มรดกทางศิลปวัฒนธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 1 หน้า 92
หน้าที่ 92 / 128

สรุปเนื้อหา

หลวงพี่ถามว่าแล้วจะทำอย่างไร ผู้เขียนตอบว่าของดี ในวัดก็คือมรดกอันล้ำค่าของชาติ ไม่ควรปล่อยให้รอวัน เสื่อมเฉย ๆ ต้องบำรุงรักษาและพิมพ์เป็นหลักฐานไว้ จะได้ ช่วยกล่อมเกลาจิตใจและเกื้อหนุนทางการศึกษา วัดหลาย วัดไม่รู้ประวัติของตน ไม่รู้ว่าสมภารองค์ไหนหน้าตาอย่างไร ไม่รู้ว่าข้าวของที่พระมหากษัตริย์ถวายมามีอะไรบ้าง ไม่รู้ ว่ารูปฝาผนังในโบสถ์เก่าแค่ไหน ที่ถูกน้ำฝนซะเลือนไปแล้ว งามตามวัดมาโดยตรง ทั้งศัพท์ศาสนาตลอดจนราชาศัพท์ ศิลปศัพท์ ก็ไม่มีความแคล่วคล่อง เวลาหากินก็ไม่ค่อยจะมี เห็นจะไม่มีสมาธิทำอะไรได้ แต่ชี้แจงอย่างไร หลวงพี่ก็ไม่ ยินยอม ที่สุดผู้เขียนเลยต้องเริ่มรับงานใหม่อีกงานหนึ่ง ตามคำที่เขาชอบพูดกันว่า “กรรมใดใครก่อ และผู้เขียนขอเพิ่มเข้าไปอีกนิดเพื่อให้ครบสูตรเมือง ก็ไม่รู้ว่ามีรายละเอียด

หัวข้อประเด็น

- มรดกทางศิลปวัฒนธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หลวงพี่ถามว่าแล้วจะทำอย่างไร ผู้เขียนตอบว่าของดี ในวัดก็คือมรดกอันล้ำค่าของชาติ ไม่ควรปล่อยให้รอวัน เสื่อมเฉย ๆ ต้องบำรุงรักษาและพิมพ์เป็นหลักฐานไว้ จะได้ ช่วยกล่อมเกลาจิตใจและเกื้อหนุนทางการศึกษา วัดหลาย วัดไม่รู้ประวัติของตน ไม่รู้ว่าสมภารองค์ไหนหน้าตาอย่างไร ไม่รู้ว่าข้าวของที่พระมหากษัตริย์ถวายมามีอะไรบ้าง ไม่รู้ ว่ารูปฝาผนังในโบสถ์เก่าแค่ไหน ที่ถูกน้ำฝนซะเลือนไปแล้ว งามตามวัดมาโดยตรง ทั้งศัพท์ศาสนาตลอดจนราชาศัพท์ ศิลปศัพท์ ก็ไม่มีความแคล่วคล่อง เวลาหากินก็ไม่ค่อยจะมี เห็นจะไม่มีสมาธิทำอะไรได้ แต่ชี้แจงอย่างไร หลวงพี่ก็ไม่ ยินยอม ที่สุดผู้เขียนเลยต้องเริ่มรับงานใหม่อีกงานหนึ่ง ตามคำที่เขาชอบพูดกันว่า “กรรมใดใครก่อ และผู้เขียนขอเพิ่มเข้าไปอีกนิดเพื่อให้ครบสูตรเมือง ก็ไม่รู้ว่ามีรายละเอียดอย่างไร ใครเป็นคนวาดคนทำ เช่นนี้ ไทยคือ “ใครเสนอ คนนั้นทำ” นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าวัดใด ฆราวาสใด มีกำลังสามารถเก็บงานของ คนแต่ก่อนเพื่อพิสูจน์ให้คนรุ่นหลังเห็นฝีมือ จะได้มีความ ภูมิใจมั่นใจในชาติของตน ก็ควรรีบเร่งทำเพราะเวลานี้ของ ไปอยู่ตามถังขยะ ตามร้านขายของเก่า ตามใต้ถุนซอกรก และที่เป็นภาพวาดก็หลุดร่วงเป็นผงเสียมากหนังสือที่พิมพ์ ๆ กันมาก็มีเพียงน้อยนิดเหลือเกิน ไม่สามารถต่ออายุอะไรได้ ทันการ หากกัลยาณมิตรเห็น คุณค่าในศิลปวัฒนธรรมของชาติ พอที่จะเจียดหน้าลง เรื่องของดี ตามวัดไปทีละสามสี่หน้าก็จะเป็น ที่สรรเสริญ เพราะมีทรัพยากรดี อยู่แล้ว ทั้งช่างภาพ และคุณภาพ (ขวา) พระที่นั่งทรงผนวช เป็นหมู่กุฏิ ๔ หลัง ๒ ชั้น รื้อมาจากบริเวณพุทธ รัตนสถานในพระบรม มหาราชวัง ปัจจุบันเป็น ที่เก็บรักษาพระแท่น บรรทมขณะทรงผนวช หลังจากผู้เขียนตกปากรับคำหลวงพี่เป็นประโยค หนังสือ หรือต่อไปหากสามารถ เครื่องลายครามและพระ ตีพิมพ์เป็นเล่มได้ก็จะดียิ่ง แต่ผู้ บรมรูปหล่อปิดทอง จัด เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธ เขียนขอเรียนให้เข้าใจเสียก่อนว่า ภัณฑสถานแห่งชาติ งานบางงานมิได้แสดงแค่เฉพาะ เรื่องพระพุทธเจ้า เรื่องกิจของสงฆ์หรือเนื้อหาในศาสนา อาจมีเรื่องทางโลกสอดแทรกปะปนอยู่ทั่วไป ดังรูปวาดบน ฝาผนังที่สะท้อนชีวิตผู้คนและประวัติศาสตร์ของชาติเป็นต้น หลวงพี่ได้ฟังก็มีความเมตตาแก่วงการศิลปวัฒนธรรม ลงมติ ว่าควรเปิดหน้าดังกล่าวขึ้นตามความคิดเห็นที่นำเสนอ แต่ โพสิตฟเรียบร้อยแล้ว หลวงพี่ก็ไม่รุกโดยไม่ให้ตั้งตัวติดว่า ติดขัดตรงที่ไม่มีตัวคนเขียน หลวงพี่ว่า โยมนั่นแหละควร งานแรกจะให้ช่างภาพของกัลยาณมิตรไปถ่ายที่ไหน ผู้ เป็นคนเขียน ผู้เขียนบอกปัดว่า ที่พูดมา พูดในฐานะคนอ่าน หลวงพี่มาถามว่าอยากให้มีอะไรเพิ่มเติมในกัลยาณมิตรบ้าง ผมก็เรียนไปตามที่คิดเห็น อนึ่งผมไม่ได้ร่ำเรียนวิชาของ ๙๐ มกราคม ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร เขียนขอเวลาคิดและสะสางงานอีกเดือนเศษ จึงตกลงใจว่า ให้ไปถ่ายที่วัดเบญจมบพิตรฯก่อน จำเพาะตีวงแต่พระที่นั่ง ทรงผนวช ยังไม่ต้องไปถ่ายที่อื่น อ่านต่อหน้า ๑๑๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More