ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทั้งชนิดขาสิงห์และขาหมู
(คือขา
ตรงลงมา) มีทั้งฝีมือไทย และฝีมือ
จีน มีทั้งลายไทยและลายจีน มีทั้ง
ชนิดฝีมือดีและฝีมือกำมะลอ
ฉัน
ติดใจอยู่ ๒-๓ ใบ เลยถ่ายรูปส่ง
มาให้เธอดูเปรียบเทียบ ตู้แรกเป็น
ตู้ทรงขาสิงห์ ตัวตู้มีลายกระหนก
เปลวไฟ มีภาพเรื่องรามเกียรติ์แทรก
ลงรักปิดทอง ตู้อีกใบฝีมือประณีต
มาก ฉันติดใจมากที่สุด เป็นผู้ขา
สิงห์กลาย ๆ ไปหน่อย แต่เบญจ์เอ้ย
ลวดลายแจ๋วจริง ๆ คือเขาเขียน
ลายกระหนกเปลวไฟละเอียดยิบ
ทุกปลายกระหนกจะออกลายเป็น
สิงห์สาราสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย มีนก
หนู กระต่าย กระรอก เป็นต้น
ล้วนน่ารักทั้งนั้น เสียดายจริง ๆ
ภาพที่ถ่ายไม่ดี แฟลชไปตกที่
ภาพมันเลยจ้าชอบกล เลยไม่ส่งมา
ให้เบญจ์ดู ตู้อีกใบเขียนภาพคล้าย ไว ๆ จะได้กลับมาเร็ว ๆ ด้วยนะ ก็ว่าได้
ตู้ในพระวิหารน้อยวัดอรุณฯ
เลยดูยากนะว่าอาคารใด
เกาะมีบ้านเรือน แต่รูปนกบินก็ดี
ปลาว่ายน้ำก็ดี ดูจะใหญ่เกือบเท่าเรือ อุโบสถน้อยที่อยู่เคียงคู่กันแค่เดินสัก ล้อมให้เห็นความแตกต่าง ชาวบ้าน
จ้างแน่ะ เขาคงตั้งใจไม่ให้มีที่ว่าง ๒๐ ก้าวก็ถึง น้าน้อยว่าสร้างพร้อม มักเรียกพระอุโบสถน้อยว่า พระวิหาร
จนเกินไปนั่นเอง ฉันมั่นใจว่าใบนี้ กันและแบบเดียวกับพระวิหารน้อย เช่นกัน แต่เติมคำ "หลังเหนือ”
คงเป็นฝีมือชาวจีนมากกว่าชาวไทย อีกทั้งได้ปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่พร้อม ต่อท้ายเข้าไป หน้าบันทำเป็นลาย
เมื่อฉันถ่ายรูปจนพอใจแล้ว ก็กราบ กันในรัชสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช กระหนกปิดทองประดับกระจก ส่วน
ลาพระจุฬามณีเจดีย์ท้าวจตุโลกบาล ฉันสังเกตเห็นว่ามีรูปทรงและขนาด ตัวบานประตูบานหน้าต่างเขียนลาย
พร้อมอธิษฐานขอให้เบญจ์เรียนจบ เท่าพระวิหารน้อย ชนิดเป็นฝาแฝด อย่างเดียวกันกับพระวิหารน้อยหรือ
ฉันชวนน้าน้อยไปยังพระ เป็นโบสถ์หรือวิหารเพราะไม่มีเสมา
๘๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
พฤศจิกายน ๒๕๓๔