ข้อความต้นฉบับในหน้า
นสมัยพุทธกาล เพื่อนกัน ได้พากันไปถางป่า ปัจเจกพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้ที่
อุบาสก กลุ่มหนึ่งฟัง เขาวางกระบอกน้ำไว้ที่โคนต้นไม้ ไหนกัน”
ธรรมจากพระสัมมา เมื่อกระหายน้ำจึงเดินมาดื่ม "แล้วพระปัจเจกพุทธเจ้า
สัมพุทธเจ้า แล้วบัง- ชายผู้หนึ่งมาถึงแล้วหยิบกระบอก เป็นอย่างไรเล่า”
เกิดความเลื่อมใส จึงชวนกัน น้ำของตนแอบไว้ แล้วดื่มน้ำ พระ
สละครอบครัวออกบวช เนื่อง ในกระบอกของเพื่อน
จากมิได้เตรียมตัวเตรียมใจฝึกตน
เย็นวันนั้น เมื่อขากลับ
"พระปัจเจกพุทธเจ้าไม่
มุ่นผมมวยอย่างเราหรอก ท่าน
มีผมยาวแค่ ๒ องคุลี ห่มผ้า
โน่นแน่ะ”
มาก่อนบวช ยามอยู่ตามลำพัง ทั้งสองพากันไปอาบน้ำชำระร่าง ย้อมฝาด อยู่ที่เงื้อมเขานันทมูล
ภิกษุกลุ่มนี้จึงอดคิดความสุข กายที่ริมแม่น้ำ ชายที่ดื่มน้ำของ
สบายเมื่ออยู่กับครอบครัวไม่ได้ เพื่อนเฝ้าครุ่นคิดถึงการกระทำ ท่านจึงยกมือขึ้นลูบศีรษะ
บางรูปคิดถึงที่นอนอันอ่อนนุ่ม ของตัวเองว่า ได้ทำบาปหนัก บัดดลนั้นเอง ความเป็นชาวบ้าน
การเที่ยวเล่น คิดถึงดนตรีที่ เสียแล้ว เพราะขโมยน้ำของเพื่อน ของท่านก็หายไป บัดนี้ท่าน
ตนชอบ บางรูปคิดถึงลูกเมีย ฯลฯ เขารู้สึกเสียใจมาก จึงกำหนด ศีรษะโล้น ห่มผ้าย้อมฝาด
ความคิดต่าง ๆ เหล่านั้นวนเวียน ใจเอาการขโมยน้ำมาเป็นอารมณ์ คาดรัดประคดรัดกุม มีจีวรพาด
อยู่ในสมองมิได้ขาด พระพุทธ จนสามารถบรรลุธรรมเป็นพระ เฉวียงบ่าข้างขวา มีบาตรดินสี
องค์ทรงทราบถึงความคิดของ ปัจเจกพุทธเจ้า ณ ริมน้ำนั่นเอง ปีกแมลงภู่คล้องไหล่ซ้าย ยืนอยู่
ภิกษุบวชใหม่กลุ่มนี้ จึงให้พระ เมื่อเพื่อนชวนขึ้นจากน้ำกลับบ้าน บนอากาศ แสดงธรรมแล้วเหาะ
อานนท์นัดประชุมแล้วเสด็จมา เขากล่าวว่า
ไปยังเอื้อมเขานันทมูลทันที
พระองค์มิได้กล่าวตำหนิให้ภิกษุ
"เธอไปเถิด ฉันไม่มีใจ
เหล่านั้นได้อาย แต่ทรงตรัสให้ คิดถึงบ้านหรอก ฉันเป็นพระ เรื่องที่ ๒.
"ดูก่อนภิกษุ ขึ้นชื่อว่า
ได้คิดว่า
กิเลสแล้ว มิใช่ของเล็กน้อยเลย
ภิกษุควรข่มกิเลสที่เกิดขึ้น ดัง
ปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว”
ณ หมู่บ้านกาสิกคาม
"อะไรกันเพื่อน พระ
พระ ชายผู้มีอันจะกินคนหนึ่งนั่งอยู่
เช่นบัณฑิตในครั้งบรรพกาลก่อน
ที่จะมีพระพุทธศาสนาบังเกิดขึ้น
ยังสามารถข่มกิเลสได้และได้
บรรลุญาณเป็นพระปัจเจกพุทธ
เจ้า” ตรัสแล้วทรงนำเรื่องใน
อดีตมาตรัสเล่าดังนี้
เรื่องที่ ๑. ขโมยน้ำดื่ม
ในแคว้นกาสี กรุงพา
ราณสี ชายชาวป่า ๒ คนเป็น
๑๐๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
2)
พฤศจิกายน ๒๕๓๔