ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทราบพอเป็นแนวทางด้วยเถิด” พระเจ้า
อโศกทรงวิงวอน
“เมื่อจัดตามหน้าที่ กรรมมี ๔ คือ
๔
๑. ชนกกรรม กรรมซึ่งทำหน้าที่
ส่งให้เกิด บุคคลจะเกิดดีหรือเลว ใน
ตระกูลสูงหรือต่ำก็แล้วแต่กรรมประเภทนี้
เมื่อส่งให้เกิดแล้วก็หมดหน้าที่ เสมือน
มารดาที่คลอดบุตรแล้วไม่เลี้ยงต่อไป
เด็กจะดีหรือเลวก็แล้วแต่พี่เลี้ยงนางนม
ชนกกรรมนี้มักเป็นผลของอาจิณณกรรม
คือกรรมที่บุคคลทำจนเคยชิน หรือเป็น
ผลของอาสันนกรรมที่ทำเมื่อจวนสิ้นชีพ
ไว้อย่างไร?”
Jann
ในชาติก่อน
๒. อุปถัมภกกรรม กรรมที่เป็น
เหมือนพี่เลี้ยงคอยอุปถัมภ์ค้ำชูให้ดีขึ้น
หรือให้เลวลงกว่าเดิม เหมือนพี่เลี้ยง
อบรมเด็กดีก็มี อบรมให้เด็กเสียก็มี
๓.
อุปีฬกกรรม กรรมที่บีบคั้น
ให้ความทุกข์ทรมานหมดไป หรือบีบคั้น
แรงแห่งกุศลให้สิ้นสูญหมดพลัง
หลักธรรมในทางพุทธศาสนาแสดงเรื่องนี้ อำนาจกรรมที่ตนทำไว้ กรรมนั่นเองมี
๔. อุปฆาตกรรม กรรมตัดรอน
อำนาจจัดสรรบุคคลให้แตกต่างกัน ตาม กรรมที่มีพลังมากสามารถตัดรอนทั้งผล
“ขอถวายพระพร! อาตมภาพขอ ธรรมดาบุคคลสร้างกรรมขึ้นก่อน แล้ว แห่งกรรมดีและผลแห่งกรรมชั่วให้หมดไป
ถวายวิสัชนาพระราชปุจฉาในวรรคสุดท้าย กรรมที่เขาสร้างก็ยอกย้อนมาสร้างเขาใน “มหาบพิตร ทรงสดับเพียงเท่า
ก่อนที่ว่า พระพุทธศาสนาแสดงเรื่องนี้ ภายหลัง เหมือนบุคคลทำงานได้เงิน นี้อาจยังมีข้อกังขาอยู่มาก อาตมภาพขอ
ทองเครื่องเลี้ยงชีพมา ผลของงานนั่นเอง ให้พระองค์ทรงจดจำคำจำกัดความไว้ก่อน
“โดยสรุปหลักธรรมของพระ- กลับมาเลี้ยงเขาในภายหลังให้มีกินมีใช้ เมื่ออาตมภาพถวายวิสัชนาหมดทุกประ
พุทธศาสนามีว่า บุคคลผู้ท่องเที่ยวอยู่ มีความผาสุกในการครองชีพ พระผู้มี การเกี่ยวกับเรื่องกรรม พร้อมทั้งตัวอย่าง
ในสังสารวัฏนี้ เมื่อยังมีกิเลสอยู่ก็ต้อง พระภาคตรัสว่า ไม่มีแรงใดเสมอด้วย แล้ว อาตมภาพเชื่อว่าพระองค์จะทรง
เกิดอีก ในระหว่างที่เกิดนี้ถ้าทำกรรมชั่ว แรงกรรม บุคคลผู้มีกรรมในอดีตมาดี เข้าพระทัยดีขึ้น
ไว้อย่างไร?”
๑. ครุกรรม กรรมหนัก ฝ่ายดี
มากย่อมถือกำเนิดในภพต่ำเช่น นรก ถ้าไม่ทำชั่วอันเป็นเหตุให้กรรมในอดีตถูก “จัดตามแรงหนักเบา กรรมมี ๔
หรือภาวะแห่งสัตว์ดิรัจฉาน ถ้าทำ กีดกันด้วยกรรมปัจจุบันก็จะมีความเจริญ คือ
กรรมดีมาก ก็ถือกำเนิดในภพดี เช่น รุ่งเรืองในชีวิตมาก กฎแห่งกรรมมีความ
เทวดา หรือมนุษย์ เมื่อใดกิเลสหมด สัมพันธ์กับเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดอย่าง หมายถึงมหัคคตกุศลจิตคือฌาน ฝ่ายชั่ว
สิ้นไป ภพชาติต่าง ๆ ก็ดับมอดลง ใกล้ชิด เว้นกฎแห่งกรรมและการเวียนว่าย หมายถึงอนันตริยกรรม ๕ คือ ฆ่ามารดา
เหมือนไฟหมดเชื้อ
ตายเกิดเสียแล้ว มนุษย์จะมองเห็นว่า ฆ่าบิดา ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธ
“อาตมภาพ เชื่อตามหลักนี้ เชื่อ โลกนี้ช่างไร้ความยุติธรรมเสียจริง ๆ” เจ้า เพียงทำพระโลหิตให้ห้อ (ห้อเลือด)
ว่าชาติก่อนมีจริง ชาติหน้ามีจริง และ “เรื่องกรรมค่อนข้างสลับซับซ้อน และทำลายสงฆ์ซึ่งสามัคคี มีศีลอาจาระ
เชื่อว่าบุคคลและสัตว์ย่อมเป็นไปตาม มาก พระคุณเจ้ากรุณาอธิบายให้ข้าพเจ้า เสมอกันให้แตกจากกัน
มีนาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๙๒