการอุปสมบท ๘ อย่าง มี กว่าที่จะบวชพระภิกษุ ๗ รูปนี้เสร็จสิ้น เข้าไปบวชในภิกษุสงฆ์อีกครั้งหนึ่ง
การเป็นโรคเรื้อน เป็นต้น เหมือน ก็กินเวลาไปถึงตอนบ่าย จากนั้นจึง โดยมีภิกษุเป็นผู้ถามอันตรายิกธรรม
กับธรรมวินัยของเถรวาทของเรา เป็นการบวชภิกษุณีจำนวน ๔๗ รูป และสวดประกาศตามแบบญัตติ
หลังจากผ่านจากการสวด ด้วยกัน ซึ่งผ่านการบรรพชาเป็น จตุตถกัมมอุปสัมปทา ท่ามกลาง
สอบถามอันตรายิกธรรม ซึ่งมีทั้ง สามเณรีมาแล้ว โดยแบ่งออกเป็น ๒ สงฆ์ถึง ๔ ครั้ง ภิกษุณีจำเป็นจะ
ภาษาบาลี จีนและอังกฤษแล้ว กลุ่ม ๆ ละ ๒๓ และ ๒๔ รูป ต้องรับการบวชจากสงฆ์ ๒ ฝ่าย
สามเณรทุกรูปจะกลับเข้ามาสู่บริเวณ ตามลำดับ ตั้งแถวเดินเข้ามาสู่บริเวณ เช่นนี้จึงจะนับว่าเป็นภิกษุณี และ
สีมาโดยมีพระกรรมวาจาจารย์เป็น สีมาและกล่าวคำขออุปสมบทเช่น จะต้องมีปวัตตินี้เป็นผู้ให้การบวช
ผู้ถามอันตรายิกธรรมอีกครั้งหนึ่งต่อ เกี่ยวกับการบวชพระภิกษุ อีกด้วย
หน้าสงฆ์ และสวดประกาศขึ้นทั้ง ๑ ตามปกติแล้วในพระธรรม
๓
ส่วนในพระธรรมวินัยของจีน
ภาษาในท่ามกลางสงฆ์ ในการบวช วินัยของเถรวาท ภิกษุณีจะต้องมี นิกายนี้ ตั้งแต่โบราณกาลมาแล้ว
ครั้งนี้มีพระเถระรูปหนึ่งทำหน้าที่เป็น อุปัชฌาย์ในฝ่ายภิกษุณี เรียกว่า ภิกษุสงฆ์เป็นผู้ให้การบวชแก่ภิกษุณี
ประธานสงฆ์แทนท่านพระอาจารย์หัว ปวัตตินี ซึ่งเป็นผู้หญิง และภิกษุณี และระเบียบปฏิบัตินี้คงมีการเปลี่ยน
เนื่องจากท่านมีอายุมากแล้ว ไม่ รูปหนึ่ง ๆ จะต้องผ่านการอุปสมบทถึง แปลงเรื่อยมาในประเทศจีน เพราะ
สามารถจะเข้ามาร่วมพิธีที่ยาวนาน ๒ ครั้ง โดยครั้งแรกมีการสวดถาม ตามหลักฐานเมื่อพระพุทธศาสนาเผย
เช่นนี้ได้ พระเถระรูปนี้คือ ท่าน อันตรายิกธรรมในกลุ่มภิกษุณีด้วย แผ่มาถึงลังกานั้น การบวชภิกษุณี
สุเมโธ ภิกขุ เป็นผู้ให้โอวาทและ กันเองก่อน เป็นการบวชในภิกษุณี ก็ยังมีการสวดเป็น ๒ ฝ่ายอยู่ ส่วน
๔๒ ก ล ย า ณ ม ต ร
สามเณรี กำลังขอคำสอนจากพระอุปัชฌาย์
พฤศจิกายน ๒๕๓๔