การเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 1 หน้า 23
หน้าที่ 23 / 128

สรุปเนื้อหา

อนัตตา ทำไมไม่ถึงขนาดเล่า ก็มัน ขั้นสมถะนี่ กายมนุษย์ กายมนุษย์ ละเอียด กายทิพย์ กายทิพย์ละเอียด กายรูปพรหม กายรูปพรหมละเอียด กายอรูปพรหม กายอรูปพรหมละ เอียด นี่มันขั้นสมถะ แค่รูปฌานเท่า นั้นเลยไปไม่ได้ พอถึงกายธรรม มันขั้นวิปัสสนา ตาพระพุทธเจ้าท่าน ก็เห็นเบญจขันธ์ทั้ง ๕ เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แท้ๆ เห็นจริงๆ จังๆ อย่างนั้นละ เห็นแท้ทีเดียว เห็นชัดๆ ไม่ได้เห็นด้วยตากายในภพ เห็นด้วย ตาธรรมกาย รู้ด้วยญาณธรรมกาย เห็นด้วยตาพระพุทธเจ้า รู้ด้วยญาณ พระพุทธเจ้า เห็นอย่างนี้แหละ เห็นด้วยตาของ พระตถาคตเจ้ารู้ ด้วยญาณของพระตถาคตเจ้า ธรรม กายนั่นเป็นตัวของพระตถาคตเจ้าที่ เดียว ไม่ใช่อื่น เห็นชัดอย่างนี้ นี่ แหละเห็นอย่างนี้ เขาเรียกวิปัสสนา เห็นเบญจขันธ์ทั้ง ๕ เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา วูบๆๆๆไป อ้อ.

หัวข้อประเด็น

- การเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อนัตตา ทำไมไม่ถึงขนาดเล่า ก็มัน ขั้นสมถะนี่ กายมนุษย์ กายมนุษย์ ละเอียด กายทิพย์ กายทิพย์ละเอียด กายรูปพรหม กายรูปพรหมละเอียด กายอรูปพรหม กายอรูปพรหมละ เอียด นี่มันขั้นสมถะ แค่รูปฌานเท่า นั้นเลยไปไม่ได้ พอถึงกายธรรม มันขั้นวิปัสสนา ตาพระพุทธเจ้าท่าน ก็เห็นเบญจขันธ์ทั้ง ๕ เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แท้ๆ เห็นจริงๆ จังๆ อย่างนั้นละ เห็นแท้ทีเดียว เห็นชัดๆ ไม่ได้เห็นด้วยตากายในภพ เห็นด้วย ตาธรรมกาย รู้ด้วยญาณธรรมกาย เห็นด้วยตาพระพุทธเจ้า รู้ด้วยญาณ พระพุทธเจ้า เห็นอย่างนี้แหละ เห็นด้วยตาของ พระตถาคตเจ้ารู้ ด้วยญาณของพระตถาคตเจ้า ธรรม กายนั่นเป็นตัวของพระตถาคตเจ้าที่ เดียว ไม่ใช่อื่น เห็นชัดอย่างนี้ นี่ แหละเห็นอย่างนี้ เขาเรียกวิปัสสนา เห็นเบญจขันธ์ทั้ง ๕ เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา วูบๆๆๆไป อ้อ...ไฟใหม่เกิดเรื่อย กายมนุษย์นี้ก็เช่นเดียวกัน ไอ้เก่า ตายไป ไอ้ใหม่เกิดเรื่อย หนุนไม่ได้ หยุดเหมือนไฟ เหมือนดวงไฟอย่าง นั้นแหละ ไม่ขาดสาย มันเกิดหนุน อย่างนั้น นั่นเห็นขนาดนั้น เห็นเกิด เห็นตายเรื่อย เกิดแล้วก็ตายไป เกิด แล้วก็ตายไป ไม่มีหยุดละ เหมือน กันหมดทั้งสากลโลก เห็นทีเดียวว่า มีแต่เกิดกับดับ ยังกิญจิ สมุทยธมฺม ตลอดขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจ ๔ ปฏิจจสมุป บาทธรรม แปดดวงนี้เห็นตลอดหมด เห็นจริงเห็นจังทีเดียว เห็นด้วยตา ธรรมกาย รู้ด้วยญาณธรรมกาย รู้ชัด อย่างนี้ นี้เรียกว่า สวตฺตติ ย่อมเป็น ด้วยพร้อม อุปสมาย เพื่อความสงบ เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้ว ความยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสไม่มี สงบหมด หายไปหมด เงียบเชียว ที่ยินดีถอน มนุษย์เกิดไม่อยู่ที่เกิดเรื่อยๆเกิดริบๆ ความเกิดเป็นธรรมดา ย่อมมีความ เหมือนไฟจุดอยู่ มีไส้มีน้ำมัน มีตะ เกียงจุดมันก็ลุกโพลง เราเข้าใจว่าไฟ ดวงนั้นเป็นอย่างนั้นแหละ ไอ้กาย มนุษย์มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ แต่ เห็นเป็นอนิจจังน่ะเห็นอย่างไร เห็นตั้งแต่กายมนุษย์เกิด กาย สพฺพนต์ นิโรธธมฺม สิ่งทั้งปวงมี เกิดเสมอ สิ่งทั้งปวงมีเกิดเสมอ มี ความดับเสมอ มีเกิดกับดับสอง อย่างเท่านั้น หมดทั้งสากลโลก เห็น ด้วยตาธรรมกาย รู้ด้วยญาณธรรม กายจริงๆ อย่างนี้ นี่ทำวิปัสสนา เก่าหมดไปไฟใหม่เกิดเรื่อยขึ้นมา เห็นจริงเห็นจังอย่างนี้ ไฟเก่าหมดไปไฟใหม่เกิดเรื่อยขึ้นมา ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ก็แบบ แล้วก็เอามือคลำดูข้างบนก็รู้ ร้อน เดียวกัน โส สมุปาทยธมฺม เห็น ตาธรรมกายไม่เห็นอย่างนั้น เห็นไฟ ไม่ออก เงียบเขียว อภิญญาย รู้ยิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่าง สมโพธาย รู้พร้อมรู้ จริงทุกสิ่งทุกอย่าง นิพพานาย ดับหมด ราคะ โทสะ โมหะ ดับหมด ปรากฏ อย่างนี้ ดังความจริงอย่างนี้ นี่ที่ไป ถึงพระตถาคตเจ้าอย่างนี้ ไปถึง ธรรมกายเช่นนี้ ไม่ได้ไปทางอื่นเลย ไปทางปฐมมรรค ไปกลางดวง ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๓ ๒๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More