การเข้าวัด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 3 หน้า 106
หน้าที่ 106 / 112

สรุปเนื้อหา

- ไปรษณียบั ROSTCARD เมื่อประมาณ ปลายปี ๒๕๓๔ มีละครโทรทัศน์ เรื่อง “ก่าแพงบุญ” ได้แพร่ภาพสู สายตาประชาชน ในละครเรื่องนั้น ได้กล่าวถึง ตัวละครเด่น สามคน ที่มักไปวัด ปฏิบัติธรรมเสมอ แต่ในชีวิต ประจำวันยังมีข้อ บกพร่อง ซึ่งเป็น ข้อพร่องของผู้คน ทั่วไปทุกคน แต่ความรู้สึกของ คุยกับผู้อ่าน ตัวละครยังมีอ ละครยังมีอารมณ์อ่อนไหว ติเตียนผู้อื่น ค่อนแคะนินทา ต่อหน้า วางท่าดี ทำบุญเอาหน้า มีหลายท่านที่ได้รู้จัก ก็มีทัศนคติในทางลบต่อคนไปวัด ด้วย ประสบการณ์ได้พบกับอุปนิสัยดังตัวละครเรื่องนี้ มีหลายท่านวิพากษ์วิจารณ์หลาย ๆ ทัศนะให้ผมได้ยินได้ฟังเสมอ ผมก็ต้องตอบไปว่า ศาสนาพุทธสอนให้เรามองอะไรไปตามความเป็นจริง มองเป็นกระบวนการ ไม่ใช่มองแค่ปรากฏการณ์แล้วสรุป คนจะดีไม่ดีก็ต้องดูพื้น ฐานมาก่อน อย่างมะม่วงถ้าเป็

หัวข้อประเด็น

- การเข้าวัด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

- ไปรษณียบั ROSTCARD เมื่อประมาณ ปลายปี ๒๕๓๔ มีละครโทรทัศน์ เรื่อง “ก่าแพงบุญ” ได้แพร่ภาพสู สายตาประชาชน ในละครเรื่องนั้น ได้กล่าวถึง ตัวละครเด่น สามคน ที่มักไปวัด ปฏิบัติธรรมเสมอ แต่ในชีวิต ประจำวันยังมีข้อ บกพร่อง ซึ่งเป็น ข้อพร่องของผู้คน ทั่วไปทุกคน แต่ความรู้สึกของ คุยกับผู้อ่าน ตัวละครยังมีอ ละครยังมีอารมณ์อ่อนไหว ติเตียนผู้อื่น ค่อนแคะนินทา ต่อหน้า วางท่าดี ทำบุญเอาหน้า มีหลายท่านที่ได้รู้จัก ก็มีทัศนคติในทางลบต่อคนไปวัด ด้วย ประสบการณ์ได้พบกับอุปนิสัยดังตัวละครเรื่องนี้ มีหลายท่านวิพากษ์วิจารณ์หลาย ๆ ทัศนะให้ผมได้ยินได้ฟังเสมอ ผมก็ต้องตอบไปว่า ศาสนาพุทธสอนให้เรามองอะไรไปตามความเป็นจริง มองเป็นกระบวนการ ไม่ใช่มองแค่ปรากฏการณ์แล้วสรุป คนจะดีไม่ดีก็ต้องดูพื้น ฐานมาก่อน อย่างมะม่วงถ้าเป็นพันธุ์ดี รสหวานหอม มาปลูกในทำเลดี มีการบำรุงดี ผลก็ย่อมดูดี แต่ถ้าพันธุ์ดี ไปปลูกในทะเลทรายก็ไม่ได้ผล มะม่วงพันธุ์ไม่ดี แต่ได้ดินดี คนปลูกดี ถึงจะไม่ดีเท่าพันธุ์ดีก็ยังพอจะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นมาได้บ้าง ตรงที่เปลี่ยน แปลงอาจจะมองไม่ชัดเจน ไม่รู้ตัวว่ามีการเปลี่ยนเพราะจุดบกพร่องมองเห็นชัดกว่า วัดไม่ใช่ที่คาดหวังของคนว่า เข้ามาวันนี้ เดือนนี้ ปีนี้แล้วจะดีทันตาเห็น เราไปพบคนพื้นฐานครอบครัวไม่สมบูรณ์ มีข้อบกพร่อง แต่เข้าวัดเป็นปี ไม่มีการ เปลี่ยนแปลง นั่นเพราะเรามุ่งไปจับแต่จุดไม่ดีจนไม่เห็นว่า อาจจะมีส่วนดีที่กำลัง งอกเงยทีละนิด วัดไม่ใช่สถาบันที่มีการสอบ ที่จะคัดเลือกบุคคลที่มีอุปนิสัยดี ๆ เข้าไว้ทั้งหมด จึงเป็นที่รวมของหลายหลากชั้นวรรณะ เหมือนปลูกมะม่วงคละพันธุ์ ที่ดีก็จะดูดีชัดเจน ที่ด้อยกว่าจะดูดีก็นาน ปรับตัวได้ช้าและกลุ่มนี้แหละที่มักถูกตำหนิ ดังนั้น ธรรมะยังเป็นเสมือนบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนมีสิทธิ์จะมาตักอาบดื่มได้ ตลอดเวลา ทีนี้ก็อยู่ที่เจตนาของแต่ละบุคคลด้วยว่า จะยอมเดินทางมาให้ถึง ถึงแล้ว จะทำอย่างไร บางคนมายืนขอบบ่อตั้งเป็นเดือนเป็นปี มาแล้วพนมมือไหว้แล้วก็กลับ ก็ไม่ต่างกับตัวละครในละครโทรทัศน์ดังที่กล่าวข้างต้น มาจนถึงขอบบ่อเพียงแต่เอา คนดูจะมีค่าถามว่า มีอวักน้ำมาล้างหน้าก็พอ ให้สบายทั้งตนเองและผู้อื่นกลับไม่ทำ ย่อมไม่สามารถดึง เอาธรรมะมาประคับประคองใจได้ จึงต้องทุกข์เหมือนกับคนไม่เข้าวัดเลย มีพฤติกรรม แบบเดิมอย่างใดก็อย่างนั้น ซึ่งน่าจะเป็นบุคคลน่าสงสาร มากกว่าจะมานั่งวิพากษ์ แล้วเขาจะไปวัด ทำไม? วิจารณ์ตำหนิด้วยอคติ หากเราเข้าใจเราก็จะสงบใจว่า อ้อ! มันเป็นเช่นนี้แล้วเราจะไปหวังให้คนอื่นเปลี่ยนแปลงก่อนทำไม ทุกคนก็เหมือนตัวละคร ดีไม่ดีก็อยู่ที่ผู้กระทำ เข้าวัดทำบาปแล้วบาปส่งผลน้อยกว่าคนไม่เข้าวัดก็ไม่ใช่ อยู่ที่ว่า เราเตือนตนได้มากเท่าใด ทุกข์ในใจเราก็น้อยกว่าคนอื่นเท่านั้น การไปวัดก็เหมือนการได้พบภาพหรือเสียงจาก บุคคลมีศีลมาช่วยเตือน ถ้าเรามีสติเราจะตระหนักได้ดีว่า ทุกตัวละครมีความตายเป็นที่สุด ก็อยากจะจบอย่างที่ โฆษณาใช้พูดกันว่า "คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่า คุณทำเพื่อใคร?” ๑๐๔ กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๓๕ สุเทพ ทิพย์ภวังค์
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More