ข้อความต้นฉบับในหน้า
อาจปฏิเสธได้ เหมือนเมื่อครั้งโบราณที่เหล่าอรหันตสาวก
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้เห็นความสำคัญในการ
สังคายนาพระธรรมวินัยเพื่อสืบทอดพระศาสนาให้ดำรงอยู่
จนถึงปัจจุบัน
ผู้เขียนได้คัดลอกเรื่องการทำสังคายนาพระธรรม
วินัยนี้ จากหนังสือ "โพธิธรรมทีปนี” ของพระพรหมโมลี (วิ
ลาศ ญาณวโร) เจ้าคณะภาค ๑ เรื่อง องค์อรหันต์อานันท
เถรเจ้า มาโดยย่อและได้คงไว้ซึ่งอรรถรสของการเขียนแบบ
ภาษาไทยดั้งเดิม เพื่อคงความไพเราะของภาษา นอกจาก
พระสงฆ์ทั้งหลายเมื่อได้สดับฟังดังนั้น จึง
กราบเรียนขึ้นมา
“ข้าแต่ท่านกัสสปวุฒาจารย์ ขอท่านจงเลือกสรร
จัดพระสงฆ์ผู้สมควรที่จะกระทำการสังคายนาในครั้งนี้ด้วย
เถิด"
เมื่อเหล่าพระสงฆ์ให้โอกาสอนุญาตเช่นนั้นแล้ว
องค์อรหันต์กัสสปเถรเจ้า ก็ได้เลือกสรรเอาไว้แต่เฉพาะ
เพียงพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณแตกฉานในห้องพระ
ไตรปิฎกเท่านั้น ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ที่มีศักดานุภาพ
นี้แล้วเนื้อเรื่องยังได้สอดแทรกวัฒนธรรมประเพณีชาวพุทธ มากและเป็นผู้ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตั้ง
ไว้ได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย โดยการกล่าวถึงวิธีการจัดตั้ง
ไว้ในเอตทัคคะอันยอดเยี่ยม ที่ทรงคุณพิเศษได้ไตรวิชชา
ธรรมาสน์และอาสนสงฆ์
และอภิญญา ๖ อันจัดอยู่ในประเภทพระอรหันต์ขีณาสพ
ดูกรอาวุโสอานนท์
หรือแม้กระทั่งความ
เพลาพรุ่งนี้จะเป็น ลำบากในการคัดเลือก
หมดสิ้นปราศจากกิเลสทั้งปวง เมื่อเลือกคัดจัดสรรผู้มี
คุณสมบัติอันเหมาะสมอยู่เป็นเวลานาน ก็เลือกพระอรหันต์ได้
คณะสงฆ์เพื่อทำกิจ
วันที่พระสงฆ์
๔๙๙ รูป หย่อนอยู่ ๑ องค์ ก็จะครบ ๕๐๐ รูป พอดี ด้วย
สังคายนาในครั้งนั้น ดังมี
ต้องการเว้นที่ไว้ให้โอกาสแก่พระอานนท์ เพราะพระมหา
ทั้งปวงจักประชุม ความต่อไปนี้
กัสสปเถรเจ้าท่านทราบเป็นอย่างดีว่าพระอานนท์พุทธ
กระทำการ
ในกาลเมื่อถวายพระ
อนุชานี้เป็นคลังแห่งพระสัทธรรมเป็นอันมาก เพราะพระ
สังคายนา
เพลิงพระบรมศพแห่ง
อานนท์นั้นได้เล่าเรียนจดจำมาเฉพาะพระพักตร์พระสัมมา
พระธรรมวินัยกิจ
องค์สมเด็จพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าได้ล่วงไปแล้ว
สัมพุทธเจ้าทุกหมวดทุกข้อ หากเว้นพระอานนท์เสียแล้ว
ย่อมเป็นการมิบังควรเป็นอย่างยิ่ง และหากจะรีบด่วนเลือก
ใหญ่พระศาสนา
อันว่าตัวท่านนี้ยัง
๗ วัน องค์อรหันต์พระ
เอาพระอานนท์เข้าในการสังคายนาเสียเองก็จนใจหนักหนา
จะไปสู่ที่ชุมชนนั้น รูป ในครั้งนั้น ท่านมี
เป็นพระโสดาบัน
อยู่เช่นนี้ หาควรที่
ไม่ เพราะฉะนั้น
ความประสงค์ที่จะทำการ
เพลาราตรีนี้ ท่าน
สังคายนาพระธรรมวินัย
จึงได้ชักชวนสงฆ์ทั้งปวงว่า
จงอย่าประมาท
“มาเถิด อาวุโส
๑
จงอุตสาหะ
ทั้งหลาย เราท่านทั้งปวง
บำเพ็ญสมณธรรม
ให้จงมากเถิด
นี้ควรจะช่วยกันกระทำ
การสังคายนาพระธรรม
วินัย ไว้ให้เป็นอายุศาสนา
กันเถิด"
อริยมหากัสสปเถรเจ้า
ซึ่งเป็นพระสังฆเถระผู้มี
พรรษามากกว่าพระสงฆ์
ด้วยว่าพระอานนท์ท่านยังเป็นพระโสดาบัน หากใครรู้เข้าก็
จะติเตียนเอาได้ว่า เห็นแก่หน้ากันเลือกที่รักมักที่ชัง เพราะ
เหตุที่พระอานนท์มีศักดิ์เป็นพระอนุชาขององค์พระชินสีห์
ทั้งปวงประมาณ ๗๐๐,000
ไฉนจึงมีเลือกพระอรหันต์ที่ทรงคุณวิเศษประเสริฐด้วย
ปฏิสัมภิทาญาณองค์อื่น
ด้วยความต้องการที่จะปิดกั้นมิให้ใครติฉินนินทาได้
พระมหากัสสปจึงมิได้เลือกพระอานนท์เข้าในการสังคายนา
แต่เลือกคณะสงฆ์ไว้เพียง ๔๙๙ รูป แล้วก็ยังขยักไว้ให้หย่อนอยู่
รูป ไว้ให้เป็นปัญหาอยู่อย่างนั้น
พลันก็มีเสียงสงฆ์เป็นอันมากตักเตือนขึ้นว่า
“ข้าแต่ท่านสังฆวุฒาจารย์อริยกัสสปะ ข้าพเจ้า
ทั้งปวงได้พร้อมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า ท่านพระอานนท์นี้
แม้จะยังเป็นพระโสดาบันอริยบุคคลก็จริงอยู่ แต่ว่าท่านมี
ปัญญาเป็นพหูสูต ได้เล่าเรียนจดจำพระธรรมวินัยทั้งปวง
๗๐ กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๕๓