ข้อความต้นฉบับในหน้า
โ อวาทหลวงพ่อ
เรียบเรียงจากโอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
สาระแก่นสารแห่งชีวิต
มัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลางที่พระอริยเจ้าทั้งหลาย
ทรงสรรเสริญ เป็นทางเอกสายเดียวที่จะนำพาสรรพสัตว์
ทั้งหลายไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้น เป็นทางเดียวที่นำเราไปสู่
อายตนนิพพาน
สรรพสิ่งในโลกนี้ ที่เราเข้าใจว่าเป็นสมบัติของเรา ไม่
ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งตัวของเราเองก็ตาม
หาใช่สมบัติที่แท้จริงของเราไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ยังไม่ใช่สาระ
แก่นสารของชีวิต เป็นสิ่งไม่คงที่ ประกอบด้วยความทุกข์ และ
ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง
สิ่งที่เป็นสมบัติของเราจริงๆ มีเพียง ๒ สิ่ง คือ “ใจ”
อันได้แก่ ความเห็น ความจำ ความคิด ความรู้ ๔ อย่างนี้รวม
เรียกว่าใจ และฐานที่ตั้งของใจ คือ “ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗
อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง ที่จะนำเราเดินทางไปสู่เส้นทาง
สายกลางภายใน เป็นทางที่พระอริยเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย
ใช้เดินทางไปสู่อายตนนิพพาน และนำให้เราเข้าถึงแหล่งแห่ง
ปัญญาอันบริสุทธิ์ ทำให้หลุดพ้นจากความทุกข์ ทำให้เราเข้าใจ
แจ่มแจ้งในเรื่องราวของชีวิต ในสรรพสัตว์ และสรรพสิ่งทั้งหลาย
๒ | ยาณมิตร มีนาคม ๒๕๕๓
เมื่อเข้าถึงจุดนั้นเราจะแยกได้เป็น ๒ ภาค คือ ภาค
ของสิ่งที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร กับภาคของสิ่งที่เป็นสาระแก่นสาร
สิ่งที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร จะตกอยู่ในกฎของไตรลักษณ์ คือ ไม่
เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง แล้วก็จะมุ่ง
เข้าไปหา สิ่งที่เป็นสาระแก่นสารของชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่คงที่ ไม่
มีการเปลี่ยนแปลง มีความบริสุทธิ์ล้วนๆ เป็นแหล่งกำเนิดแห่ง
ปัญญาแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่ไม่มีที่สิ้นสุดเป็นเอกันตบรมสุข
นั่นแหละเป็นตัวตนที่แท้จริงที่เป็นอิสระจากกิเลส จากอาสวะ
ทั้งหลาย
ความเป็นอิสระนี่แหละ คือ ความปรารถนาของ
พระพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลาย ท่านปรารถนาจะเป็น
อิสระจากการบังคับบัญชาของกิเลสอาสวะ ของความโลภ
ความโกรธ ความหลง ของพญามาร เมื่อท่านหลุดพ้นจากตรง
นี้แล้วใจก็บริสุทธิ์ ยิ่งใจบริสุทธิ์เท่าไรก็ยิ่งมีความสุข ยิ่งเป็นตัว
ของตัวเองมากขึ้น
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใจของเราบริสุทธิ์ รู้ได้เมื่อใจ
หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ประการแรก ใจจะเป็นอิสระ