ข้อความต้นฉบับในหน้า
เห็นว่า “โง่เง่าเต่าตุ่น” เขาแสดงความไม่พอใจต่อการ
ตัดสินใจที่ล่าช้าของฝ่ายไทยว่า
ทัศนคติในแง่ลบต่อไทยนี้ ฝรั่งแสดงออกในหลาย
กรรมหลายวาระ มีหลักฐานเป็นตัวหนังสือประจักษ์พยาน
“ตัวข้าหลวง รูปร่างอ้วนล่ำ แข็งแรง น้ำเสียงโฮกฮาก ยืนยันได้ตลอดไป จอห์น จี พาตัน หนึ่งในผู้สนับสนุน
และสายตาสอดส่ายสงสัย ความยืดยาดและความไม่
ประสีประสาของเขาเกือบจะทำให้เราขาดความอดทน...
ลูกน้องและคนรับใช้ของเขาหมอบคลานอยู่กับพื้นอย่างกับเล่น
เป็นสัตว์ซ่อนอยู่ในป่า บนพื้นห่างจากที่เจ้านายนั่งอยู่หลายก้าว
คนใช้พากันหมอบกราบและซุกหน้าลงในฝ่ามือ ผู้อาวุโสนั่งไม่
สวมเสื้อ มีผ้าหน้าแคบๆ คาดเอวอยู่ผืนเดียว และนั่งปั้นหน้า
ทำเป็นไม่แยแสไม่รู้ไม่ชี้เท่าที่จะ
ทำได้ มีคนบอกเราว่านี่เป็นวิธี
การที่ชาวสยามแสดงศักดิ์ศรี
ของตน"
แฮริสถึงกับระเบิดคำ
พูดออกมาว่า
“วิธีการที่เหมาะสมใน
การที่เจรจากับไทยก็คือส่ง
เรือรบที่กินน้ำลึกไปเกิน ๑๖ นิ้ว
เข้ามาสัก ๒ - ๓ ลำ ให้มาถึง
ในเดือนตุลาคม (ตอนที่น้ำขึ้น
ที่สุด) และแล่นเข้ามาสู่
กรุงเทพฯในทันที และยิงสลุต
ให้สัญญาที่ต้องใช้เวลาเป็น
สัปดาห์ก็จะกินเวลาเพียงไม่กี่วัน
SIAM OU IUDIA
Copelle du Royaume des
นโยบายล่าอาณานิคมประกาศว่า “คำขวัญของเราคือ
กวาดล้างมนุษยชาติเหล่านี้ให้หมดไป แล้วให้คนผิวขาว
ครอบครองดินแดนนี้” และ “บริษัทอีสต์อินเดียถือว่า การ
ส่งเสริมคริสต์ศาสนาเป็นหน้าที่หนึ่งของบริษัทและกำหนด
ให้นักบวชเอาใจใส่ชาวยุโรป และให้นำชาวพื้นเมืองมา
นับถือคริสต์ศาสนา”
เพราะว่าใน “ระเบียบโลกใหม่”
ในศตวรรษที่ ๑๘ นั้น
มันคือการจัดระเบียบสังคม
ให้มีความสุข โดยมีสังคม
คริสเตียนเป็นต้นแบบนั่นเอง
ถ้าจะพูดให้ตรงยิ่งขึ้นไปอีก
ศาสนาคริสต์นั่นแหละ
ถูกวางไว้กลางเกม
กลางหัวใจของนักล่าอาณานิคม
ทั้งหลาย จะพูดออกมาหรือไม่
การขู่ไทยด้วยประการ
ต่างๆ นี้ แม้จะเป็นขู่ลมขู่แล้ง
เสียโดยมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่
ราชสำนักไทยจะมองข้ามมิได้
เพราะว่า กองทัพเรือของ
อังกฤษที่ยาตราเข้าไป
ปราบปรามพม่าและชาวจีนผู้
อหังการ คือบทเรียนที่เตือน
ถึงอันตรายแห่งพายุ
จักรวรรดินิยมที่นอกจากจะ
ทำลายชาติได้แล้ว ยังอาจจะ
ทำลายศาสนาได้ด้วย
ณ เวลานั้น สหรัฐ
อเมริกา คือชาติมหามิตร
เล่นบทเป็นตัวกันกระทบ
ความตื่นกระหายของประเทศมหาอำนาจทั้งสอง
แต่มหามิตรผู้นี้ก็มีความมุ่งหมายทาง
ศาสนาไม่แตกต่างกัน
๗๔ | กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๕os
พร้อมกับเรือสินค้าจากชาติตะวันตก
มิชชันนารีได้เดินทางมาด้วยเป็นอันมาก คำสั่ง
การเปลี่ยนแปลง “ประชาชนผู้นอกรีตและมืดบอด”
ลับจากองค์กรประเทศที่ตนจากมาคือภารกิจของ
ให้มองเห็นแสงสว่างของพระผู้เป็นเจ้า และหาก
เป็นไปได้ให้แปลงโบสถ์นอกศาสนาให้เป็นโบสถ์
คริสต์
เพราะว่าใน “ระเบียบโลกใหม่” ในศตวรรษ
ที่ ๑๘ นั้น มันคือการจัดระเบียบสังคมให้มีความ