ข้อความต้นฉบับในหน้า
เฝ้ากราบทูลพระบรมศาสดา กล่าว องค์จะลงที่ประตูเมืองสังกัสสในวัน
คือ เมื่อครั้งที่พระบรมศาสดาเสด็จ มหาปวารณา ผู้ที่ต้องการจะพบพระ
ขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ องค์ ก็จงไปที่นั่น พระมหาโมคคัล
เพื่อทรงโปรดเทพบุตรพุทธมารดา ลานเถระถวายบังคมลากลับ ลง
ครั้นเหลือเวลาอีกเพียง ๓ วัน ก็จะ มาบอกข่าวแก่มหาชนผู้รอฟังข่าวอยู่
ถึงวันมหาปวารณา ออกพรรษา
ประชาชนพากันวิตกกังวล อยาก
ทราบวันเสด็จกลับของพระผู้มีพระ
ภาคเจ้า จึงชวนกันไปกราบเรียน
พระมหาโมคคัลลานเถระ พระเถระ
ก็รับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ แล้ว
ดำลงไปในแผ่นดินตรงนั้นเอง ท่าน
ได้ตั้งอธิษฐานจิตว่า “ขอให้ทุกคน
จงเห็นเรา ผู้ไปถึงเชิงเขาสิเนรุ แล้ว
ขึ้นไปโดยลำดับ
พอไปถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสว่า นับจากนี้ไปอีก ๗ วัน พระ
ตามที่มีพระพุทธดำรัสสั่งทุกประการ
ยังความปลาบปลื้มให้กับมหาชน
อย่างมิรู้ลืม
ตามปกติพระเถระท่านเที่ยว
ไปในเทวโลกบ้าง นรกบ้าง ด้วย
กำลังฤทธิ์ของท่าน เมื่อท่านขึ้นไป
บนเทวโลก ได้เห็นผู้ที่เคยนับถือ
พระพุทธศาสนา ต่างมีความสุข
สบาย เมื่อลงไปนรก เห็นพวกที่เคย
ทำบาปไว้ กำลังทุกข์ทรมานอยู่ แล้ว
กลับมาบอกมนุษย์ทั้งหลายให้ทราบ
แล้วได้เสวยทิพยสมบัติอย่างไร ส่วน
พวกที่ทำบาปตกนรกขุมไหน แล้ว
ได้รับทุกขเวทนาอย่างไรบ้าง ซึ่ง
ในการลงไปในนรกทุกครั้งของท่าน
ไม่ว่าไปขุมใด ไฟนรกขุมนั้น ก็ดับ
สนิท ยมบาลก็หยุดลงโทษสัตว์
นรกทันทีเครื่องจองจำเครื่องประหัต
ประหารต่างๆ หยุดทำงานชั่วคราว
เมื่อผู้คนทั้งหลายทราบเรื่อง
ดังนี้ ก็พากันเลื่อมใสศรัทธาในพระ
พุทธศาสนามากยิ่งขึ้น และห่างไกล
จากพวกเดียรถีย์ พระพุทธศาสนา
ก็เจริญขึ้นเป็นลำดับ พวกเดียรถีย์
ชีเปลือยก็เสื่อมลง
ความรู้ ความชำนาญ ความ
สามารถและความดีเด่นของท่านที่
ว่า ใครได้ไปเกิดในเทวโลกชั้นไหน บำเพ็ญตน เพื่อสาธารณประโยชน์
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๗ 900