ข้อความต้นฉบับในหน้า
สามีได้เพียง ๒-๓ วัน ก็เบื่อ จึงไป
แต่สามีไม่เชื่อ วันต่อ ๆ มา เมื่อ
สามีออกไปทำธุระนอกบ้าน นางก็
ท่าบ้านให้เลอะเทอะ พอสามีกลับ
มาก็ฟ้องว่าเป็นฝีมือของบิดามารดา
ผู้แก่เฒ่าที่ดวงตามองอะไรไม่เห็น
ก็ไม่คิดหนีอีกต่อไป พวกโจรจึง
บอกแก่สามีและหาเหตุติเตียนต่าง ๆ จับท่านได้ และทุบตีอย่างเคียดแค้น
แล้วเหาะกลับไปยังถ้ำกาฬศิลา นิพ
พาน ณ ที่นั้น เมื่อวันแรม ๑๕ ค่ำ
เดือน ๑๒ หลังจากพระสารีบุตรเถระ
นิพพานแล้ว ๑๕ วัน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จ
ร่างกายของท่านก็แหลกเหลว กระ
ถูกแหลกละเอียดเหลือเป็นชิ้นๆ
ขนาดเมล็ดข้าวสารหัก เมื่อทุบจน
หายแค้นแล้ว คิดว่าท่านมรณภาพ
ไปทรงกระทำฌาปนกิจศพของพระ
จึงช่วยกันหามไปทิ้งไว้หลังพุ่มไม้
มหาโมคคัลลานเถระแล้ว รับสั่งให้
เมื่อหญิงคนนั้นบ่นอย่างไม่รู้
จักจบสิ้น กุลบุตรซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญ
แล้วหลบหนีไป
ต่อมาพวกโจรถูกจับได้ ชัก
บารมีมาเต็มเปี่ยมแล้วก็จริง ที่สุด
ถามกันไปมาจึงรู้ว่า พวกเดียรถีย์
เก็บอัฐิธาตุมาบรรจุไว้ในสถูปเจดีย์
ใกล้ซุ้มประตูพระเวฬุวนารามนั่นเอง
จากเรื่องของพระมหาโมคคัล
ความรักในบิดามารดาของตนก็จาง ชีเปลือยเป็นผู้จ้างวานให้ฆ่า พระ
หายไป เพราะอำนาจความหลงใหล ราชาจึงรับสั่งให้ฝังพวกเดียรถีย์
ในภรรยานั่นเอง
เขาจึงวางแผน
ลวงบิดามารดาให้ขึ้นเกวียนพาออก
เดินทางไป
พอถึงกลางป่าก็แกล้งทำเป็น
เปลือยแค่สะดือประมาณ ๕๐๐ คน
รวมทั้งพวกโจรอีก ๕๐๐ ให้เอาฟาง
กลบแล้วก่อไฟเผาทั้งเป็น พอไฟ
ไหม้แล้วจึงสั่งให้ไถกลบด้วยไดเหล็ก
บอกบิดามารดาว่า แถวนี้มีโจรซุ่มอยู่ ทำให้พวกโจรตัวขาดเป็นท่อนเล็ก
ขอให้บิดาถือเชือกไว้ โคทั้งสองจะ ท่อนน้อย รวมทั้งรับสั่งให้นำโจร ๔
ไปตามสัญญาณของปฏิก ส่วนตน คนนั้นไปเสียบหลาวไว้ทั้งเป็น เพื่อ
จะเดินไป ว่าแล้วก็ส่งเชือกให้บิดา ประจานความชั่วไม่ให้ใครเอาเป็น
แล้วลงจากเกวียนไปสักครู่ก็ทำเป็น เยี่ยงอย่างต่อไป
เสียงโจรซุ่มอยู่
ฝ่ายพระเถระแม้จะได้รับทุกข์
บิดามารดานึกว่าโจรจริงๆ เวทนาอย่างแสนสาหัส แต่ท่านก็ยัง
ไม่มรณภาพ ซึ่งเป็นธรรมดาของ
จึงร้องบอกว่า "ลูกเอ๋ย พ่อแม่แก่แล้ว
ลูกจงรักษาตัวหนีไปให้พ้นจากภัย พระอัครสาวก หากยังไม่ได้ทูลลา
อันตรายเถิด"
ฝ่ายลูกชายนั้น ทำเสียงเป็น
โจร แล้วทุบตีบิดามารดาจนตาย
ทิ้งไว้ในป่าแล้วกลับไป เมื่อตายลง
ต้องตกนรกเสียหลายภพหลายชาติ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จะยัง
นิพพานไม่ได้เด็ดขาด พระเถระยัง
ลานเถระนี้ ได้ให้ข้อคิดแก่เราว่า
คนเราไม่ว่าจะอยู่ในชนชั้นใด มี
ความรู้ ความสามารถ มีฤทธิ์เหาะ
เหินเดินอากาศได้ หรือมียศสูงสัก
เพียงใดก็ตาม ย่อมหนีบาปกรรมที่
ตนกระทำไว้ไม่ได้ พึงระลึกไว้เสมอ
ว่า ในช่วงชีวิตอันน้อยนิดของเรา
ไม่ควรหลงไปทำความชั่วโดยเด็ดขาด
แม้เพียงน้อยนิด เพราะผลที่ได้รับ
นั้นย่อมเป็นความเจ็บปวด ความทุกข์
แสนสาหัส ทั้งชาตินี้และชาติหน้า
อันนับภพนับชาติไม่ถ้วน แม้ที่สุด
ชาติสุดท้ายที่จะเข้านิพพานก็ยังคง
ต้องรับกรรมนั้นเช่นเดียวกัน
คงมีสติมั่นคง ท่านเข้าฌานอธิษฐาน
หนังสืออ้างอิง
จิตประสานกายให้ปรกติดังเดิม แล้ว
เหาะไปเฝ้าพระบรมศาสดา
๑. ชีวประวัติพุทธสาวก
816
แล้วก็เวียนว่ายตายเกิดมาจนชาติ พระเวฬุวันมหาวิหาร เพื่อทูลสา
ปัจจุบัน
นิพพาน
ครั้นพระมหาโมคคัลลานเถระ
ท่านกราบพระบาทของพระ
พิจารณาได้เข้าใจในเหตุเช่นนี้ ท่าน สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย
โดยจำเนียร ทรงฤกษ์
อ.อสีติมหาสาวก
โดยบรรจบ บรรณรุจิ
๓. พระไตรปิฎก พระสูตร และ
อรรถกถา (แปล) ขุททกนิกาย คาถา
ธรรมบท เล่มที่ ๑ ภาคที่ 6 ตอนที่ ๓
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๕๙ ๑๐๕