ข้อความต้นฉบับในหน้า
เหลือบมองหลวงพี่พลางบ่นในใจว่าทำไมวันนี้ทำโทษนานจัง หลวงพี่นั่งหลับหรือเปล่า หลวงพี่จะ
เลื่อนเวลาเป็น ๑ ชั่วโมง หรือเปล่า ลองใจพวกเราดูหรือเปล่า เหลือบตาดูหลายครั้งก็เห็นหลวงพี่
นั่งมองพวกเราอยู่อย่างใจเย็น เราคิดว่าถ้าจิตใจเรายังผูกอยู่กับความปวด มันก็จะปวด แต่ความ
ปวดมีขีดสุด นี่เราก็ถึงสุดขีดแล้ว ทำไมยังไม่หายอีก ตามธรรมดาเวลาเรานั่ง เรายังไม่เคยนั่ง
สมาธิได้ดีเท่ากับตอนนี้เลย เพราะเราควบคุมตัวเราเองไม่ได้ ต้องให้คนอื่นควบคุมให้ พอหมด
เวลาก็รับศีลแล้วไปอาบน้ำ ผมคิดว่าถ้าต้องนั่งเอ็กซ์ตร้าอีก ก็มีผลดีกับตัวเราเหมือนกัน
จับผิดตนเอง
เผลอแผล็บเดียวเกือบจะครบเดือนแล้ว วันเวลาช่างผ่านไปเร็วจังเลย ตั้งแต่มาอยู่ที่วัดนี้ ผม
เองคอยสังเกตตนเองอยู่เสมอ หรือแทบจะตลอดเวลาก็ว่าได้ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำความรู้จักกับตัวเรา
เองให้มากที่สุด หรือให้ทะลุปรุโปร่งไปเลย คล้ายๆ กับที่หลวงพ่อท่านจับผิดตนเองนั่นแหละครับ
เหมือนกับตนเองกำลังจับตามองตนเองยังงั้นแหละ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าทำได้ไม่ง่ายเลย ถ้าหากเราไม่
ทำจริงๆ แล้ว เราจะไม่มีวันได้รู้จักตนเองเลย มัวแต่ไปหลงสนใจแก้ไขแต่คนอื่น แต่การแก้ไข
ตนเองมักไม่ค่อยได้สนใจ
ผมจับผิดตนเองได้หลายเรื่องเหมือนกัน ที่เกิดขึ้นได้ง่ายก็คือ เรื่องอาหารการกิน หรือ
สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ อันนี้เวลาไม่มีก็ดีอยู่หรอก พอจะบอกหรือสอนตนเองได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่
ความมีเกิดขึ้น จิตใจมักจะต้องต่อสู้อย่างหนักทีเดียวระหว่างความอยากกับความพอ ซึ่งผมได้ข้อ
สังเกตมาข้อหนึ่ง คือ เรื่องอาหารการกินนี้ เรามักจะบอกว่าได้น้อย หรือคิดในใจว่าได้น้อยจะกิน
ไม่พอ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ลงมือกินเลย ซึ่งการที่เราบอกว่าได้น้อยนี้มันเกิดจากเราเอาของที่ได้รับนี้ไป
เปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ที่เขาต้องกินมากๆ แต่ไม่เคยเลยที่จะเอาไปเปรียบเทียบกับคนที่จะได้น้อย
กว่าเรา อันนี้มันเลยทำให้จิตใจเราโลภขึ้นไปอีก
ดังนั้น ผมเองเลยต้องรีบแก้ไขนิสัยชอบเอาไปเปรียบเทียบเสีย โดยมองดูแต่อาหารใน
จานของตัวเอง ไม่กล้ามองจานคนอื่น ก้มหน้าอยู่อย่างนั้นแหละ คนอื่นจะมากน้อยยังไงก็ช่างเขา
และผมยังกะประมาณอาหารที่กินในแต่ละวันโดยใช้วิธีนับคำข้าวว่ากี่คำจึงพอดีอิ่ม ไม่แน่นท้อง ซึ่ง
ผมทำอยู่ทุกวันๆ เดี๋ยวนี้มีสติมากขึ้น ไม่ตามใจปากเหมือนเมื่อก่อน
ซ้อมใหญ่
๔
เวลาผ่านไปราวติดปีก นี่ ๑ เดือนเข้าไปแล้ว พรุ่งนี้ก็จะได้บวชแล้ว เมื่อวานซ้อมใหญ่ที่
วัดเบญจมบพิตร ต้องตื่นตี ๓ แต่ผมตื่นก่อนตั้งแต่ตี 5 กว่า อาบน้ำแล้วมานั่งสมาธิจนตี 4 แล้ว
สวดมนต์ทำวัตรเช้า รถออกตี 4 ครึ่ง 4 คัน มีรถตำรวจนำหน้าด้วย ไปถึงก็เกือบ 5 โมง ขึ้นไป
พักบนตึกศาลาธรรม ธรรมทายาทได้รับแจกนมถั่วเหลือง ๑ กล่อง และขนมปัง ๓ ก้อน ให้
รับประทานต่อคน พอประมาณ ๗ โมง ลงมาจัดขบวนเดินประทักษิณ ๓ รอบ พอบ่ายโมง ธรรม
กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๔๓ | ๒๙