ข้อความต้นฉบับในหน้า
** เชื่อไหม ๆ ผลสอบออกมา หน้าซึ่งมีเค้าเดียวกับผมผู้เป็นพ่อ
คราวนี้ พี่ต้องได้ที่หนึ่งแห่ง ๆ” บังเกิดเกล้าของเขา หยุดวิ่งไล่กัน
“เชื่อ...เพราะผมก็เหมือนกัน”
แล้วเปลี่ยนเป็นวิ่งมาเกาะแขนเกาะ
“ไม่มีทาง...ต่อให้อมพระมา
นาของผม
พูดพี่ก็ไม่เชื่อ”
“ป๊ะป๋ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เหมือนกัน....ต่อให้พ่อมครก
สองคนแข่งกันถาม
มาพูดผมก็ไม่เชื่อ”
"มาเมื่อเห็น"
“ครกอะไรของแกวะ"
“เห็นอะไรบ้าง...ตอบให้ตรง
แม่”
“ครกหินตำน้ำพริกของคุณ คำถาม...หนึ่งสองสามเห็นอะไร”
เจ้าคนพี่เริ่มวาดลวยลาย
“สมองนิ่ม...ยกอะไรมาอ้าง
“ตอบมาเร็วไว ชักช้าเดี่ยว
ที่คุณพ่อห้อยคอไว้ประจำตะหาก
รู้จักเลือกให้มันเข้าท่ากว่านี้หน่อย...
ใครจะอมเข้าไปได้วะ ครกตั้งใบ
เบ้อเร่อ”
“ทำไม... พี่นะลิสมองและ...
ที่พระทั้งคนพี่ยังให้ผมอมได้นี่นา”
“เฮ้ย พี่หมายถึงพระเครื่อง
เวลาหมด” เจ้าคนน้องเสริม
“เห็น...หนึ่งมะเหงก...สอง
มะเหงก” ผมแจกมะเหงก์น้ำหนัก
ปานกลางให้ลูกชายคนละโป๊ก
“โอ๊ย...ฮือ ๆ...” เจ้าสองคน
“เหรอ งั้นของผมเปลี่ยนครก ภรรยาของผมร้องถามมาจากหลัง
ร้องโหยหวนดังเป็นหวูดรถไฟ
“อะไรกัน...ใครเป็นอะไร.."
ตำน้ำพริกเป็นขนมครกก็ได้.... ยังงี้
บ้าน เมื่อเปิดประตูเข้ามาเห็นผม
พ่อมได้ใช่ไหม"
กำลังยืนต่างมุมอยู่กับลูก
เธอก็
“ไม่ได้”
หัวเราะ
“ทำไม”
“มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่พี่...
“เพราะพี่จะเคี้ยวกลืนให้ ทำไมไม่ได้ยินเสียงรถ”
อร่อยไปเลย"
“สักพักนี่เอง...รถเอาไปทิ้งไว้
“ไม่เอา...ไม่ยอม”
ที่อู่ให้เขาเปลี่ยนผ้าเบรก...ง่วงจริงๆ
จากนั้นพี่กับน้องก็วิ่งไล่กัน เมื่อคืนขับรถมาทั้งคืน....กะจะจีบสัก
เสียงเอะอะลั่นไปทั้งบ้าน
หน่อย พอดีลูกกลับจากโรงเรียน....”
“เฮ้ย... ไอ้ลิงสองตัวหยุดที่
โว้ย...จะเอาชนะกันหาตะบักตะบวย
อะไรวะ....” ผมเปิดประตูออกมาด
ลูกชาย
“ป๊ะป๋า...” หน้าแหลมสอง
“คุณพ่อนอน ลูกไม่น่าทำ
เสียงดัง” เธอหันไปตำหนิลูก
“ผมไม่เห็น..” สองคนทํา
เสียงอ่อย “ขอโทษครับ” ทั้งคู่ยก
มือไหว้ประหลก ๆ แบบไหว้เจ้า
ๆ
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๗ ๑๑๑