ข้อความต้นฉบับในหน้า
มรดกธรรม มรดกไทย
ต่อจากหน้า ๙๐
พระที่นั่งทรงผนวช
ผนังพระราชพิธีโสกันต์ โบราณ) จึงโปรดเกล้าฯให้รื้อพระที่นั่งทรงผนวช
สมเด็จเจ้าฟ้าชาย จุฬา ซึ่งปล่อยทิ้งเอาไว้มาสร้างขึ้นใหม่ในวัดเบญจม-
ลงกรณ์ (ร. ๕) เมื่อ พ.ศ.
บพิตรฯ สำหรับเป็นกุฏิของเจ้าอาวาส พร้อมกับ
๒๔๐๙ ถูกน้ำฝนชะเลือน
เหลือเพียงภาพขบวน การสร้างหมู่กุฏิสงฆ์ตั้งแต่หมายเลข ๑ ถึง ๓๒
แห่ช่วงล่างเท่านั้น ภาพ เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ทรงประกาศอุทิศเป็น
ช่วงบนที่หายไปไม่มีใคร สังฆเสนาสนะ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓
เคยถ่ายหรือบันทึกราย
ละเอียดไว้เลย
หลายท่านคงเคยไปเที่ยววัดเบญจม
บพิตรฯ เพราะเป็นวัดที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก
ของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มีพระ
อุโบสถหินอ่อนที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศ
รานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม ทรง
เป็นผู้ออกแบบ แต่คงมีไม่มากที่ได้ขึ้นไปชมจิตรกรรมฝา
ผนังบนพระที่นั่งทรงผนวช เพราะมิได้เปิดให้เที่ยวชมทั่วไป
รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.๒๓๙๖ ครั้น
พ.ศ. ๒๕๑๖ ขณะมีพระชนมพรรษาครบ ๒๐ พรรษา และ
เสวยราชย์มาแล้ว 4 ปี ก็เสด็จออกผนวช (เป็นพระ) เป็น
เวลา ๑๕ วัน ประทับ ณ พระที่นั่งทรงผนวช ซึ่งโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างขึ้นในพระบรมมหาราชวัง
อีก ๒๖ ปีต่อมา คือในปี พ.ศ.๒๔๔๒ รัชกาลที่ ๕
ทรงเริ่มสถาปนา หรือเริ่มสร้างวัดเบญจมบพิตรฯ (จากวัด
คำประกาศนี้มีตีพิมพ์อยู่ในหนังสือ “ประวัติวัด
เบญจมบพิตรดุสิตวนาราม" (ดูฉบับพิมพ์ครั้งที่
๒ พ.ศ. ๒๕๐๘ หน้า ๔๔๐-๔๔) นับเป็นประกาศที่มีความ
สำคัญต่อการกำหนดอายุภาพวาดข้างในเป็นอันมาก ภาพ
วาดดังกล่าว อยู่ในห้องเล็กๆ ด้านขนานกับลำคลองในวัด
วาดเป็นพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ ๕
ทั้งหมด เคยมีนิตยสารบางฉบับมาถ่ายไปเผยแพร่บ้าง แต่
ลงรูปเพียงไม่กี่รูป ผู้เขียนจึงคิดว่าต้องถ่ายและพิมพ์ใน
กัลยาณมิตรให้ครบ
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๙ ๑๑๗