ข้อความต้นฉบับในหน้า
ช่างเจรจาและเฉลียวฉลาดผิดกว่าเด็ก
ทั้งหลาย วันนั้น ขณะที่พระโรหนะยืน สมอ
ทำที่รอรับบิณฑบาตอยู่หน้าประตูบ้าน
๑๐. ความกังวลในการหาผล
๑๑.
ความกังวลในการหา
เช่นทุกวัน กุมารนาคเสนได้เข้ามาหา มะขามป้อม
ท่านแล้วถามขึ้นอย่างซื่อ ๆ ว่า
๑๒. ความกังวลในการหาดิน
“ทำไมผมและหนวดของท่าน มาผสมคลุกเคล้ากับสมอและมะขาม
ท่านได้ ป้อม เพื่อทำเป็นยาสระผม
จึงไม่เหมือนคนทั้งหลาย
อุบาย เห็นคุณและโทษประการใดหรือ
จึงโกนผมและหนวดทิ้งเสีย
GC.
สําหรับการบวชเป็นสามเณร และใช้
คำว่า อุปสมบทสำหรับการบวชเป็น
ภิกษุ
สามเณรองค์แรกในพระพุทธ
๑๓. การมัวกังวลหาไม้กลัดผม
ศาสนาคือ สามเณรราหุล ท่านได้รับ
พุทธานุญาตให้บวช เมื่อครั้งที่พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จกลับกรุงกบิล
พัสดุเป็นครั้งแรก เพื่อแสดงธรรมโปรด
ความเสียเวลาในการมุ่นผม พระพุทธบิดาและพระประยูรญาติ เหตุ
พระโรหนะดีใจมากที่กุศโลบาย ๑๕. ความเสียเวลาเปล่าใน
ของท่านสัมฤทธิ์ผลสมความมุ่งหวัง การประจงหวีผมให้เรียบงาม
ท่านตั้งใจอธิบายเหตุผลแก่กุมารน้อย ๑๖. ความกังวลในเรื่องการหา
ที่พระราหุลกุมารได้บวชเป็นสามเณร
เพราะพระนางพิมพาทรงคิดว่า พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าคงไม่ทรงหวนกลับ
มาครองราชสมบัติอย่างแน่นอนจึงทรง
เมื่อละสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว ย่อม
ได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท มีเวลาประ
พฤติปฏิบัติธรรมได้เต็มที่ พรหมจรรย์
แนะให้พระราหุลกุมาร ไปทูลขอราช
สมบัติจากพระพุทธองค์ เพราะโดย
ประเพณีทางโลกแล้ว พระองค์ยังทรง
ดำรงตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาทแห่ง
กรุงกบิลพัสดุ์
อย่างละเอียดลออ ไม่รวบรัดตัดความ ช่างทําผม
และยังประกอบด้วยนัยที่ถูกอัธยาศัย
ของคนมีปัญญาเฉียบแหลม เช่นกุมาร
นาคเสนอีกด้วย ท่านกล่าวว่า
"อาตมาต้องการละเสียซึ่ง ปล
โพธิ คือ ความกังวล ๑๖ ประการ
อันได้แก่
๑. ความกังวลในการเลือก
อาภรณ์ผ้านุ่งห่ม ให้รับกับใบหน้าและ
ทรงผม
อ.
ย่อมผ่องแผ้ว เข้าถึงความสงบภายใน
ทำให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้โดยง่าย
กุมารนาคเสนสดับพระธรรม
เทศนาแล้วซาบซึ้ง บังเกิดความเลื่อม
ใสศรัทธาอย่างแรงกล้า ขออนุญาต
บิดามารดาออกบรรพชาเป็นสามเณร
ความยุ่งยากในการหา ครั้นได้รับอนุญาตแล้วก็บวชอยู่ในสำนัก
เครื่องประดับ ตกแต่งร่างกายให้เข้า ของพระโรหนะปฏิบัติธรรมจนได้บรรลุ
ชุดกัน
๓. ความกังวลในการไปมาหา
ธรรมกายอรหัต สำเร็จเป็นพระอรหันต์
ในเวลาต่อมาไม่นาน
ความยุ่งยากเสียเวลาใน
สู่ช่างทอง ทำเครื่องประดับ
การขัดสี
E.
ธรรมเนียมการบรรพชาและ
อุปสมบทในสมัยพุทธกาล
๕. ความสาละวนวุ่นวาย ใน ในยุคต้นของพระพุทธศาสนา
การเก็บงำสิ่งของทั้งปวงเหล่านั้น
5. ความกังวลในการซักล้าง
๓. การหาดอกไม้มาทัดทรง
และแซมผมตามสมัยนิยม
พระพุทธองค์ทรงดำริว่า พระ
โอรสควรได้รับอริยทรัพย์ ซึ่งเป็นมรดก
อันมีค่าถาวร และให้ประโยชน์สุขที่แท้
จริงมากกว่าสมบัติกษัตริย์ จึงทรงมี
พุทธบัญชาให้พระสารีบุตร บรรพชา
พระโอรสราหุลเป็นสามเณร ด้วยวิธี
ไตรสรณาคมน์ การบรรพชาด้วยวิธีนี้
ได้ใช้เป็นต้นแบบแห่งการบวชสามเณร
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
การบวชด้วยวิธีไตรสรณาคมน์
คือการให้ผู้ขอบวชข็งโกนหนวด โกน
ผม ห่มผ้าไตรเรียบร้อยแล้ว เข้าไป
พระสาวกทุกรูปล้วนเป็นพระภิกษุไม่มี กราบพระภิกษุเพื่อประกาศขอบวชต่อ
พระสาวกที่เป็นสามเณร แม้เจ้าชาย หน้าสงฆ์ พระภิกษุผู้รับบวชให้ไตร
สิทธัตถะเองเมื่อทรงออกผนวชก็เรียก สรณาคมน์ โดยการกล่าวนำ ให้ที่พึ่ง
ว่าเสด็จออกบรรพชา เพิ่งจะมีการแยก ๓ ประการคือ พระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์
๔. การเที่ยวหาของหอมมา ใช้คำว่า บรรพชาบ้าง อุปสมบทบ้าง
ชะโลมทา
เมื่อมีพุทธานุญาตให้มีการบวชเป็น
ส. การหาของอบ ของม
สามเณร และให้ใช้คำว่า บรรพชา
ส่วนการบวชเป็นพระภิกษุนั้น
กระทำมาแต่ต้นเมื่อพระสัมมาสัมพุทธ
มีนาคม ๒๕๕๕ กัลยาณมิตร ๒๑