พระจุลลปันถูก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 3 หน้า 103
หน้าที่ 103 / 112

สรุปเนื้อหา

ค ราวหนึ่ง พระมหาปืนลูก เถระพี่ชายกระจ่างชัด “เราขัดใจ รับหน้าที่เป็น พระภัตตุ เทสก์ผู้แจกภัต ครานั้น ๆ สั่งสมไปที่ ท่านมาตั้งนาน พรุ่งนี้เช้าเราจะสึก" ท่านตัดใจ เมื่ออยู่เป็นพระไม่ได้ก็จะ หมอชีวกโกมารภัจถือของหอมและ สึกออกไปทำงานทำการ หาเงินมา ดอกไม้ไปยังพระอารามอัมพวัน ซึ่ง ทำบุญทำทาน ค่อย ท่านเป็นผู้ออกทุนทรัพย์สร้างถวาย ละเล็กละน้อย ตามกำลังของตน เมื่อบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและ เช้าวันต่อมา เวลาใกล้รุ่ง ฟังธรรมแล้ว ท่านลุกจากอาสนะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรวจโลก ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค จาก ทรงเห็นเหตุถึงเวลาจะโปรดพระ นั้นได้เข้าไปหาพระมหาปันถูก เพื่อ จุลลบันถูกได้แล้ว จึงเสด็จไปประทับ พระจุลลปันถูก มือลูบผ้า ตามองดูดวงอาทิตย์ เมื่อละสายตา จากดวงอาทิตย์มาดูผ้า เห็นคราบ เปื้อน ตรึกถึงสัญญาเก

หัวข้อประเด็น

- พระจุลลปันถูก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ค ราวหนึ่ง พระมหาปืนลูก เถระพี่ชายกระจ่างชัด “เราขัดใจ รับหน้าที่เป็น พระภัตตุ เทสก์ผู้แจกภัต ครานั้น ๆ สั่งสมไปที่ ท่านมาตั้งนาน พรุ่งนี้เช้าเราจะสึก" ท่านตัดใจ เมื่ออยู่เป็นพระไม่ได้ก็จะ หมอชีวกโกมารภัจถือของหอมและ สึกออกไปทำงานทำการ หาเงินมา ดอกไม้ไปยังพระอารามอัมพวัน ซึ่ง ทำบุญทำทาน ค่อย ท่านเป็นผู้ออกทุนทรัพย์สร้างถวาย ละเล็กละน้อย ตามกำลังของตน เมื่อบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและ เช้าวันต่อมา เวลาใกล้รุ่ง ฟังธรรมแล้ว ท่านลุกจากอาสนะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรวจโลก ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค จาก ทรงเห็นเหตุถึงเวลาจะโปรดพระ นั้นได้เข้าไปหาพระมหาปันถูก เพื่อ จุลลบันถูกได้แล้ว จึงเสด็จไปประทับ พระจุลลปันถูก มือลูบผ้า ตามองดูดวงอาทิตย์ เมื่อละสายตา จากดวงอาทิตย์มาดูผ้า เห็นคราบ เปื้อน ตรึกถึงสัญญาเก่าขึ้นมาได้ว่า สังขารไม่เที่ยงหนอ ขณะนั้น พระสัมมาสัมพุทธ เจ้าประทับนั่งบนอาสนะภายในบ้าน ของหมอชีวกโกมารภัจ พร้อมด้วย พระภิกษุจำนวน ๕๐๐ รูป ทรง ทราบว่าจิตของพระจุลลปันถูกยกขึ้น นิมนต์พระภิกษุทั้งพระอาราม มี ยืนจงกรมที่ซุ้มประตูพระอาราม สู่วิปัสสนาแล้ว จึงทรงเปล่งแสง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน พระจุลลปินถูกจะเดินผ่านประตู ไปฉันภัตตาหารที่บ้านในวันรุ่งขึ้น ออกไป เห็นพระพุทธองค์ก็เข้าไป พระเถระรับนิมนต์ โดยขอ ถวายบังคม เว้นพระจุลลบันถูกไว้ ทั้งนี้ได้ให้ เมื่อพระพุทธองค์ตรัสถาม เหตุผลว่า พระจุลลปินถกเป็นภิกษุ ได้กราบทูลไปตามจริง "จุลลปันถูก โง่เขลาฉันแล้วจะเป็นบาปเป็นกรรม มีประโยชน์อันใดด้วยการเป็นคฤหัสถ์ ปืนถูกไปที่พระคันธกุฎี ให้นั่งลงที่ เสียเปล่า ๆ เพราะไม่มีปัญญาจะ มาเถิด ไปกับเรา” ทรงพาพระจุลล จดจำบทธรรมใด ๆ ไปเทศน์โปรด ญาติโยมได้ และเหตุผลอีกอย่าง หน้ามุข ประทานผ้าผืนหนึ่งซึ่งปรุง หนึ่งคือ ท่านจะพูดจาเด็ดขาดขอให้ พระจุลลปันถกลาสิกขาไปเสีย ภาย ไปทางทิศตะวันออกลูบคล่าผ้าผืนนี้ ในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่งด้วยฤทธิ์ ตรัสว่า "เธอจงดินหน้า พร้อมกับบริกรรมว่า โชหรณ์ ๆ ๆ พระอรหันต์ท่านเคารพเชิดชู ๆ ๆ ผ้าเป็นเครื่องนำธุลีออกไป ๆ พระพุทธศาสนา บวชแล้วหากไม่ ๆ ๆ ๆ" เห็นธรรม เป็นที่พึ่งให้ชาวบ้านกับ ญาณของพระพุทธองค์นั้น พระศาสนาไม่ได้ ควรลาสิกขาไป กว้างไกลไม่สิ้นสุด ทรงทราบว่ากาล ดีกว่าการอยู่เป็นหนี้บุญข้าวสุกของ ครั้งหนึ่ง พระจุลลปันถกเกิดเป็น ชาวบ้าน ยิ่งนานหนี้ยิ่งพอกพูน พระราชา ขณะเสด็จประทักษิณ ชดใช้ไม่หวาดไหว รอบพระนคร พระนลาดเปียกชุ่ม สมัยนี้กลับคิดตรงกันข้าม ด้วยพระเสโท ทรงใช้ผ้าสะอาด คนโง่เกียจคร้านหาประโยชน์ไม่ได้ ขับออก ผ้าเปียกเหงื่อและเปื้อนด้วย เขานิยมส่งมาบวชอยู่วัดให้พ้นหูพ้น ฝุ่นที่ปนติดออกมา ทรงได้อนิจจา ตา เรียกว่า ไม่ส่งเสริมแล้วยังเป็น การทําลายพระศาสนาเสียอีกด้วย ฝ่ายพระจุลลปินถูก คราวนี้ ท่านประจักษ์ความในใจของพระ ปรากฏพระองค์ประหนึ่งประทับอยู่ ตรงหน้าพระจุลลปันถูก ตรัสสอนว่า "ผ้าท่อนเก่าเศร้าหมองด้วย ธุลีจากภายนอก ส่วนใจนั้นเศร้า หมองด้วยธุลีภายใน คือราคะ ราคะ เรียกว่าธุลี แต่ฝุ่น ละอองไม่เรียกว่าธุลี คำว่าธุลีนี้เป็น ชื่อของราคะ เมื่อภิกษุทั้งหลายละ สุลีนั้นได้แล้ว ย่อมอยู่ในศาสนา ของพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี โทสะ เรียกว่าธุลี แต่ฝุ่น ละอองไม่เรียกว่าธุลี คำว่าธุลีเป็น ชื่อของโทสะ เมื่อภิกษุทั้งหลายละ ธุลีนั้นได้แล้ว ย่อมอยู่ในศาสนา ของพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี โมหะ เรียกว่าธุลี แต่ฝุ่น ละอองไม่เรียกว่าธุลี คำว่าธุลีนี้ เป็นชื่อของโมหะ เมื่อภิกษุทั้งหลาย ละธุลีนั้นได้แล้ว ย่อมอยู่ในศาสนา ของพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี สิ้นกระแสพระดำรัส พระ จุลลปินถูกได้บรรลุอรหัตผลพร้อม ด้วยปฏิสัมภิทาญาณ คือมีปัญญา สัญญาว่าสังขารไม่เที่ยงหนอ ผ้า เป็นเครื่องนำธุลีออก ๆ ๆ ประทับ ติดแน่นในดวงพระปัญญาของพระ องค์นับแต่นั้นมา รู้ทุกสิ่งแตกฉาน พระฉันเสร็จได้เวลากรวดน้ำ หมอชีวกฯ น้อมน้ำทักษิโณทกเข้า มีนาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๑๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More