ข้อความต้นฉบับในหน้า
และ กายสุดท้าย
ศิลาจารึกภาษาสันสกฤต ในสมัยพุทธศตวรรษที่เจ็ด ในบริเวณมหินทเล เป็นพระสูตร ชื่อ ตรีกายาสะถะวะ(Trikayastava) บรรยายถึง
กายอันสำคัญทั้งสามของการตรัสรู้ธรรม ได้แก่ สัมโภคกาย (Samboga-Kaya) นิรมานกาย (Nimmana-Kaya)
คือ ธรรมกาย (Dharma-Kaya)
ดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพุทธรูป อนุราธปุระ (Anurathpura) อ่านว่า ครั้งแรกระหว่าง พระมหินทะเถระ
ในยุคต้น ๆ จริง คือในราวพุทธ อะ นุ รา ธะ ปุระ หรือ อะ นุราธ กับพระเจ้าเทวานัมฯ ในบริเวณ
ศตวรรษที่ ๕๐๐ +
นั้นงดงามจับใจ ปุระก็ได้ อันเป็นเมืองหลวงในสมัยนั้น เทือกเขามิสกะ ปัจจุบันเรียกกันว่า
จึงได้กลายมาเป็นเมืองแห่งพระพุทธ มหินทเล แปลว่า เทือกเขาของ
จริง ๆ
ทั้งหมดที่เขียนมา ยังไม่ ศาสนา ปัจจุบัน ถือว่าเป็นเมือง พระมหินทะ
เข้าเรื่องราวของเจดีย์เสียที นี่คงเป็น แห่งปูชนียสถาน และโบราณวัตถุ
ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า พระ
ด้วยวิสัยของคนเขียนหนังสือ ที่เมื่อ ทางพระพุทธศาสนา เป็นเมืองเอก
ได้ไปเห็น ไปพบอะไรมา เป็นอยาก เมืองแรกของประเทศศรีลังกา ปรากฏ พุทธศาสนาในศรีลังกานั้น เป็นยุค
จะสาธยายให้ผู้อื่นได้ชื่นชมไปด้วย มีเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่ถึง สององค์ คือ เดียวกันกับอินเดียในราชวงศ์เมารยะ
(นี่ถ้า บรรณาธิการไม่ว่ากระไร เห็น วันเวล ซาย่า (Ruwanveli Saya ของพระเจ้าอโศกมหาราช ดังนั้น
ที่ขอจะเล่าเรื่องลังกาที่น่าศึกษา และ Dagaba) และ มหาเซย่า (Maha รูปทรงของเจดีย์ จึงยังเป็นยุคแรก
สนุกสนานได้อีกหลายฉบับทีเดียว) Seya Dagaba) (ชาวศรีลังกา เรียก เริ่มเดิม ๆ จริง ๆ ถือว่ายังไม่ผิด
แต่ตอนนี้ต้องวกเข้าเรื่องเสียก่อนเดี่ยว เจดีย์ว่า ดากาบ้า "Dagaba") เพี้ยนไปจากยุคต้นเท่าใดนัก โดย
จะเลยไปไกล ว่า...นับตั้งแต่วาระที่
เฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นองค์เจดีย์ที่เรียกว่า
พระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะ (แปลว่า เจดีย์รุวันเวลนั้น อยู่ ณ การ์บา (Garbha) หรืออุรังคธาตุนั้น
ผู้เป็นที่รักแห่งปวงเทวะ) ได้พบกับ ตัวเมืองอนุราธปุระ ส่วน มหาเซย่า ยังคงลักษณะเดิม คือ เป็นทรงกลม
พระอรหันต์ มหินทะเถระ เมือง นั้นเป็นอนุสรณ์สถานของการพบกัน แบบที่เรียกกันว่าโอคว่ำ หรือสาญจิ
พฤศจิกายน ๒๕๓๔
กั ล ย า ณ ม ต ร ๗๓