ข้อความต้นฉบับในหน้า
เฉพาะพระพักตร์มณฑลแห่งองค์สมเด็จพระทศพล บรมครู ให้หมดฝุ่นผงธุลีแล้วกวาดพระคันธกุฎีให้สะอาดบริสุทธิ์
เจ้าของเราทั้งหลาย ทุกสิ่งทุกอัน ฉะนั้นขอท่านสังฆ
วุฒาจารย์ จงกรุณาเลือกเอาพระอานนท์เข้าในที่สังคา
งคายนา
ด้วยเถิดเจ้าข้า !"
เมื่อบรรดาสงฆ์ทั้งหลายได้ร่ำร้องเช่นนั้น พระ
อริยกัสสปเถรเจ้าจึงได้คัดเอาพระอานนท์เข้าร่วมในที่
สังคายนาด้วย นับรวมได้ทั้งสิ้นครบ ๕๐๐ องค์ แล้ว
ปรึกษาตกลงกันว่าจะทำการสังคายนากัน ณ กรุงราชคฤห์
มหานคร ภายในพรรษาหน้าที่จะถึงนี้ ฉะนั้นเมื่อยังมีเวลา
อีกเดือนครึ่งจะเข้าพรรษา พระมหากัสสปะก็ได้พาสงฆ์ที่จะ
ทำการสังคายนารวม ๒๕๐ รูป รวมทั้งตัวท่านออกเดินทาง
สู่กรุงราชคฤห์สายหนึ่ง อีกสายหนึ่งมีสงฆ์ ๒๔๙ รูป นำ
โดยพระอนุรุทธเถระทำาหน้าที่เป็นประธานสงฆ์รวมทั้งตัว
ท่านด้วยเช่นเดียวกัน
ส่วนพระอานนท์แม้จะได้รับเกียรติให้เข้าร่วมการ
ทำสังคายนาด้วย ท่านก็มีกิจที่ต้องเดินทางไปยังกรุงสาวัต
ถี่ก่อนแล้วจึงย้อนไปยังกรุงราชคฤห์ภายหลัง ดังนั้น ท่าน
โดยมีสงฆ์ร่วมเดินทางอีกหลายองค์ ครั้นเมื่อมหาชน
หมดจด จัดแจงจัดแต่งข้าวของเครื่องใช้ทั้งหลายให้เข้าที่
เหมือนดั่งเมื่อครั้งสมเด็จพระชินสีห์ยังทรงประทับอยู่ แล้ว
ได้ทำการซ่อมแซมพระเชตวันมหาวิหารจนแล้วเสร็จ จึง
เดินทางไปยังกรุงราชคฤห์ ซึ่งพระมหากัสสปวุฒาจารย์และ
พระอนุรุทธเถรเจ้าและคณะสงฆ์ได้เดินทางมารออยู่ก่อนแล้ว
ณ กรุงราชคฤห์ พระเจ้าอชาตศัตรูราชบพิตร ได้
สั่งให้จัดสร้างมหามณฑปใหญ่ไว้เพื่อเตรียมต้อนรับคณะ
สงฆ์ที่จะเดินทางมาทำการสังคายนาพระธรรมวินัยอย่าง
วิจิตรงดงามเป็นยิ่งนัก พร้อมเตรียมอาสนะสำหรับคณะสงฆ์
๕๐๐ รูป ในท่ามกลางมณฑปนั้นพระองค์รับสั่งให้จัดเตรียม
ตกแต่งธรรมาสน์อันวิจิตรบรรจง หน้าธรรมาสน์นั้นผันไป
ข้างทิศตะวันออก เบื้องบนธรรมาสน์นั้นวางไว้ซึ่งพัดวาล
จึงถือเอาบาตรและจีวรทรงแห่งองค์สมเด็จพระชินสีห์ไปด้วย
ทั้งหลายได้เห็นพระอานนท์ก็ให้สังเวชใจเป็นหนักหนา
เพราะครั้งใดที่ได้เห็นพระอานนท์ก็ย่อมได้เห็นสมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าทุกครั้งไป ไม่ว่าคราใดที่ไหน เมื่อสมเด็จ
พระพุทธองค์เดินไปในเบื้องหน้าแล้วถัดลงมาก็ถึงพระอานนท์
มาครานี้มิได้แลเห็นสมเด็จพระชินสีห์
ท่านพระอานนท์นี้จะถือบาตรและจีวรขององค์พระชินสีห์
ติดตามตัวอยู่ไม่ห่าง มาครานี้มี
มหาชนต่างก็พากันรันทดสลดใจนัก มิอาจอดกลั้นความ
โศกเศร้าเสียใจไว้ได้ ก็พากันร่ำไห้เป็นที่น่าเวทนาทั้งสอง
ข้างทางเดิน ยิ่งเมื่อพระอานนท์เสด็จมาถึงเมืองสาวัตถีและ
ย่างเข้าสู่บริเวณพระเชตวันมหาวิหาร เสียงร้องไห้ของ
เหล่ามหาชนก็ยิ่งดังระงมไปทั่วคล้ายดั่งวันที่พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ กรุงกุสินารา มิผิด
กันเลย ฝ่ายพระอานนท์ก็เฝ้าแต่ปลอบประโลมมหาชนด้วย
พระสัทธรรมเทศนาอันประกอบไปด้วย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
บรรเทาเสียซึ่งความโศกแห่งมหาชนทั้งปวงแล้ว พระองค์ก็
เสด็จเข้าคันธกุฏีที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยประทับ
อยู่แต่ก่อน ขนเอาตั้งเตียงออกมาจากคันธกุฎีปัดเคาะตีเสีย
งมพระ-
วิชนีมีด้ามอันประดับด้วยงาช้าง ฝ่ายพระสงฆ์ซึ่งมี
มหากัสสปะเถรเจ้าเป็นประธาน ก็พร้อมเพรียงกันกำหนดที่
จะทำการสังคายนาพระธรรมวินัยในเพลาเช้ารุ่งพรุ่งนี้
"ดูกรอาวุโสอานนท์ เพลาพรุ่งนี้จะเป็นวันที่
พระสงฆ์ทั้งปวงจักประชุมกระทำการสังคายนาพระธรรม
วินัยกิจใหญ่พระศาสนา อันว่าตัวท่านนี้ยังเป็นพระโสดาบัน
อยู่เช่นนี้ หาควรที่จะไปสู่ที่ชุมชนนั้นไม่ เพราะฉะนั้นเพลา
ราตรีนี้ ท่านจงอย่าประมาท จงอุตสาหะบำเพ็ญสมณธรรม
กัลยามิตร ปืน ม ๒๕๕๓ ๗๑