ข้อความต้นฉบับในหน้า
พูดในงานวันเกิดคุณถึงว่า “บะหมี่นี้ดีนะ กิน
แล้วจะได้แข็งแรงและอายุยืนเหมือนเล่าเจ็ก
ก็จะมีคนรับเออออไปด้วย
ในชนบทของไทย ฉันเคยเห็นเขาทำหมี่
กะทิเลี้ยงวันเกิด ไม่รู้ว่าเป็นธรรมเนียมเดียวกับ
จีนแต้จิ๋วและจีนกวางตุ้งรึเปล่า แต่ในกรุงเทพฯ
เคยเห็นหมี่กรอบทั้งงานวันเกิด งานบวช งาน
แต่งงาน งานฉลอง และงานตาย ฉะนั้นคงไม่
ใช่สัญลักษณ์ของอายุยืน จะถือได้ยังไงก็มันทั้ง
สั้นและกรอบออกอย่างนั้น ถ้าเช่นนั้นอะไรเล่า
ที่น่าจะเป็นสัญลักษณ์แทนค่าให้พรอายุยืนของ
คนไทย ฉันว่าน่าจะเป็นฝอยทองนะ ก็เราเคย
เห็นน้าเล็กทำเป็นเส้นยาว ๆ แล้วสาวขึ้นจับเป็น
แพ ๆ โดยพยายามไม่ให้เส้นขาด ถ้าขาดก็ยัง
เอาเส้นอื่นมาพันต่อเสียอีก เบญจคงจำได้นะ
โอ๊ย! พูดเรื่องกินแล้ว ชักหิวแล้ว
โอ้โฮ! เล่าเรื่องผลไม้สัญลักษณ์สิริมงคล
แทนคำ ฮก ลก ซิ่ว เสียหลายหน้า เดี๋ยวได้เล่า
แทนเรื่องวัดราชโอรสฯหรอก เอ้า..... ย้อนกลับ
มาดีกว่า เพิ่งถึงผนังด้านนอกของพระวิหาร
พระยืนเท่านั้น น้าน้อยบอกว่า อันที่จริงภาพสี
รูปผลไม้ที่ฉันเห็นไม่ใช่ภาพที่เขียนครั้งแรกนะ
แต่เป็นภาพเขียนซ่อมแซมครั้งสุดท้ายเมื่อ ๖-๗
ปีนี้เองแทนของเก่าที่ลบเลือนไปจ้ะ ส่วนภาพ
ประตูบานหน้าต่าง น้าน้อยว่าเคยมีลายต้นไม้
ดอกไม้ แต่ตอนนี้หายจ้อยไปหมด ฉันเลยไม่รู้
จะเล่าให้เบญจฟังได้ยังไง
เมื่อน้าน้อยนำเราทั้งสองเข้าไปข้างใน
ฉันก็เห็นพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่สูงราว
เมตรเศษ หล่อด้วยสัมฤทธิ์ ปางประทานอภัย
(ยกหัตถ์ขวาเสมออก) ฉันก็ถึงบางอ้อ รู้สาเหตุ
ที่คนเรียกพระวิหารนี้ว่า “พระวิหารพระยืน”
โดยไม่ต้องคอยนาน้อยบอก เมื่อกราบพระแล้ว
น้าน้อยอธิบายว่า
“เขาเชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ตั้ง
เดิมสมัยอู่ทอง ชาวบ้านเลยเรียกขานกันว่า
หลวงพ่ออู่ทอง เป็นที่เคารพนับถือของ
5
มีนาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๘๓