การถ่ายรูปกับเด็กชาวเขา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 1 หน้า 101
หน้าที่ 101 / 128

สรุปเนื้อหา

“คราวนี้ชาวกรุงถูกหลอกเสียเอง ฮิ..ฮิ.." เสียงลูกศิษย์หนุ่มสอดขึ้นพร้อมกับหัวเราะ พา ให้เพื่อนๆ และคนเล่าหัวเราะไปด้วย “ใช่จ้ะ ชาวกรุงเทพฯถูกต้มจนยุ่ยไปเลย คนต้มก็ไม่ใช่ชาวเขาธรรมดานะ แต่เป็นชาวเขา “อาจารย์หมดตัวไปเท่าไรคะ” ไกด์สาว น้อยๆ ไงล่ะ เสื้อผ้าพวกเธอสวยนะ ดูในรูปสิ สวยน่ารักทั้งนั้นเลย พวกเด็กๆ จะออกจาก บ้านแต่เช้า มาเดินเตร่อยู่แถวสุดชายแดนไทย ต่อพม่า พอคนกรุงเทพฯหรือคนต่างถิ่นมาถึง สุดชายแดน ที่มีป้ายเขียนว่า สุดแดนสยาม ก็ มักจะถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก เด็ก ๆ พวกนี้ ตัวเล็กๆ ที่น่ารักเสียด้วยซิ บางทีก็มีเด็กชาวเขาเผ่าอื่นด้วยก็จะมารุมถามว่า ถ่ายรูปกับหนูมั้ยคะเราเห็นแปลกตาและน่ารักดี ถาม แล้วครั้งแรก ๆ ครูก็คิดว่าเด็ก ๆ พวกนี้คง อยากถ่ายรูปกับคนกรุง คนแปลกถิ่นกระมัง ก็ รีบพยักหน้ารับ

หัวข้อประเด็น

- การถ่ายรูปกับเด็กชาวเขา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“คราวนี้ชาวกรุงถูกหลอกเสียเอง ฮิ..ฮิ.." เสียงลูกศิษย์หนุ่มสอดขึ้นพร้อมกับหัวเราะ พา ให้เพื่อนๆ และคนเล่าหัวเราะไปด้วย “ใช่จ้ะ ชาวกรุงเทพฯถูกต้มจนยุ่ยไปเลย คนต้มก็ไม่ใช่ชาวเขาธรรมดานะ แต่เป็นชาวเขา “อาจารย์หมดตัวไปเท่าไรคะ” ไกด์สาว น้อยๆ ไงล่ะ เสื้อผ้าพวกเธอสวยนะ ดูในรูปสิ สวยน่ารักทั้งนั้นเลย พวกเด็กๆ จะออกจาก บ้านแต่เช้า มาเดินเตร่อยู่แถวสุดชายแดนไทย ต่อพม่า พอคนกรุงเทพฯหรือคนต่างถิ่นมาถึง สุดชายแดน ที่มีป้ายเขียนว่า สุดแดนสยาม ก็ มักจะถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก เด็ก ๆ พวกนี้ ตัวเล็กๆ ที่น่ารักเสียด้วยซิ บางทีก็มีเด็กชาวเขาเผ่าอื่นด้วยก็จะมารุมถามว่า ถ่ายรูปกับหนูมั้ยคะเราเห็นแปลกตาและน่ารักดี ถาม แล้วครั้งแรก ๆ ครูก็คิดว่าเด็ก ๆ พวกนี้คง อยากถ่ายรูปกับคนกรุง คนแปลกถิ่นกระมัง ก็ รีบพยักหน้ารับ แล้วผลัดกับเพื่อนๆ ไปยืนเต๊ะ ท่าที่ป้าย ถ่ายรูปร่วมกับเด็ก ๆ เดี๋ยวถ่าย กับชาวเขากลุ่มโน้น เดี๋ยวถ่ายกับกลุ่มนี้ บ้างก็ เลือกถ่ายกับบางคนที่แต่งตัวสวยงาม จนจำ แทบไม่ได้ว่าเผ่าไหนเป็นเผ่าไหน ถ่ายไปแล้ว รูป ถ่ายกับเด็กคนไหนบ้าง” น้าน้อยพูดไปยิ้ม ไป คงนึกขำอะไรกระมัง “พอถ่ายเสร็จ พวกเด็ก ๆ ก็มารุม ครูก็ บอกขอบอกขอบใจ แจกขนมที่มีอยู่ให้ไป เอ๊ะ..... ยังไม่ยอมจาก บอกว่ายังไม่ได้ให้เงินหนูเลย ครูก็งง ถามว่าค่าอะไร เขาว่า ค่าถ่ายรูป ครูก็ เกิดอาการเป็นงง เอ๊ะ อยากถ่ายรูปกับเรา เรา ก็ถ่ายให้ ทำไมจึงคิดเงินกับเราอีก สงสัยเป็น เด็กขอทานกระมัง แต่ก็ถามนะว่าคนละเท่าไร เขาตอบว่าไงรู้มั้ย ค่าตัวถ่ายรูปนะ คนละ ๑๐ บาท คุณถ่ายกับผม ๒ ที่ ก็ลองสิบ “สองสิบ เท่าไรคะ ๒๐ ใช้มั้ยคะ” กุ้งฝอย สนใจถาม “ใช่จะ สองสิบ ๒๐ เขาก็พูดถูกนะ สิบ ๒ ครั้ง เป็นสองสิบนะ ก็สิบ ๓ ครั้ง ยังเป็น สามสิบเลย สิบ ๔ ครั้งก็เป็นสี ครั้งก็เป็นสี่สิบ จริงมั้ยกุ้ง “ครูถ่ายไปหลายรูปนะ กับหลายคนด้วย บางทีก็ครั้งละคนสองคน บางทีก็ร่วมสิบ เลย ต่อรองเพราะแจกจ่ายไม่ไหว เพื่อน ๆ และครู จึงตกลงกันว่า เพื่อไม่ให้เด็ก ๆ กว่า ๑๐ คน เสียน้ำใจ แล้วเราก็ซื้ออะไรที่ไม่เป็นเรื่องก็ หลายอย่างหลายอัฐ เลยลงมติเป็นเอกฉันท์ จ่ายเด็กเป็นรายตัวไปเลย ด้วยความสงสาร ครูก็จ่ายไปเกือบ ๒๐๐ เพื่อนอีก ๔-๕ คนก็ จ่ายคนละเท่าๆ กัน วันนั้นเด็กชาวเขาคงยิ้มมี ความสุขเชียวละ ได้ไปคนละ ๕๐-๖๐ บาท เราต้องจ่ายทีละคนนะ พวกเรารวมกันไม่ได้ เพราะบางทีเด็กแกก็ไม่ยอมเข้าใจ วันนั้นเด็กๆ ยืนเรียงเป็นแถวยาวเชียว เราก็เดินเรียงแถว เหมือนกัน แจกไปทีละคนตั้งแต่หัวแถวยันหาง แถว ราวกับเดินหยอดสตางค์ใส่บาตรแน่ะ เพียงแต่ไม่มีเสียงดังก๊องแก๊งเหมือนเศษสตางค์ กระทบก้นบาตรเท่านั้น เด็ก ๆ คงได้รับการฝึก มารยาทมาพอควร รู้จักไหว้ขอบคุณ แล้วยังมี การให้เราชักรูปแถมไม่เอาเงินอีกครั้งด้วย” ขณะน้าน้อยเล่าความหลัง นอกจากยิ้มแล้วยัง คลอเสียงหัวเราะไปด้วย คงนึกขำเรื่องราวครั้ง กระโน้นเป็นแน่ “แหม ครูก็เรื่อยเปื่อยคุยไปเสียไกล ขอ ฝอย” แล้วน้าน้อยก็ตัดบทและเล่าเรื่องถ่ายรูป ตัดบทมาพูดเรื่องปลูกบ้านของชาวเผ่าลีซอต่อ กับเด็กชาวเขาต่อ “ครูกับเพื่อน ๆ มองหน้ากันแล้วก็ขำ หัวเราะกันใหญ่ ทำไมจะไม่ขำล่ะ ทุกที่เคยได้ ยินแต่ข่าวคนบ้านนอกคนต่างจังหวัด ถูกคน ในเมืองหรือคนกรุงเทพฯหลอก” เลยนะคะ ลีซอส่วนใหญ่ปลูกบ้านยกพื้นสูง ครู เข้าใจว่าคงป้องกันความชื้นจากฝนที่ตกชุก และป้องกันสัตว์ด้วย เช่น เสือ งู โดยเฉพาะ อย่างยิ่งงูพิษนานาชนิด มักชุกในหน้าฝน” อ่านต่อฉบับหน้า กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๙ ๙๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More