การให้และการให้อภัยทาน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 1 หน้า 55
หน้าที่ 55 / 128

สรุปเนื้อหา

สร้างสมดุลของดินฟ้าอากาศ แม่น้ำและผืนดินขึ้นมาใหม่ สร้างความดีงามขึ้นมาในหัวใจ หยิบยื่นกระแสไอแห่ง “ผู้ให้” ส่งผ่านจากใจหนึ่งไปสู่อีกหลาย ดวงใจอย่างต่อเนื่อง....ยาวนาน นอกจากจะสละทรัพย์สิ่งของเป็นทาน แล้ว “การให้อภัยทาน” คือการสละ อารมณ์บูด ละอารมณ์โกรธและความ คิดพยาบาทให้เป็นทาน ไม่คิดแค้น เคืองผู้ที่ทำให้เกิดอารมณ์เช่นนั้นอีก ต่อไป จะมีผลก่อให้เกิดความสงบสุข ทั้งผู้ให้และผู้รับอย่างแท้จริง การที่จะสามารถชนะความโกรธ ความพยาบาท เป็นอภัยทานได้ง่ายที่ สุด ก็คือ การที่จะต้องรู้จักเหตุและผล เอิบอิ่มของท่านงดงามดุจอาทิตย์ทอแสง รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความคิด เรื่องรองนางเห็นแล้วเกิดความเลื่อมใส เห็นถูกต้องตามความเป็นไปในกระแส ยิ่งนัก จึงนำผ้าส่วนที่เหลือถวายแด่ โลก อ่อนโยนอยู่เป็นนิจ เกิดความ

หัวข้อประเด็น

- การให้และการให้อภัยทาน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สร้างสมดุลของดินฟ้าอากาศ แม่น้ำและผืนดินขึ้นมาใหม่ สร้างความดีงามขึ้นมาในหัวใจ หยิบยื่นกระแสไอแห่ง “ผู้ให้” ส่งผ่านจากใจหนึ่งไปสู่อีกหลาย ดวงใจอย่างต่อเนื่อง....ยาวนาน นอกจากจะสละทรัพย์สิ่งของเป็นทาน แล้ว “การให้อภัยทาน” คือการสละ อารมณ์บูด ละอารมณ์โกรธและความ คิดพยาบาทให้เป็นทาน ไม่คิดแค้น เคืองผู้ที่ทำให้เกิดอารมณ์เช่นนั้นอีก ต่อไป จะมีผลก่อให้เกิดความสงบสุข ทั้งผู้ให้และผู้รับอย่างแท้จริง การที่จะสามารถชนะความโกรธ ความพยาบาท เป็นอภัยทานได้ง่ายที่ สุด ก็คือ การที่จะต้องรู้จักเหตุและผล เอิบอิ่มของท่านงดงามดุจอาทิตย์ทอแสง รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความคิด เรื่องรองนางเห็นแล้วเกิดความเลื่อมใส เห็นถูกต้องตามความเป็นไปในกระแส ยิ่งนัก จึงนำผ้าส่วนที่เหลือถวายแด่ โลก อ่อนโยนอยู่เป็นนิจ เกิดความ ท่าน พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐานว่า เมตตากรุณาต่อเพื่อนร่วมโลก ประหนึ่ง “ไม่ว่าข้าพเจ้าจะไปเกิดในภพใด ว่าเขาเหล่านั้นเป็นเสมือนพ่อแม่ญาติ สถานที่ใด ขอให้ข้าพเจ้ามีรูปร่างงดงาม พี่น้องของเรา ซึ่งการที่จะเกิดความ เป็นเลิศในสถานที่นั้น” รู้สึกเช่นนี้ได้นั้นก็ต้องอาศัยการฝึกสมาธิ เมื่อนางสิ้นชีวิตจากภพนั้นแล้ว เจริญภาวนา แผ่เมตตาอย่างสม่ำเสมอ ได้ไปเกิดบนสวรรค์ จุติจากสวรรค์มา เกิดในเมืองมนุษย์ นางเป็นผู้เลิศด้วย ความงาม มีผิวพรรณละเอียดงดงาม ให้โSSuTu น่าดูน่าชมยิ่งนัก มีชื่อว่า “อุมาทันที” มนุษย์ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะว้า เหว่และหมดหวัง เหมือนคนหลงทาง และต่อมาเมื่อนางสั่งสมบุญเต็มเปี่ยม อยู่กลางป่าที่รกชัฏไปด้วยหนามแหลม แล้ว ในสมัยพุทธกาลได้มาเกิดเป็น และเภทภัยจากสัตว์ร้ายและไข้ป่า แม้ นางอุบลวรรณาเถรี อัครสาวิกาเบื้อง ขณะที่ชีวิตภายนอกจะสนุกสนานเฮฮา ซ้ายแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้ เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธ ไปภายในจิตใจยังคงว้าเหว่ เสมือนอยู่ ในหมู่ญาติมิตรและเพื่อนฝูง แต่ลึกลง ศาสนา ให้ดำรงยั่งยืนมาตราบปัจจุบัน คนเดียวในโลก ใครจะสามารถให้ความ อบอุ่นแก่ใครได้ ในเมื่อดวงใจแทบ ให้อภัยทาน ทุกดวงกำลังขาดกำลังใจ ท้อแท้และ โดยธรรมชาติของทุกชีวิต เมื่อ สิ้นหวัง บ่วงแห่งกิเลสกรรมที่โลกดักไว้ ดำเนินไปถึงที่สุดแล้วย่อมหมดกิเลส มีอำนาจมากพอที่จะหน่วงเหนี่ยวมนุษย์ เข้าพระนิพพานด้วยกันทุกคน แต่จะ ไว้ให้จมอยู่ในโลกใบนี้ อย่างยากที่ ช้าหรือเร็วนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ตนเองให้ดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมายได้ มั่นคงเพียงใด ถอนตัวขึ้นมาได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุบัติ ขึ้นมา เพื่อนำพามวลมนุษยชาติให้พ้น การฝึกตนเองในการเป็น “ผู้ให้” ไปจากกองทุกข์ทั้งหลาย โดยได้ทรง กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๗ ๕๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More