ข้อความต้นฉบับในหน้า
โดย : ฐานวุฑโฒ ภิกขุ
บทนำ
นานมาแล้ว “มงคลชีวิต ฉบับธรรมทายาท”
เคยเกิดขึ้นได้ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ด้วยความรัก
ความปรารถนาดี อันมีพื้นฐานมาจากการตระหนักลึกซึ้ง
ในคุณค่าของธรรมะ... อาตมภาพมิใช่นักเขียน มิใช่ผู้
เชี่ยวชาญในการประพันธ์ ตลอดชีวิตวัยเรียนก็คุ้นอยู่กับ
ตัวเลขการคำนวณสูตรต่างๆ และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์
อาศัยที่มีใจรักการอ่าน และสนใจการเขียนอยู่บ้าง เมื่อ
หลวงพ่อทัตตชีโวมีบัญชาให้จัดทำหนังสือมงคลชีวิตฉบับ
ธรรมทายาท เพื่อประโยชน์ในการฝึกอบรมเยาวชนและ
ภิกษุสามเณร ภาคฤดูร้อน อาตมภาพก็น้อมรับบุญ และ
ตั้งใจปฏิบัติภารกิจนั้นจนสุดความสามารถ
บัดนี้เมื่อเวลาผ่านไป...อาตมภาพได้รับมอบหมาย
จากคณะสงฆ์ ให้มาศึกษาและวิจัยทางพระพุทธศาสนา
อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น นับจาก พ.ศ.๒๕๓๓ ถึงปัจจุบัน ก็
เป็นเวลา 4 ปีแล้ว การจากมาอยู่ต่างถิ่น ต่างวัฒน
ธรรมในสถานภาพของสงฆ์ไทยเพียงรูปเดียว ทำให้ต้อง
อดทนและปรับตัวอย่างมาก ต้องสำรวมระวังตนอยู่เป็นนิจ
แต่ก็ทำให้ได้รู้จักโลก ได้เข้าใจชีวิตมากขึ้น ประการสำคัญ
ได้เห็นตนเองชัดขึ้น รู้จักตนเองดีขึ้น
ทุกวันนี้การเรียนยังคงหนัก ทั้งยังต้องอ่านเขียน
ทุกอย่างผ่านภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ทำให้ต้องห่าง
เห็นจากภาษาไทยและว่างเว้นจากการเขียนมานาน เมื่อ
วารสารกัลยาณมิตรติดต่ออาราธนาให้เขียนคอลัมน์ ซึ่ง
อาตมภาพขอตั้งชื่อว่า “ข้อคิดจากรอบตัว” ขึ้นมาเช่นนี้
ในเบื้องต้นก็ออกจะลำบากใจอยู่มิใช่น้อย เกรงว่าจะถ่าย
ทอดเรื่องราวได้ไม่ตรงกับที่ใจคิด แต่ครั้นระลึกถึงมโน
ปณิธานของหลวงพ่อ ที่หวังให้พวกเราได้ปฏิบัติหน้าที่
กัลยาณมิตรอย่างเต็มกำลังความสามารถในทุกกาลทุกเรื่อง
อาตมภาพก็มีกำลังใจที่จะจับปากกาขึ้นมาขีดๆ เขียนๆ สิ่ง
ละอันพันละน้อยที่เป็นสารธรรมอีกครั้งหนึ่ง โดยหวังจะ
ให้ประสบการณ์และข้อคิดต่างๆ เกิดประโยชน์ต่อเพื่อน
มนุษย์และสังคมสืบต่อไป
ฐานวุฑโฒ ภิกขุ
ธ
รรมชาติของคนเราต้องการความภูมิใจใน
ตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพที่เหมือน
หรือแตกต่างกันอย่างไร คนเราก็มักจะหาความ
ภูมิใจจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งในชีวิตของตนจนได้ เช่น
ฐานะ ชาติตระกูล การศึกษา หน้าที่การงาน
ความสามารถ หรือแม้รูปร่างหน้าตา เป็นต้น ความ
ภูมิใจนี้ก่อให้เกิดความมั่นใจในคุณค่าของการดำรง
อยู่ของชีวิต ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าสิ่งนี้คือ เกียรติยศ
คงไม่มีใครปรารถนาที่จะคบหากับบุคคลที่
ชอบใช้กิริยาวาจาของตน ไปบั่นทอนความภูมิใจ
ทำลายเกียรติยศของผู้อื่น ไม่ว่าบุคคลนั้นๆ จะ
เป็นใครก็ตาม อาตมาเคยรู้จักสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง
เป็นชาวจีนที่อพยพมาอยู่เมืองไทย ภรรยาเป็น
คนที่เคารพและให้เกียรติสามีมาก ถึงแม้ตัวเองจะ
เป็นคนเก่ง ทำมาค้าขายจนร่ำรวย แต่ก็คอยระมัด
ระวังเสมอ ไม่ให้สามีกระทบกระเทือนใจว่า แท้จริง
แล้วใครเป็นหลักในครอบครัว ใครเป็นผู้มีบทบาท
ในการสร้างฐานะ อยู่ด้วยกันมาร่วมสี่สิบปี ไม่เคย
มีปากเสียงกันเลย แต่มีอยู่คราวหนึ่ง ภรรยาปรารภ
เรื่องญาติที่เมืองจีนติดต่อมา สามีหัวเราะ บอกว่า
“จะมีอะไร ก็คงอยากได้เงิน ยากจนอย่างนั้น
ให้ไปสักพันสองพัน ก็ขี้คร้านจะดีใจ”
ภรรยาโกรธมาก คาดไม่ถึงว่าสามีจะพูด
เช่นนั้น อันเป็นการดูแคลนญาติของตน จึงพูด
ประชดประชันสามีเป็นครั้งแรกว่า ตัวเองร่ำรวย
นักหรือไง จึงพูดเช่นนั้น แล้วก็เลยต่อว่าอะไรอีก
ยืดยาว
คนที่อวดเบ่งข่มทับคนอื่น จะเป็นคนที่ไม่
น่ารักเลย
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๓ ๘๑