โอวาทหลวงพ่อ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 3 หน้า 4
หน้าที่ 4 / 132

สรุปเนื้อหา

โ อวาทหลวงพ่อ เรียบเรียงจากโอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ สาระแก่นสารแห่งชีวิต มัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลางที่พระอริยเจ้าทั้งหลาย ทรงสรรเสริญ เป็นทางเอกสายเดียวที่จะนำพาสรรพสัตว์ ทั้งหลายไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้น เป็นทางเดียวที่นำเราไปสู่ อายตนนิพพาน สรรพสิ่งในโลกนี้ ที่เราเข้าใจว่าเป็นสมบัติของเรา ไม่ ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งตัวของเราเองก็ตาม หาใช่สมบัติที่แท้จริงของเราไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ยังไม่ใช่สาระ แก่นสารของชีวิต เป็นสิ่งไม่คงที่ ประกอบด้วยความทุกข์ และ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง สิ่งที่เป็นสมบัติของเราจริงๆ มีเพียง ๒ สิ่ง คือ “ใจ” อันได้แก่ ความเห็น ความจำ ความคิด ความรู้ ๔ อย่างนี้รวม เรียกว่าใจ และฐานที่ตั้งของใจ คือ “ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗

หัวข้อประเด็น

- โอวาทหลวงพ่อ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

โ อวาทหลวงพ่อ เรียบเรียงจากโอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ สาระแก่นสารแห่งชีวิต มัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลางที่พระอริยเจ้าทั้งหลาย ทรงสรรเสริญ เป็นทางเอกสายเดียวที่จะนำพาสรรพสัตว์ ทั้งหลายไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้น เป็นทางเดียวที่นำเราไปสู่ อายตนนิพพาน สรรพสิ่งในโลกนี้ ที่เราเข้าใจว่าเป็นสมบัติของเรา ไม่ ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งตัวของเราเองก็ตาม หาใช่สมบัติที่แท้จริงของเราไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ยังไม่ใช่สาระ แก่นสารของชีวิต เป็นสิ่งไม่คงที่ ประกอบด้วยความทุกข์ และ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง สิ่งที่เป็นสมบัติของเราจริงๆ มีเพียง ๒ สิ่ง คือ “ใจ” อันได้แก่ ความเห็น ความจำ ความคิด ความรู้ ๔ อย่างนี้รวม เรียกว่าใจ และฐานที่ตั้งของใจ คือ “ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง ที่จะนำเราเดินทางไปสู่เส้นทาง สายกลางภายใน เป็นทางที่พระอริยเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย ใช้เดินทางไปสู่อายตนนิพพาน และนำให้เราเข้าถึงแหล่งแห่ง ปัญญาอันบริสุทธิ์ ทำให้หลุดพ้นจากความทุกข์ ทำให้เราเข้าใจ แจ่มแจ้งในเรื่องราวของชีวิต ในสรรพสัตว์ และสรรพสิ่งทั้งหลาย ๒ | ยาณมิตร มีนาคม ๒๕๕๓ เมื่อเข้าถึงจุดนั้นเราจะแยกได้เป็น ๒ ภาค คือ ภาค ของสิ่งที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร กับภาคของสิ่งที่เป็นสาระแก่นสาร สิ่งที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร จะตกอยู่ในกฎของไตรลักษณ์ คือ ไม่ เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง แล้วก็จะมุ่ง เข้าไปหา สิ่งที่เป็นสาระแก่นสารของชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่คงที่ ไม่ มีการเปลี่ยนแปลง มีความบริสุทธิ์ล้วนๆ เป็นแหล่งกำเนิดแห่ง ปัญญาแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่ไม่มีที่สิ้นสุดเป็นเอกันตบรมสุข นั่นแหละเป็นตัวตนที่แท้จริงที่เป็นอิสระจากกิเลส จากอาสวะ ทั้งหลาย ความเป็นอิสระนี่แหละ คือ ความปรารถนาของ พระพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลาย ท่านปรารถนาจะเป็น อิสระจากการบังคับบัญชาของกิเลสอาสวะ ของความโลภ ความโกรธ ความหลง ของพญามาร เมื่อท่านหลุดพ้นจากตรง นี้แล้วใจก็บริสุทธิ์ ยิ่งใจบริสุทธิ์เท่าไรก็ยิ่งมีความสุข ยิ่งเป็นตัว ของตัวเองมากขึ้น แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใจของเราบริสุทธิ์ รู้ได้เมื่อใจ หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ประการแรก ใจจะเป็นอิสระ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More