เสียงสัตว์และการตอบสนองของพระราชา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 3 หน้า 95
หน้าที่ 95 / 132

สรุปเนื้อหา

ที่นกยางอาศัยนี้มีน้ำมาก ปลามาก แต่เดี๋ยวนี้มีน้ำน้อย นก ยางจึงคิดว่า “สระโบกขรณีนี้ แต่ก่อนเป็นที่ลุ่มลึกมีน้ำมาก มีปลามาก เป็นที่อยู่อาศัยของพญานกยาง เป็นที่อยู่แห่ง บิดาเรา บัดนี้น้ำแห้งขอด วันนี้แม้พวกเราไม่ได้ปลาเป็นอาหาร ก็จะพากันเลี้ยงชีพด้วยกบ ถึงพวกเราจะถูกความหิวบีบคั้น ถึงเพียงนี้ ก็จะไม่ยอมละทิ้งที่อยู่ไป พระดาบส กราบทูลต่อไปว่า “ดูก่อนมหาบพิตร ด้วยเหตุนี้ นกยางนั้นถูกความหิวบีบคั้นจึงร้อง แม้ถ้า พระองค์ประสงค์จะเปลื้องนกยางให้พ้นจากความหิว จง ชำระสวนให้สะอาดแล้วไขน้ำให้เต็มสระ” พระราชารับสั่งให้ อำมาตย์ทำตามนั้น ๒. เสียงที่มหาบพิตรได้สดับลำดับที่ ๒ นั้น เป็น เสียงของแม่กา ซึ่งอยู่ที่เสาระเนียดโรงช้าง มันโศกเศร้าถึง ลูกตน ร้องว่า “ใครหนอจะทำลายนัยน์ตาข้างที่สองของ นายพันธุระผู้มี

หัวข้อประเด็น

- เสียงสัตว์และการตอบสนองของพระราชา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ที่นกยางอาศัยนี้มีน้ำมาก ปลามาก แต่เดี๋ยวนี้มีน้ำน้อย นก ยางจึงคิดว่า “สระโบกขรณีนี้ แต่ก่อนเป็นที่ลุ่มลึกมีน้ำมาก มีปลามาก เป็นที่อยู่อาศัยของพญานกยาง เป็นที่อยู่แห่ง บิดาเรา บัดนี้น้ำแห้งขอด วันนี้แม้พวกเราไม่ได้ปลาเป็นอาหาร ก็จะพากันเลี้ยงชีพด้วยกบ ถึงพวกเราจะถูกความหิวบีบคั้น ถึงเพียงนี้ ก็จะไม่ยอมละทิ้งที่อยู่ไป พระดาบส กราบทูลต่อไปว่า “ดูก่อนมหาบพิตร ด้วยเหตุนี้ นกยางนั้นถูกความหิวบีบคั้นจึงร้อง แม้ถ้า พระองค์ประสงค์จะเปลื้องนกยางให้พ้นจากความหิว จง ชำระสวนให้สะอาดแล้วไขน้ำให้เต็มสระ” พระราชารับสั่งให้ อำมาตย์ทำตามนั้น ๒. เสียงที่มหาบพิตรได้สดับลำดับที่ ๒ นั้น เป็น เสียงของแม่กา ซึ่งอยู่ที่เสาระเนียดโรงช้าง มันโศกเศร้าถึง ลูกตน ร้องว่า “ใครหนอจะทำลายนัยน์ตาข้างที่สองของ นายพันธุระผู้มีอาวุธในมือให้แตกได้ ใครหนอจะทำให้ลูกรัก และตัวเราปลอดภัยได้ ครั้นกล่าวดังนี้แล้วจึงทูลถามว่า “ดูก่อนมหาบพิตร นายควาญช้างที่โรงช้างของพระองค์ชื่ออะไร” “พันธุระ” “เขาตาบอดข้างหนึ่งหรือ” “ถูกแล้ว” พระดาบสจึงกล่าวต่อไปว่า “ดูก่อนมหาบพิตร แม่กาตัวหนึ่งทำรังอยู่ที่เสาระเนียดประตูโรงช้าง ออกไข่ ฟักไข่แล้ว ลูกกาก็ออกจากฟองไข่ เมื่อนายควาญช้างขี่ช้าง เข้าออกโรงช้าง ก็เอาขอตีแม่กาบ้าง ตีลูกกาบ้าง รื้อรังเสีย บ้าง ทำให้แม่กาลำบาก จึงร้องด้วยความเกลียดแค้น อยากให้ควาญช้างตาบอดทั้งสองข้าง ถ้าพระองค์จะทรงมี พระทัยเมตตา โปรดเรียกนายพันธุระมาสั่งห้ามทำร้ายกาอีก” พระราชาให้หาตัวนายพันธุระมา ทรงบริภาษแล้ว ไล่ออก ทรงตั้งคนอื่นเป็นนายควาญช้างแทน ๓. เสียงที่มหาบพิตร ได้สดับลำดับที่ เป็นเสียงของแมลงภู่ตัวหนึ่งซึ่งอยู่ที่ช่อฟ้ามหาปราสาท แมลงภู่ตัวนั้นได้มุดเข้าไปกัดกินไม้ชั้นกระพี้จนหมดแล้ว ๓ นั้น ไม่อาจกัดกินแก่นไม้ได้ เมื่อไม่ได้อาหารแต่ก็ไม่อาจออกไปได้ จึงคร่ำครวญเป็นเสียงที่ Gn “ดูก่อนมหาบพิตร แมลงภู่นั้นเมื่อไม่เห็นทางที่จะ บินไปได้ จึงได้ร้องคร่ำครวญอยู่ ขอพระองค์จงให้คนนำ แมลงภู่นั้นออกจากช่อฟ้าเถิด พระราชาจึงรับสั่งให้บุรุษคนหนึ่ง นำแมลงภู่ออก ๔ ๔. เสียงที่มหาบพิตรได้สดับลำดับที่ 4 นั้น เป็น เสียงของนกดุเหว่า ที่พระองค์ทรงเลี้ยงไว้ นกนั้นคิดถึงป่า ที่ตนเคยอาศัยอยู่ คิดว่าเมื่อไรหนอเราจะพ้นจากกรงนี้ไปสู่ ป่าที่น่ารื่นรมย์ จึงได้ร้องขึ้นเป็นเสียงที่ ๔ “ดูก่อนมหาบพิตร นกดุเหว่านั้นดิ้นรน ขอ พระองค์จงปล่อยนกนั้นเถิด” พระราชาจึงรับสั่งให้ปล่อยนกดุเหว่าจากกรงไป ๕. พระดาบสทูลถามพระราชาว่า “ก็ในพระราชวัง ของพระองค์ มีเนื้อที่เลี้ยงไว้ตัวหนึ่งไม่ใช่หรือ” พระราชาตรัส “มีขอรับ” “ดูก่อนมหาบพิตร เนื้อนั้นเป็นจ่าฝูง คิดถึงนาง เนื้อของตน และคิดถึงบริวารว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสนำหน้า ฝูงเนื้อพาไปดื่มน้ำที่ดีเลิศที่ยังไม่เคยดื่มมาก่อน จึงได้ร้อง ขึ้นเป็นเสียงที่ ๕ ดูก่อนมหาบพิตร ขอพระองค์ทรงปล่อยเนื้อนั้นเถิด” พระราชาจึงรับสั่งให้ปล่อยเนื้อนั้นไป 5. พระดาบสทูลถามพระราชาว่า “ก็ในพระราชวัง เลี้ยงลิงไว้ตัวหนึ่งไม่ใช่หรือ” พระราชาตรัส ของพระองค์ เลี้ยงลิงไว้ตัวหนึ่ง “มีขอรับ” “ดูก่อนมหาบพิตร ลิงนั้นกำหนัดอยู่ด้วยกามกับฝูง นางลิงป่า ถูกนายพรานชื่อภารตะ นำมาที่นี่ บัดนี้ดิ้นรน อยากกลับไปที่เดิม จึงร้องขึ้นเป็นเสียงที่ 5 ดูก่อนมหาบพิตร ขอพระองค์ทรงปล่อยลิงนั้นเถิด” พระราชาจึงรับสั่งให้ปล่อยลิงนั้นไป ๗. พระดาบสทูลถามพระราชาว่า “ก็ในพระราชวัง ของพระองค์ เลี้ยงกินนรไว้มิใช่หรือ” พระราชาตรัส “มีขอรับ” (กินนร เป็นอมนุษย์ชนิดหนึ่ง ท่อนบนเป็นคน ท่อนล่างเป็นนก หากเป็นตัวเมียเรียก กินรี) “ดูก่อนมหาบพิตร กินนรนั้น คิดถึงคุณที่นางกินรี จากช่อฟ้า กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๔๓ | ๔๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More