ข้อความต้นฉบับในหน้า
จะเป็นดวงกลมใสบริสุทธิ์ เป็นผัง
แห่งความสำเร็จติดในกายของเรา
ที่ศูนย์กลางกาย เมื่อหลวงพ่อให้
พวกเราทำวิชชาให้ผังสำเร็จติดใน
กลางของกายทุกกายที่เข้าถึง หรือ
เมื่อท่านให้เราว่าคาถาแห่งความ
สำเร็จก็เพื่อสร้างเป็นผังสำเร็จ
ภายในใจของเรา เมื่อเรากล่าว
ดื้อที่จะทำในสิ่งที่ตัดรอนกำลังใจใน
การทำความดี แม่จำโอวาทที่
พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านสอน
เราไว้ว่า “เวลาที่เราเสียไปเท่ากัน
ทุกคน จะต่างกันที่จะรู้จักเก็บเกี่ยว
บุญกันได้มากน้อย ไม่เท่ากัน....."
เพราะฉะนั้น ในเมื่อเรารู้จัก
เป้าหมายในชีวิตที่แท้จริงแล้วเราก็
ต้องกล้าคิด กล้าพูด และกล้า
คาถาตอกย้ำเป้าหมายของเราซ้ำๆ
ภาพแห่งความสำเร็จก็จะติดอยู่ที่
ศูนย์กลางกาย เชื่อมติดกับแหล่ง
บุญจากพระนิพพาน ให้เป็นดวง
สว่างไสวใหญ่โตขึ้นตามใจที่หยุดนิ่ง
เราจะไม่เกิดความเบื่อหน่ายหรือ
เบื่อที่จะคิดอะไรหรอกจ้ะ ถ้าเรา
ทำให้ใจเราคุ้นเคยกับความคิดสร้างสรรค์ในความดี ของเราคือที่สุดแห่งธรรม มองดูแล้วอาจยาวนานเกินกว่าที่
นอกจากใจจะผ่องใสแล้ว กำลังใจในการทำความดีจะเกิด
ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนไม่มีเวลาไปคิดเรื่องไร้สาระ ส่วน
เรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามาทดสอบการสร้างบุญสร้างความดี
ของเราก็เป็นเรื่องของเขา (ฝ่ายดำ) เรื่องของเราซึ่งเป็น
บุญล้วนๆ เราก็พยายามสร้างขึ้นมาในใจเรา จนฝ่ายเขาไม่
มีเนื้อที่ที่จะสอดแทรกเข้ามาได้ เพราะฉะนั้นให้ใจหมั่นตรึก
ระลึกนึกถึงองค์พระและสิ่งที่เป็นบุญกุศลทุกวันทุกเวลา ใจ
เราก็จะเบิกบานมีความสุข ไม่ใช่เป็นแค่ทฤษฎีเท่านั้นนะจ๊ะ
แต่ในทางปฏิบัติแล้วสิ่งเหล่านี้ คือ ความเป็นจริง
ดวงแห่งความสำเร็จ คือ ดวงใสสว่างติดอยู่ใน
กลางเชื่อมอยู่กับแหล่งบุญ ส่วนดวงบาปคือ ดวงสีดำที่
แทรกซ้อนอยู่ในกลางของเราแข่งแย่งกันอยู่ ถ้าเราอยู่ในบุญ
ดวงใสสว่างก็จะสว่างอยู่เต็มในกลางกาย สว่างในสว่างไป
เรื่อยๆ ส่วนดวงแห่งความท้อแท้เบื่อหน่าย ถ้าเราอยาก
สร้างขึ้นมา แค่คิดนิดเดียวเขาก็มาเต็มดวงเหมือนกันแต่ดำ
มืดเลยล่ะ ทำให้ใจเราห่อเหี่ยวคิดอะไรดีๆ ไม่เป็น หรือคิด
เป็นแต่ไม่มีอารมณ์จะคิดอะไรทำนองนั้น หมดอารมณ์
ทำความดี อยากพักไว้ก่อน อยากเที่ยวอยากเพลินทำอย่าง
อื่นบ้าง เพราะเรายังโดนเขาบังคับได้อยู่และดูเหมือนจะ
ยอมเขาโดยดีด้วย ต้องหัดดื้อในสิ่งที่ไม่ดีบ้าง ดื้อที่จะไม่ไปคิด
ทำความดี โดยไม่มีความลังเลท้อแท้
เพื่อให้เวลาที่ผ่านไปในชีวิตการ
สร้างบารมีของเรานั้นได้ผลบุญ
คุ้มค่าเพื่อเป็นเสบียงสำหรับชีวิต
ข้างหน้าที่จะต้องเกิดมาสร้างบารมี
กันต่อไป จนถึงเป้าหมายปลายทาง
สายตาเราจะมองเห็นจุดหมายปลายทางอย่างที่หนูบอกว่า
อาจจะรางเลือน แต่ถ้ากลับมามองที่ใจของเราภายในที่
ศูนย์กลางกาย เราก็จะเห็นภาพแห่งผังสำเร็จนั้นเกิดขึ้น
อย่างแจ่มชัดใสสว่างด้วยอานุภาพของใจที่หยุดนิ่งนั้น แม่
คิดว่าไม่มีอะไรที่จะไกลและหลุดพ้นไปจากสายตาของ
พระธรรมกายภายในที่ครอบคลุมกว้างไกลไปทั้งภพสาม
และใจของเราก็จะอาจหาญร่าเริงในการสร้างความดีได้ทุก
สถานการณ์อย่างไร้ขอบเขต เหมือนกายธรรมที่ขยาย
กว้างขวางใหญ่โตออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ด้วยรักและคิดถึงลูกของแม่
กัลยา มิตร มีนาคม ๒๕๔๓ ๑๐๗