ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๖ กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๓๕
“เห็นครับ ผมมันยังอยู่เลย
ครับ” เจ้านาคหลับตาตอบ
“ดีละ ผมมันล้มไปทางไหน
ทางซ้ายหรือทางขวา” หลวงพ่อถาม
“ไม่ล้มครับ โคนตั้งโค้งขึ้นมา
ด้วย” เจ้านาคตอบ
“โค้งก็เอาใจหยุดอยู่ตรงกลาง
โค้งนั่นแหละ" หลวงพ่อสั่งอย่าง
เจ้านาคประคองใจทำตามที่
จริงจัง
หลวงพ่อท่านสั่ง มองดูผมที่ปรากฏ
อยู่กลางท้องอย่างสบาย ๆ พอใจ
หยุดนิ่งมากเข้า ผมก็เปลี่ยนสี จาก
ชีวิตชีวาขึ้น ปลอดโปร่งสุขใจยิ่งขึ้น
สีดำเป็นสีขาวใส สักพักเหมือนใจมี
พอประคองใจไปสักพักก็เหมือนกับ
บวชมากมายหลายท่าน ดังตัวอย่าง
ของสามเณรรูปหนึ่ง ที่ท่านสอน
วิปัสสนากรรมฐาน จนเข้าถึงพระ
ถูกดูดวูบลงไป มีดวงใสปรากฏขึ้น
มา ทั้งสว่างทั้งใสเย็นตาเย็นใจ สุข
กายสุขใจ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เจ้านาคจึงรายงานหลวงพ่อว่า
ธรรมกายขณะที่เป็นนาคอยู่นั่นเอง - “หลวงพ่อครับ เส้นผมเมื่อกี้
- "เจ้านาคจำปอยผมที่เพิ่งโกน กลายเป็นดวงแก้วกลมใสแล้วครับ”
ได้ไหม?” เสียงหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ถามเจ้านาคที่เตรียมจะบวชเป็น “ดวงนั้นน่ะใหญ่แค่ไหน?”
สามเณรกลางพระอุโบสถ
“จำได้ครับ โคนผมหันไปทิศ ตอบทันที
ตะวันออก ปลายผมหันไปทางทิศ
หลวงพ่อวัดปากน้ำจึงถามว่า
“เท่าหัวแม่มือครับ” เจ้านาค
“เอ้า...รักษาไว้ให้ดีนะ ดวงนั้น
เรื่อยไปอย่าถอนถอยนะ” หลวงพ่อ
เจ้านาคจรดใจนิ่งเข้ากลาง
ตะวันตก แล้วผมมันคู่ตรงกลางด้วย นะ แล้วเอาใจหยุดนิ่งอยู่กลางดวง
ครับ” เจ้านาคตอบอย่างนักจำนัก
สังเกต แสดงถึงสติปัญญา ภูมิรู้ของ สั่งต่อ
ตนที่มีมากเกินวัยเด็กรุ่นเดียวกัน
- “เออดี....เอาปอยผมไว้กลาง เรื่อยไป จากดวงปฐมมรรค เข้า
ท้องนะ..." หลวงพ่อนิ่งสักพัก แล้ว กลางหนักเข้าจนเข้าถึงดวงศีล ใจ
ถามต่อว่า “เห็นบ่อยผมที่กลางท้อง หยุดอยู่กลางดวงศีลเข้าถึงดวงสมาธิ
ใจหยุดอยู่กลางดวงสมาธิถูกส่วนเข้า
ไหม?”