ข้อความต้นฉบับในหน้า
ให้จงมากเถิด"
เสียงสงฆ์องค์อรหันต์ผู้ทรงคุณวิเศษมากมาย
หลายรูปกล่าวตักเตือนด้วยความปรารถนาดี พระอานนท์ก็
น้อมรับเอาคำแห่งสงฆ์ทั้งปวงว่าสาธุ แล้วก็เข้าไปในกุฏิ
เพื่อบำเพ็ญสมณธรรมด้วยความเพียรจนล่วงเพลา
เปล่าอยู่ ขณะนั้นพระสงฆ์ทั้งปวงจึงไต่ถามซึ่งกันและกันว่า
อาสนะที่ว่างเปล่าอยู่นั้น เป็นของใคร เมื่อทราบว่าเป็นของ
พระอานนท์ก็ให้รู้สึกฉงนสงสัยเป็นยิ่งนัก ว่าเหตุใดป่านนี้
แล้วพระอานนท์จึงยังไม่มา
ในขณะที่พระอรหันต์ทั้งหลายไต่สวนกันอยู่นั้น
มัชฌิมยามก็หาได้สำเร็จธรรมวิเศษเบื้องสูงสมความ ฝ่ายพระอานนท์เถระขีณาสพองค์ใหม่ในพระพุทธศาสนา
ปรารถนาแต่ประการใดไม่ ในที่สุดหลังจากได้ทำความ
เพียรจนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเหลือประมาณแล้ว พระอานนท์
มีความต้องการจะให้บรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายได้ทราบว่า
พระองค์ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์พร้อมกับปฏิสัมภิทาญาณ
และอภิญญาแล้ว จึงสำแดงศักดานุภาพดำลงไปในพื้นปฐพี
จากกุฏีที่อาศัยแล้วไปโผล่นั่งเหนืออาสนะแห่งตนอันว่าง
เปล่าอยู่ ด้วยอำนาจแห่งอรหันตฤทธิ์เป็นอัศจรรย์ จึง
เป็นอันว่าพระสงฆ์ทั้งปวงที่จักกระทำกิจพระพุทธศาสนา
อันยิ่งใหญ่นั้นเป็นพระอรหันตอริยบุคคล ผู้ทรงคุณสมบัติ
พิเศษครบถ้วนทั้ง ๕๐๐ องค์ โดยที่พระมหากัสสปเถรเจ้า
เป็นประธานเพราะเป็นผู้ชำนาญทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ
จึงได้ดำริว่า
"อาตมาก็ทำความเพียรถึงเพียงนี้แล้วเหตุไฉน
ธรรมวิเศษจึงยังมิได้บังเกิดขึ้นอีกเล่า ก็องค์สมเด็จพระชิน
สีห์ได้ตรัสพยากรณ์ทำนายอาตมาไว้ว่า จะได้สำเร็จอรหัต
ตผลพ้นทุกข์ในวันที่พระสงฆ์ทั้งปวงจะทำการปฐมสังคายนา
และอันชื่อว่าพระพุทธฎีกาแห่งองค์สมเด็จพระชินสีห์ ที่จัก
ผิดพจนะกระแสแปรไปเป็นสองก็มิได้มี ถ้าเป็นเพราะ
อาตมายังมีความฟุ้งซ่านอยู่มากอย่างนี้แล้วอาตมาก็จะ การกระทำสังคายนาพระธรรมวินัยก็ได้เริ่มขึ้นโดยขออนุมัติ
เอนกายเสียให้สบายสักหน่อยก่อนเถิด"
จากพระสงฆ์ให้พระอุบาลีเถรเจ้าเป็นผู้วิสัชนาพระวินัยปิฎก
ดำรฉะนี้แล้ว พระองค์ก็ลงจากที่จงกรมลงไปล้าง ส่วนพระอานนท์เถรเจ้าผู้เปรียบประดุจคลังแห่งพระ
เท้าเข้าไปสู่กุฏิที่อาศัย ยกเท้าทั้งสองขึ้นพ้นพื้นแล้วเอนลง
เหนือเตียงจำวัด บัดนั้นในขณะที่เศียรยังมิทันจะถึงเขนย ก็
เกิดอัศจรรย์ขึ้นในทันใด ด้วยว่าพระองค์ทรงสำเร็จพระ
อรหันต์ตัดกิเลสบาปธรรมทั้งปวงให้ขาดออกจากขันธ
สันดานในกาลครั้งนั้น”
ครั้นถึงวันรุ่งขึ้น พระมหาเถระทั้งปวงกระทำภัต
ตกิจสำเร็จแล้ว ก็ไปสันนิบาตประชุมกัน ณ มหามณฑปใหญ่
ซึ่งเป็นที่กระทำสังคายนาพระธรรมวินัย ต่างองค์ต่างก็นั่ง
เหนืออาสนะของตน แต่อาสนะของพระอานนท์นั้นยังว่าง
๗๒ ต า ตร มีนาคม ๒๕๕๓
สัทธรรมซึ่งได้รับการสรรเสริญจากพระบรมศาสดาว่าเป็น
“พหูสูต” มาก่อน พระสงฆ์ทั้งหลายมีมติให้ท่านรับหน้าที่
เป็นผู้วิสัชนาพระธรรม กล่าวคือพระสุตตันตปิฎกและพระ
อภิธรรมปิฎก และมีมติให้องค์สังฆวุฒาจารย์เป็นองค์ปุจฉา
ไต่ถามเนื้อความทั้ง ๓ ปิฎก ในกาลนั้นพระอรหันต์
ทั้งหลายได้พร้อมใจกันกระทำการสังคายนาพระธรรมวินัย
เพื่อเป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาอยู่เป็นระยะเวลาถึง ๒
เดือน จึงสำเร็จเรียบร้อยลงด้วยประการฉะนี้
ความเลื่อมใสศรัทธามั่นคงในพระรัตนตรัย ก็นับ
เป็นการทำนุบำรุงไว้ซึ่งอายุของพระพุทธศาสนาอีกวิธีการ
หนึ่งของพุทธศาสนิกชนที่พึงกระทำได้ อีกทั้งยังเป็นการดำรง
ไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีของเอกลักษณ์แห่งความเป็น
ไทย เพื่อความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหา
กษัตริย์ สืบต่อไปตราบนานเท่านาน