การตกแต่งพระวิหาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 3 หน้า 82
หน้าที่ 82 / 112

สรุปเนื้อหา

งดงามดูมีชีวิตชีวามาก “นี่ถ้าต้องแสงจันทร์คงงามไม่แพ้กันนะ คงจะสวยเย็น ๆ ดูสงบดี ลักขณ์เราลองมา สักตอนที่ ๑ - ที่ ๒ กันมั้ย” เอ...ไม่รู้ว่าพี่นิภา มีอารมณ์โรแมนติกหรือแกล้งชวน เพราะเห็น ฉันบ้าศิลปกรรมโบราณกันแน่ “เอางั้นจริงนิภา น้าอนุญาตนะ” น้า น้อยแซวยิ้ม ๆ แล้วหันมาถามฉัน “แล้วลักขณ์จะมาด้วยมั้ย น้าจะได้ อนุญาตพร้อมกันไปเลย” “ไม่หรอกค่ะ ให้พี่นิภามาคนเดียวดีกว่า” “ทำไมล่ะ มาด้วยกัน บรรยากาศดีนะ คงเย็นสบายด้วย” “ไม่ดีหรอกพี่ ก็... ลักขณ์เกรงพระทัย เจ้านายที่ประทับในพระเจดีย์ เดี๋ยวท่านจะคุย กันไม่สนุกเมื่อเห็นคนแปลกหน้า" น้าน้อยและพี่นิภาหัวเราะคำพูดของฉัน ก็แหม....เบญจา ใครจะบ้าจี้ชมหลังคาวัดวา อารามตอนดึกดื่นเที่ยงคืนล่ะ ต่อให้หลงใหล คลั่งไคล้ศิลปะก็เถอะ ต่อให้คืนวันเพ็ญเดือน สิบสองด้วย

หัวข้อประเด็น

- การตกแต่งพระวิหาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

งดงามดูมีชีวิตชีวามาก “นี่ถ้าต้องแสงจันทร์คงงามไม่แพ้กันนะ คงจะสวยเย็น ๆ ดูสงบดี ลักขณ์เราลองมา สักตอนที่ ๑ - ที่ ๒ กันมั้ย” เอ...ไม่รู้ว่าพี่นิภา มีอารมณ์โรแมนติกหรือแกล้งชวน เพราะเห็น ฉันบ้าศิลปกรรมโบราณกันแน่ “เอางั้นจริงนิภา น้าอนุญาตนะ” น้า น้อยแซวยิ้ม ๆ แล้วหันมาถามฉัน “แล้วลักขณ์จะมาด้วยมั้ย น้าจะได้ อนุญาตพร้อมกันไปเลย” “ไม่หรอกค่ะ ให้พี่นิภามาคนเดียวดีกว่า” “ทำไมล่ะ มาด้วยกัน บรรยากาศดีนะ คงเย็นสบายด้วย” “ไม่ดีหรอกพี่ ก็... ลักขณ์เกรงพระทัย เจ้านายที่ประทับในพระเจดีย์ เดี๋ยวท่านจะคุย กันไม่สนุกเมื่อเห็นคนแปลกหน้า" น้าน้อยและพี่นิภาหัวเราะคำพูดของฉัน ก็แหม....เบญจา ใครจะบ้าจี้ชมหลังคาวัดวา อารามตอนดึกดื่นเที่ยงคืนล่ะ ต่อให้หลงใหล คลั่งไคล้ศิลปะก็เถอะ ต่อให้คืนวันเพ็ญเดือน สิบสองด้วย ! มันคงไม่ใช่ดูสงบหรอก ฉันว่า มันคงวังเวงเย็นยะเยือกมากกว่าเบญจว่าจริงมั้ย ยิ่งลูกน้องหอนโหยหวน มันยิ่งน่าเผ่น มากกว่าน่าอยู่นะ เบญจ์ว่าไง เอาละ ฉันจะบอกว่าทำไมฉันจึงเพลิน ชมหลังคาพระวิหารพระยืน ก็สันหลังคาเขา ประดับมังกรสีเขียว ๒ ตัว เลื้อยตามความ ยาวของหลังคา หันหน้าเข้าหากันโดยมีถะ เล็ก ๆ ๕ ชั้นกั้นอยู่ เวลาแสงแดดต้องตัวมังกร เกล็ดของมันสะท้อนเป็นมันละเลื่อมเหมือนมี ชีวิตจิตใจ และกำลังโลดแล่นเข้าหากันด้วยความ คิดถึงงั้นแหละ ส่วนขอบข้าง ๆ ของสันหลังคา ชั้นบนก็ดี ชั้นลดก็ดี และชั้นลดเขียนลายมังกรบ้าง หงส์จีนบ้าง สลับดอกไม้ใบไม้ แต่สีจางไปไม่น้อย แต่ ก่อนคงสวยกว่านี้แน่ ปลายมุมของชายคาชั้น ล่างประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีต่าง ๆ ลาย ตลอดจนขอบชายคาบน สิงห์ซ่อมที่ เป็นหัวมังกรพ่นไฟหรือปลาพ่นน้ำก็ไม่รู้ แทน หางหงส์อย่างวัดไทย คล้าย ๆ ชายคาศาลา ท่าฉนวน ซึ่งฉันส่งรูปมาให้เบญจ์ดูในจดหมาย ฉบับที่แล้ว เบญจ์ลองย้อนไปดูหน่อยนะจ๊ะ จะ ได้เห็นความงามของลาย แต่แรกฉันเข้าใจว่า เป็นพวงหางสิงโตเลยเขียนบอกไปเช่นนั้น ใช้ กล้องขยายดูรูปใหม่จึงรู้ว่าผิดฉมัง ขอโทษ ทีนะจ๊ะที่ฝอยผิดไปหน่อย หน้าบันพระวิหารก็แปลกตาไม่น้อย ประดับกระเบื้องเคลือบสีทำลวดลายกิ่งไม้ใบไม้ และดอกเบญจมาศเลื้อยไปมาเป็นเครือเถาเขียว แหละ ตรงกลางหน้าบันประดับถ้วยเบญจรงค์ ๓ ใบในแนวตั้ง แล้วยังแปะถ้วยชามไว้เป็นระยะ ๆ ทั้งหน้าบันอย่างงดงาม ฉันนับได้ ๑๓ ใบ ฉันขอ ตัววิ่งไปดูหน้าบันด้านหลังก็เห็นเป็นลายเดียวกัน ต่างกันที่ถ้วยชามที่ประดับเป็นระยะ ๆ นั้นมีถึง ๑๓ ใบ ผนังด้านนอกตอนบนเหนือหน้าต่างแต่ ละบาน มีรูปผลไม้ต่าง ๆ บานละชนิด เช่น ส้มมือ ทับทิม และลูกท้อ ล้วนเป็นสัญลักษณ์ ความเป็นสิริมงคลของจีน ทำให้ฉันคิดถึงคำ “ฮก ลก ซิ่ว” ที่คุณกุ้งเคยอธิบายความหมาย พร้อมทั้งให้พวกเราดูตุ๊กตากระเบื้องจีนที่เป็นรูป ล นั่งเดียวดายระหว่างประตู ผู้ชาย ๓ คน หน้าตาและการแต่งกายเป็น แบบ เบญจอาจลืมไปแล้ว ฉันขอฉายซ้ำตาม คุณกุ้งเคยพูดนะจ๊ะ ทางเข้าพระวิหารพระยืน “ฮก” แปลว่า วาสนาสูง ฉันเคยได้ยิน คนไทยสมัยนี้ใช้คำว่า “โชคดี” แทน หมายถึง ใครก็ตามที่เกิดมาในครอบครัวที่ดี (ในที่นี้ หมายถึงคนดี) ทำงานประสบความสำเร็จด้วย ดีหรือทำจนร่ำรวย และปลายชีวิตก็ไม่ลำบาก เพราะมีลูกดี อยู่ในโอวาทและกตัญญูรู้คุณ นับว่าผู้นั้นมีวาสนาดีที่ไม่ต้องลำบากกาย-ใจ คนไทยถือว่าโชคดี ๓ ชั้นแล้วคือ เกิดดี ทำ งานดี มีลูกดี เขาจะทำเป็นรูปผู้ชายมีหนวด เคราสีดำ อุ้มเด็กหนึ่งคน (หนวดเคราดำ แสดงว่ายังไม่แก่นัก ได้ทันเห็นและได้อุ้มลูก ๔๐ กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๓๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More