วรรณกรรมและบทประพันธ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 3 หน้า 117
หน้าที่ 117 / 132

สรุปเนื้อหา

เมื่อวัฒนธรรมสามารถส่องผ่านได้ทางสื่อเช่นนี้ จึง ดูแลทะนุถนอมเป็นพิเศษ นั่นคือใจของตัวเอง มีเรื่องเล่าสนุกๆ ไม่แปลกอะไรเลยที่เราจะต้องเพียรดูวรรณกรรมหรือเรื่องราว อยู่ว่า เศรษฐีผู้หนึ่งมีภรรยาสี่คน เขารักคนที่สี่มากที่สุด ที่ได้มาจากบทประพันธ์สมัยดั้งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรืออาจ เป็นเพราะความจริงและเรื่องราวที่ดำเนินไปตามสังคมใน ปัจจุบันนี้ มันน่ากลัวเกินไปที่จะเป็นกระจกเงาให้คนในสังคม ได้รู้เห็นภาพความเป็นจริง จะพูดไปก็มีผู้จัดละครหลายเจ้า เหมือนกันที่กล้าหาญสร้างขึ้นมาให้ชมอยู่ประปราย แต่ไหน เลยจะสู้บทประพันธ์ยอดฮิต เช่น เรื่อง “บ้านทรายทอง” ที่ กำลังจะพูดถึงกันในฉบับนี้ เนื้อเรื่องคงไม่ต้องเล่ารายละเอียด กันหรอกมั้งครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกภายในบ้านท่านไม่ต้องถึง กับสมัยคุณปู่คุณย่าก็สามารถเล่า

หัวข้อประเด็น

- วรรณกรรมและบทประพันธ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เมื่อวัฒนธรรมสามารถส่องผ่านได้ทางสื่อเช่นนี้ จึง ดูแลทะนุถนอมเป็นพิเศษ นั่นคือใจของตัวเอง มีเรื่องเล่าสนุกๆ ไม่แปลกอะไรเลยที่เราจะต้องเพียรดูวรรณกรรมหรือเรื่องราว อยู่ว่า เศรษฐีผู้หนึ่งมีภรรยาสี่คน เขารักคนที่สี่มากที่สุด ที่ได้มาจากบทประพันธ์สมัยดั้งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรืออาจ เป็นเพราะความจริงและเรื่องราวที่ดำเนินไปตามสังคมใน ปัจจุบันนี้ มันน่ากลัวเกินไปที่จะเป็นกระจกเงาให้คนในสังคม ได้รู้เห็นภาพความเป็นจริง จะพูดไปก็มีผู้จัดละครหลายเจ้า เหมือนกันที่กล้าหาญสร้างขึ้นมาให้ชมอยู่ประปราย แต่ไหน เลยจะสู้บทประพันธ์ยอดฮิต เช่น เรื่อง “บ้านทรายทอง” ที่ กำลังจะพูดถึงกันในฉบับนี้ เนื้อเรื่องคงไม่ต้องเล่ารายละเอียด กันหรอกมั้งครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกภายในบ้านท่านไม่ต้องถึง กับสมัยคุณปู่คุณย่าก็สามารถเล่าเรื่องราวให้ฟังกันได้เป็นฉาก เป็นตอนหรือจะเรียกได้ว่าถ้าท่านชื่นชอบบทประพันธ์ประเภทนี้ ก็เท่ากับท่านนั้นเดินเข้าออก "บ้านทรายทอง” ทั้งตระกูล สว่างวงศ์ของชายกลาง และพินิตนันท์ของพจมานได้อย่าง คนสนิทคุ้นเคยเลยทีเดียว เพราะภายในระยะไม่เกินสิบปี เรา ได้มีพจมานไว้ประดับวงการอยู่สี่ห้าคนเห็นจะได้ นั่นหมายถึง ทั้งภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ละครเวที ก็มีพจมานนี่แหละ เรียกลูกค้าคนสำคัญมีให้ดูเมื่อไหร่ก็ติดกันงอมแงมเหมือนเคย บุคลิกความเป็นจริงเข้มแข็งและอดทนของพจมาน ตลอดจนความสุขุม ยุติธรรม หยิ่งในศักดิ์ศรี มีเมตตาชอบ ช่วยเหลือผู้อื่นของชายกลาง ผมอยากให้ทุกท่านซึมซับและ เอาเป็นแบบอย่างเพื่อจะหยิบยกเอามาใช้ในบางสถานการณ์ที่ เกิดขึ้นกับตัวเองในสังคม ผมเชื่อครับว่าทุกบุคลิกที่ ก.สุราง คนางค์ เขาวาดฝันไว้มันเป็นสิ่งที่พวกเรากัลยาณมิตรควรจะ ฝึกให้ชำนาญ โดยเฉพาะความเป็นจริง เข้มแข็ง อดทน สุขุม และยุติธรรม ที่ย้ำเตือนครั้งนี้ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาในทุก เหตุการณ์ของประวัติศาสตร์การกอบกู้พระพุทธศาสนาของ เรานั้น เราทำไว้ไม่ดีหรือยังมีบุคลิกที่ว่านี้ไม่พอ แต่เป็นการ เพิ่มกำลังใจให้ทุกท่านตระหนักในคุณค่าของความดีที่เราได้ ร่วมทำมาโดยตลอดต่างหาก เพราะถ้าเราไม่เป็นคนจริง เข้มแข็งและอดทน เราคงโดนข่มเหง รังแก ได้สำเร็จสมใจ “มาร” และถ้าหากเราไม่สุขุมและรักความยุติธรรม พระพุทธ ศาสนาคงบอบช้ำบุบสลายยิ่งกว่านี้ ด้วยผลแห่งความดีที่พวก เราได้ฟันฝ่ามาตลอด เหตุการณ์ที่ร้ายแรงจะต้องไม่เกิดขึ้น กับพวกเราอีกแน่นอน ขอเพียงทุกท่านรักษาใจให้เข้มแข็ง ดูแลอย่างทะนุถนอม ซึ่งจะไม่มีวิธีใดๆ ในโลกที่จะดีกว่าทำใจ ให้หยุดนิ่งเป็นสมาธิอยู่ในกลางของความบริสุทธิ์ภายในตัว ในความแปลกของมนุษย์ที่ค้นพบอย่างไม่ยากคือ คนเรามักให้ความสำคัญกับสิ่งสมมติรอบข้างและอุปโลกน์ขึ้น ด้วยกิเลสตัวเองว่าสำคัญที่สุด และปล่อยปละละเลยสิ่งที่ต้อง เพราะยังสาวและอ่อนวัย ส่วนคนที่สาม สอง หนึ่ง ก็รักมาก ไปน้อยตามลำดับ ต่อมาเขาได้ชราลงและอยากรู้ว่าบรรดา ภรรยาทั้งสี่ ใครบ้างที่รักเขาจริง เขาจึงเรียกมาและถามว่า ถ้าเขาตาย เขาจะชวนไปอยู่ด้วย มีใครจะไปบ้าง เขาถาม ตามลำดับความรักมากไปน้อยเช่นเคย แต่คำตอบที่ได้นั้น เป็นที่น่าเสียใจตามลำดับ ยกเว้นคนที่หนึ่งซึ่งเขาให้การดูแล เอาใจใส่น้อยที่สุด แต่ก็ให้คำตอบที่ชื่นใจคือ “เราอยู่กันมา ตั้งแต่ต้น ยามสุขก็สุขด้วยกัน ยามทุกข์จะทอดทิ้งกันได้อย่างไร ถ้าพี่ตาย น้องจะขอตามไปด้วย” เป็นไงครับ ชื่นใจไหมครับ ถ้าได้คู่ชีวิตพูดอย่างนี้ พวกเราทุกคนก็ล้วนตกที่นั่งเป็นเศรษฐีกันทั้งนั้น แต่ละคน ต่างก็มีภรรยาคนละสี่เหมือนกัน ซึ่งคนที่หนึ่งนั่นก็คือ จิตใจ คนที่สองก็เปรียบได้เท่ากับร่างกายของตน ส่วนภรรยาคนที่ สามก็คือบ้านเรือน สมบัติพัสถาน ส่วนภรรยาคนที่สี่ที่เรา เอาใจใส่มากกันทุกคน นั่นก็คือ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เห็น ไหมครับทุกคนให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มากไปหาน้อยจริงๆ และที่เหมือนกันก็คือ “ใจ” ของเรามักจะไม่ค่อยดูแล และ ชำระใจด้วยการสวดมนต์ นั่งสมาธิ ให้จิตใจผ่องใสกันเลยใน แต่ละวัน ในเมื่อใจเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนและถ้าเราไม่จับตามอง หาความเป็นจริงจากสื่อ ภาพลวงตาที่ผ่านการตัดต่อแต่งเติม เสริมคำพูดที่กลั่นกรองจากความคิดที่ไม่สร้างสรรค์ อาจ ทำให้เราต้องเคลิ้มคล้อยตามกระแสกิเลสไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่ไม่ต้องตกใจหรอกครับ เราป้องกันกระแสกิเลสของเราได้ ด้วยใจของเราเอง ให้ถือโอกาสการชมบ้านทรายทองซึ่งเป็น เรื่องราวเกี่ยวกับ “บ้าน” แล้วให้ทุกท่านหันมามองพร้อมกับ ทำบ้านของเราให้น่าอยู่ ขจัดมลพิษทางความคิด การกระทำ ที่อาจเกิดขึ้นแก่สมาชิกในครอบครัว ความสะอาด ความเป็น ระเบียบ ให้ถึงพร้อม ชักชวนให้สมาชิกในบ้านเข้าวัด ฟังธรรม นั่งสมาธิ จัดหาอุปกรณ์ เครื่องเสริมทางใจให้คุ้นอยู่ในความดี มีหนังสือธรรมะ ห้องพระ และที่สำคัญบ้านยุคใหม่ ยุคพัฒนา ต้องสำรวจดูว่าที่หน้าบ้านมีป้าย “บ้านกัลยาณมิตร” แล้วหรือ ยัง? สิ่งที่กล่าวมาเพื่อสร้างเสริมบ้านของเราให้สมบูรณ์เหล่านี้ จะเป็นเกราะและรักษาใจให้อยู่คู่กับความดีตลอดนานเท่านาน.... เชื่อหัวไอ้เรื่องเถอะครับ!! ลบ เณมิตร มีแคม ๒๕๕๓ ๘๑๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More