ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตอนนี้ใกล้ขึ้นเดือนกุมภาฯแล้วนะคะ คุณแม่รู้สึก
ว่าเร็วไหม ลูกรู้สึกเหมือนกับปีใหม่พึ่งผ่านไปไม่กี่วันนี้เอง
ใกล้จะถึงวันมาฆบูชาแล้ว ลูกคิดว่าจะต้องทำให้ใจใสเข้าไว้
จะได้รองรับบุญได้เต็มที่ไม่กี่ปีที่ผ่านมาลูกรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้น
และได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ตอนแรก ก่อนที่จะเข้ามาสู่
เส้นทางนี้ จำได้ดีว่ามีแต่คนบอก ต้องอดทนเพราะมัน
ลำบากนะ ไม่ใช่สบายๆ ลูกยังคิดอยู่ว่า ต้องทนเรื่องอะไร
บ้าง ตอนนั้นยังนึกภาพไม่ออก แต่ก็คิดว่าทนได้ เมื่อแต่ละ
ปีผ่านไป ลูกเริ่มรู้มากขึ้นว่า ต้องใช้ความอดทนต่อสิ่งที่เรา
ปรารถนาและไม่ปรารถนาซึ่งเราจะไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ หาก
เรามุ่งมองแต่เป้าหมาย ลูกนึกถึงเวลาที่คนเดินบนแผ่น
กระดานไม้ข้ามจากฝั่งหนึ่งไปสู่อีกฝั่งหนึ่ง หากเราเงยหน้า
มองตรงไปยังจุดหมายปลายทาง เราจะเดินไปได้จนถึง แต่
ถ้ามัวแต่มองลงไปข้างล่าง เราก็จะหวาดกลัว ท้อถอย ไม่
อยากก้าวขาเดินอีกต่อไป และเริ่มนึกว่าไปไม่ถึง แล้วก็เลย
ไปไม่ถึงจริงๆ หรือไม่ก็เมื่อมองลงข้างล่าง เราอาจจะรู้สึก
ขึ้นมาว่า แหม! วิวสวย ขอไปแวะดูตรงนั้นดีกว่า ซึ่งมัน
อาจจะสวยไม่จริงก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คือทำให้เราไปถึงจุดหมายช้า
หรืออาจจะไปไม่ถึงเลย เพราะฉะนั้น ก็ควรเพิ่งตาให้เห็น
เป้าหมายชัดๆ หน่อย ถ้ายังเห็นไม่ชัดก็ไปเอากล้องส่อง
ทางไกลมาก็ได้แล้วเราจะรู้สึกดีขึ้น สิ่งที่คิดว่าต้องอดทนก็
น้อยลงอุปสรรคจะไม่มี เราจะสร้างบารมีอย่างมีความสุข
เบิกบาน อาจหาญยิ่งขึ้น คุณแม่ว่าเป็นอย่างนี้ไหมคะ
สวัสดีจ๊ะ ลูกรักของแม่
อากาศช่วงนี้เย็นสบายดี สุขภาพโดยทั่วๆไปของแม่
ก็ดีนะจ๊ะ วันนี้แม่ตื่นแต่เช้ามืด จริงๆ ก็ตื่นแต่เช้ามืดทุกวัน
อยู่แล้ว ได้ยินเสียงนกร้องแข่งกันแม่ก็จะนึกถึงลูก ที่
บ้านนอกจากจะเห็นมีนกกระจอกแล้วยังมีนกเขา นกพันธุ์
อะไรไม่ทราบสีดำลายขาวตรงปีก ๑ คู่ เขามาอาศัยที่ต้น
มะม่วงที่บ้านเรา ในกรุงเทพฯก็มีนกให้เห็นพันธุ์แปลกๆ
เจ้านกเหล่านี้เป็นอาหารตาของแมวที่บ้านเราอีกเหมือนกัน
ซึ่งจะชอบแอบซุ่มดูนกด้วยความเพลิดเพลิน บางครั้งก็
พึมพำปากคอสั่นเวลาเห็นนกบินมาเกาะอยู่ใกล้ๆ คงอยาก
จะจับให้ได้ แต่ไม่เคยเห็นได้สักที ได้อยู่ ๒ - ๓ ครั้ง คือลูก
นก เขาก็จะคาบมาให้ดูด้วยความภูมิใจ พวกเราก็จะปล่อย
ไปด้วยความสงสาร ตอนเช้ามืดแม่ว่าเป็นเวลาที่น่าจะให้ใจ
เราอยู่กับตัวเองมากที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกาย
สดชื่นและใจผ่องใส เพราะยังไม่ได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมใน
ชีวิตประจำวัน แม่จะสวดมนต์ไหว้พระที่ห้องพระ และ
หลับตานั่งสมาธิตอนเช้ามืดและก่อนนอนคือเวลาที่แม่ได้อยู่
กับตัวเองได้มากที่สุด หมายถึงให้ใจเราอยู่ภายในธรรมะ ได้
พิจารณาและตระหนักถึงการสร้างความดีว่าได้ทำไปได้แค่ไหน
ลูกลองทำบ้างสิจ๊ะ
เมื่อใจเรานิ่งในกลางแล้วใจเราจะลื่นไหลไปสู่ความดี
ไปสู่แหล่งบุญ คือ ธรรมะภายใน ซึ่งจะสอนตัวลูกเอง ว่า
เรามีเป้าหมายในชีวิตอย่างไร เราได้ทำความดีทำบุญกุศล
สำหรับลูกคิดอยู่เสมอว่าเราจะก้าวเดินไปได้ต่อเมื่อมีจุดหมาย ให้ได้ถึงเป้าหมายของเราอย่างไร ใจเราจะวนเวียนคิดแต่
หากไม่มีจุดหมายก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องก้าวเดินอีกแล้ว
เมื่อรู้ว่าตัวเรายังมีจุดหมายอยู่ก็จะต้องเดินอย่างสง่าผ่าเผย
เข้มแข็งและแข็งแกร่งจนถึงที่สุด เพื่อ
พร้อมรับทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
และให้มันผ่านไปโดยไม่ทำให้เรา
เสียหลัก เหมือนเป็นสายลมอ่อนๆ ที่
พัดผ่านตัวเราเท่านั้น ลูกเขียนมาจน
จะเต็มหน้ากระดาษ คุณแม่คงรู้สึกว่า
ยืดยาวเต็มที่แล้วใช่ไหมคะ ลูกขอจบ
ตรงนี้ แล้วจะเขียนมาอีกค่ะ
ด้วยความเคารพรัก
จากลูก
เรื่องนี้เรื่องเดียว คือเรื่องการสร้างบุญสร้างบารมี เรื่องอื่นๆ
เป็นเรื่องรอง เรื่องแรกคือเรื่องนี้เรื่องเดียว เป็นภาพยนตร์
ในใจที่ฉายอยู่เรื่องเดียวในใจฉายซ้ำๆ
ไม่มีวันเบื่อ และจะทำให้เรามีเวลา
ไปคิดเรื่องอื่นน้อยลงหรือจนไม่มี
เวลาไปคิดเรื่องอื่น จริงๆ นะจ๊ะ แม่
ขอยืนยัน ความคิดของเราจะสร้าง
ผังแห่งความสำเร็จในใจ คิดเรื่องดี
ผังสำเร็จในใจก็จะเป็นเรื่องดี คิด
เรื่องไม่ดียังสำเร็จในใจก็เป็นเรื่องไม่ดี
สุดแท้แต่ใจเราจะคิดให้เป็นไป เมื่อ
ใจหยุดนิ่งความคิดเรื่องบุญบารมีก็
๑๐๖ | กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๕๓