ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปณฺฑิโต บัณฑิตควรชำระตนให้ หาใช่ทางปฏิบัติไม่ เป็นทางปริยัติ
ผ่องแผ้วจากเครื่องเศร้าหมองแห่ง ก่อน ทางปริยัติชี้ชัดอยู่ว่า คนทั้ง
จิตทั้งหลาย เยส์ สมโพธิยงเคสุ
สมมา จิตต์ สุภาวิต จิตอันบัณฑิต
ทั้งหลายเหล่าใด อบรมดีแล้วใน
องค์เป็นเหตุแห่งตรัสรู้ อทานปฏินิส
สคเค อนุปาทาย เย รตา บัณฑิต
ทั้งหลายเหล่าใดไม่ถือมั่น ยินดีแล้ว
ในอันสละความยึดถือ
ชุติมนฺโต เต โลเก ปรินิพพุตา
บัณฑิตทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมเป็น
ผู้ไม่มีอาสวะ มีความโพลงดับสนิท
ในโลกด้วยประการดังนี้ นี่เนื้อ
ขีณาสวา
หลายเหล่าใดเห็นตามปัญญา เมื่อ
บุคคลเห็นตามปัญญาเมื่อใด บุคคล
เห็นตามปัญญาว่า สังขารทั้งหลาย
ไม่เที่ยง เมื่อนั้นย่อมเหนื่อยหน่าย
ในทุกข์ นี้เป็นหนทางหมดจด
วิเศษ เมื่อใดบุคคลเห็นตามปัญญา
ว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อ
นั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ นี้เป็น
หนทางหมดจดวิเศษ เมื่อใดบุคคล
เห็นตามปัญญาว่า ธรรมทั้งหลาย
ไม่ใช่ตัว เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายใน
ความของพระบาลีคลี่ความเป็นสยาม ทุกข์ นี้เป็นหนทางหมดจดวิเศษ
ภาษา
บรรดามนุษย์ทั้งสิ้น ชนพวกใด ชน
ต่อแต่นี้จะอรรถาธิบายขยาย ที่เป็นมนุษย์พวกใดที่จะไปถึงซึ่งฝั่ง
ความเป็นลำดับไป เป็นทางปริยัติ ข้างโน้น คือพระนิพพาน นั่นน้อย
ชนทั้งหลาย
ตัวนัก ส่วนชนคือมนุษย์นอกนี้
แล่นไปสู่ฝั่งนั้นแล ไปในกามวัฏ วิ
ปากวัฏ กิเลสวัฏ ก็ชนเหล่าใดแล
เป็นผู้ประพฤติตามธรรม ในธรรมที่
พระตถาคตเจ้ากล่าวดีแล้ว เป็น
ธรรมที่ล้ำลึกคัมภีรภาพนัก ไม่ใช่
เป็นของเล็กน้อย
เหล่านั้นย่อมถึงพระนิพพานได้
พระนิพพานไม่ใช่ของพอดีพอร้าย
ไม่ใช่เป็นของง่าย เพราะฉะนั้นทาง
ไปพระนิพพานก็เป็นของไม่ใช่ง่าย
เป็นของยากนัก ธรรมอันนี้ที่สมเด็จ
พระผู้มีพระภาคทรงชี้ว่าทางอันหมด
จุดวิเศษ เมื่อเห็นความไม่เที่ยงของ
สังขารทั้งหลาย เห็นความเป็นทุกข์
ของสังขารทั้งหลาย เห็นความไม่ใช่
ตัวของธรรมทั้งหลายนี่เป็นข้อสำคัญ
มีนาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๙