ข้อความต้นฉบับในหน้า
ที่เราเรียกว่า “กรรม” ต่างหาก มันทำ
ให้เราผ่านประตูต่าง ๆ เพื่อไปพบ
“ตัวเรา” ซึ่งคือพระเจ้าที่แท้จริง ประตู
ในใจมีหลายชั้น เหมือนทางเดิน
ซับซ้อน เปิดผ่านประตูบานนี้ไป ก็
ต้องไปเปิดบานต่อไป และยังมี
ประตูบานต่อไปเรื่อย ๆ กระทั่งถึง
ที่สุดและเมื่อหันหลังเพ่งมองย้อนไป
ก็จะเห็นประตูนับร้อย ๆ บานที่เขลอะ
เลอะไปด้วยความเก่าของกรรม และ
สนิมแห่งกิเลสจากผลของการกระทำ
ที่เราเปิดมันผ่านมา
พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่า ไม่
มีพระผู้เป็นเจ้าอยู่นอกกาย มีแต่อา
ณาจักรอันบริสุทธิ์ในแก่นแท้ของจิต
อย่างเดียว ซึ่งหากตั้งมั่นในความสงบ
แล้ว เราทุกคนจะสัมผัสได้อย่าง
ชัดเจน ไม่ใช่ด้วยการมองย้อนออก
ไป แต่มองลึกเข้าไปในตัวตนของเรา
เองอย่างถ่องแท้ต่างหาก
ด้วยเหตุนี้ในปริมณฑลแห่ง
การเรียนรู้ใด ๆ จึงไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับ
การไปพบกับความจริงแห่งประวัติ
ศาสตร์
ดังกล่าวมานี้ กระผมจึงมีแรง
ผลักดันให้ค้นคว้าเรื่องราวอันน่าพิศวง
ที่ได้เรียนรู้มาแต่ครั้งยังเล็ก เมื่อได้
เรียนบทเรียนมหากาพย์ตะวันตก และ
ประวัติศาสตร์วรรณกรรมศาสนาว่า
เทือกเขาการาโกรัม (Karakoram)
ด้วยต้นธารแห่งศรัทธา ที่กล่าวไว้ว่า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดน
กึ่งกลางทวีปอันยิ่งใหญ่ที่เชื่อมต่อกัน
จิตที่แท้จริง ย่อมสาดแสงส่องสว่าง ปรากฏหรือมีอยู่จริงทั้งในโลกและ
นำทางชีวิตไปสู่เนื้อหาและความ จักรวาล
หมายที่แท้จริงของมนุษย์ โดยพึ่ง การค้นพบอันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ เป็นทวีปยุโรปกับเอเชีย ได้เป็น
ตนเองจากภายใน ไม่ใช่ภายนอก มาจากภายนอกเลย แต่มาจาก ต้นธารแห่งอารยธรรมที่ซึ่งมนุษย์คือ
หรือจากพระผู้เป็นเจ้าใด ๆ ซึ่งไม่ มรรคผลของการเดินย้อนการกระทำ ผู้สร้างอาณาจักรแห่งธรรมะ ที่ซึ่งรวม
พฤศจิกายน ๒๕๓๔
กั ล ย า ณ ม ต ร ๘๑