ข้อความต้นฉบับในหน้า
ยาวนาน ตั้งแต่โบราณกาลมาสู่ปัจจุ” อย่างต่อเนื่อง แล้ววันหนึ่งในความ
บัน และจะเกี่ยวเนื่องต่อไปในอนาคต เงียบ เมื่อเรามองดูใจเราเอง เราจะ
ล้วนถูกกําหนดให้อยู่ภายใต้กรอบที่ไม่มี รู้ว่าสายใยแห่งการให้ที่ต่อเนื่อง และ
ขีดจำกัดของคำว่า “ให้” คำเดียวเท่า
นั้น
ไร้ข้อแม้ ได้ก่อตัวเงียบ ๆ เป็นกระแส
ความดีเชื่อมสานกัน เป็นพลังบริสุทธิ์
เต็มหัวใจ แล้ววันนั้นเราจะรู้ซึ้งถึง
คำว่า “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก” และการ
ให้คือ "ต้นทางแห่งความสุขที่เราไม่เคย
1 เข้าใจมาก่อน”
ความหมายของคำว่า “ให้”
ตามความหมายในพจนานุกรม
ระบุให้เป็นคำกริยาที่แปลว่า มอบ สละ
หรือ อนุญาต มักจะนำไปใช้ในขณะที่
มีการแสดงออกจากบุคคลหนึ่งไปสู่บุค ต้นทางแห่งความสุข
คลหนึ่ง เป็นลักษณะของการถ่ายเท
ทันทีที่ใจคิดจะสละแบ่งปันสิ่งใด
กว่าที่ใครคนใดคนหนึ่งจะตัดสิน
ให้ใครแล้ว กระแสใจจะอ่อนโยน
ผ่องใส ปีติเบิกบาน กระแสธาร
ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินสิ่งของหรือ ใจสละสิ่งของที่ตนเป็นเจ้าของอยู่ เพื่อ
วัตถุอย่างใดอย่างหนึ่งของบุคคลทั้งสอง นำออกไปให้แก่บุคคลอื่นนั้น ย่อมเป็น
ที่อาจมีความสัมพันธ์กันหรือไม่มี สิ่งที่มิใช่เกิดขึ้นง่ายๆ เลย เนื่องเพราะ
ฝ่าย
ที่สว่างโพลงอยู่ภายใน
แห่งบุญก็จะหลั่งไหลมาที่
ก็ได้ ทั้งนี้ก็ด้วยความเต็มใจของทั้ง มนุษย์ย่อมมีสัญชาตญาณแห่งความเป็น ศูนย์กลางกาย เป็นดวงบุญ
สองฝ่าย ทั้งผู้เป็นฝ่าย “ให้” และผู้ เจ้าของที่จะต้องรักและหวงแหนทรัพย์
เป็นฝ่าย “รับ” ซึ่งผลแห่งการแสดงออก สินของตน และความหวงแหนนี่เอง
เช่นนี้ ย่อมก่อให้เกิดความสุข ความ
ยินดีปรีดาด้วยความเต็มอกเต็มใจ
“ให้” ยังมีความหมายตรงกับ
คำว่า “จาคะ” และ “ทาน” โดยคำว่า
คือความตระหนี่ที่เกาะกุมใจให้ดวงใจ
คับแคบ มองไม่เห็นประโยชน์ในคุณค่า
แห่งการเสียสละนั้น
แต่ทว่าเมื่อใดที่ดวงใจนั้นเปิด
จาคะ มักจะใช้ในรูปแบบของคำว่า กว้าง คิดแต่จะให้ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้น
“บริจาค” ซึ่งเป็นคำกริยา และคำว่า
ทาน มักจะหมายถึงตัววัตถุหรือทรัพย์
สินสิ่งของที่จะนำไปบริจาค และจะใช้
ควบคู่กันเสมอเป็น “บริจาคทาน” หมาย
ถึงการนำทรัพย์สินสิ่งของไปมอบให้
บุคคลอื่น เพื่อมุ่งหวังให้ผู้รับได้ใช้
ประโยชน์จากสิ่งนั้นอย่างเต็มที่
ตามความหมายอีกนัยหนึ่ง ได้
เคยมีผู้ให้ค่าจํากัดความไว้ว่า
“ถ้าเราไม่เคยเป็นผู้ให้ เราจะ
ไม่มีทางรู้เลยว่า ความสุขที่เกิดขึ้นใน
หัวใจของผู้ให้เป็นเช่นไร ลองดูซิ
มาได้จากสาเหตุหลายประการ เช่นเกิด
จากความรักใคร่พอใจ ปรารถนาดีเพื่อ
มุ่งตอบแทนบุญคุณ หรือมุ่งการสง
เคราะห์ เพื่อให้ผู้รับได้ความสุขสบาย
เมื่อนั้น ดวงใจจะแบ่งบาน ขยายออก
คล้ายดังดอกบัวที่ค่อย ๆ แย้มกลีบรอ
รับน้ำค้างกลางแสงอรุณ ความปีติชุ่ม
ชื่นจะค่อยๆ เอิบอาบซึมซาบผ่านสู่ใจ
ในขณะนี้เองที่บุคคลจะค่อย ๆ รับรู้ถึง
ความหมายของการให้ที่เป็น “ต้นทาง
แห่งความสุข" ที่แท้จริง
ลองเปลี่ยนจากการรับเป็นการให้ ให้ บุญสามวาระ
อย่างเต็มกำลัง ให้อย่างเต็มหัวใจ ให้
นอกเหนือจากความรู้สึกลึกซึ้ง
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๙ ๔๗