ข้อความต้นฉบับในหน้า
พุทธมามไก
จองดีจาก
คา
พระไตรปิฏก
โดย คลังปริยัติ
๖๔ มกราคม ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
ว่า “พุทธมามโก” ซึ่ง
พวกเราเคยได้ยินได้ฟัง
มาบ่อยในคำภาษาไทย
ว่า “พุทธมามกะ” แต่
อาจจะมีบางท่านยังไม่ทราบความ
แปลว่า “ผู้ประกาศตนว่าเป็นผู้นับถือ
พระพุทธศาสนา” นั่นเอง
ส่วนการแสดงตนเป็นพุทธ
มามกะนั้น ได้กระทำกันตั้งแต่คราวที่
พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นใหม่ เพื่อแสดง
ให้รู้ว่าตนละลัทธิเดิม รับเอาพระพุทธ
ศาสนาไว้เป็นที่นับถือ
วิธีแสดงตนมีต่างกันโดยสมควร
แก่บริษัท ดังนี้
๑. ผู้เป็นบรรพชิตนอกพระ
พุทธศาสนามาก่อน แล้วกราบทูลขอ
บรรพชาอุปสมบทในพระธรรมวินัยนี้
หมายว่าแปลว่าอะไร มีความเป็นมา พระศาสดาทรงรับด้วยวาจาว่า “มาเถิด
อย่างไร ซึ่งเมื่อทราบความหมาย และ
ภิกษุ ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว จงประ
ความเป็นมาก็จะได้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น พฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดแห่ง
และจะเป็นประโยชน์สืบไป
คำว่าพุทธมามกะมีรูปวิเคราะห์
ทางภาษาบาลี มาในอรรถโยชนาแห่ง
อรรถกถาวินัย ชื่อ สมันตปาสาทิกา ภาค
๑ ว่า
พุทธ มมายนฺติ ปิยายนตีติ
พุทธมามกา.
ชนเหล่าใด ย่อมถึงคือ ย่อม
ประพฤติรัก ซึ่งพระพุทธเจ้าว่าเป็น
ของเรา เหตุนั้นชนเหล่านั้น จึงชื่อ
ว่าพุทธมามกา (ผู้ถึงพระพุทธเจ้าว่า
เป็นของเรา)
ถ้าแปลเอาความก็ได้แก่ เป็นผู้
ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้าเป็นของตน
แต่ถ้าจะถอดความตามพจนานุกรม
ไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน หน้า ๖๗๔
ก็จะได้ความชัดเจนว่า พุทธมามกะ
ทุกข์โดยชอบเถิด” หรือเพียงว่า “มา
เกิดภิกษุ จงประพฤติพรหมจรรย์เถิด"
ดังเช่น (พระวินัยปิฎก เล่ม ๔ มหาวรรค
ภาค ๑ ข้อ ๑๘ หน้า๕๐ ) พระอัญ
ญาโกณฑัญญะได้ทูลคำนี้ต่อพระผู้มี
พระภาคเจ้า ภิกษุที่ทรงรับใหม่นั้นถือ
เพศตาม เป็นเสร็จพิธี คฤหัสถ์ผู้
ปรารถนาจะเป็นภิกษุ แสดงตนและ
ทรงรับเหมือนอย่างนั้นก็เป็นเสร็จพิธี
เช่น ยสกุลบุตรเป็นพระอรหันต์ทั้งยัง
เป็นคฤหัสถ์ แล้วจึงทูลขอบรรพชา
อุปสมบท (พระวินัยปิฎก มหาวรรค
ภาคที่ ๑ ข้อ ๒๕ หน้า ๖๖)
๒. ผู้ขอบรรพชาอุปสมบทต่อ
พระสาวก รับถือเพศตามก่อน แล้ว
ลั่นวาจาถึงพระพุทธ พระธรรม พระ
สงฆ์เป็นสรณะ คือที่ระลึกนับถือ ๓ หน