ธรรมกายและการตรัสรู้ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 3 หน้า 91
หน้าที่ 91 / 132

สรุปเนื้อหา

เจ้าองค์ที่แท้จริง คือ ธรรมกาย ในความตอนนี้มีข้อที่น่า วินิจฉัย ๒ ประการ คือ ประการแรก ท่านมุ่งหมายเอา สภาพที่เนื่องเป็นอัน เดียวกันแยกกันไม่ได้ แต่จะว่าเป็นสิ่งเดียวกันเลยทีเดียวก็ ไม่ได้ โดยมีอธิบายว่า เพราะอาศัยธรรมกาย พระสิทธัตถะ โพธิสัตว์จึงตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ และ เพราะอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมทั้งปวงจึงถูกบัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย ให้สรรพสัตว์ตรัสรู้ตามได้ โดยนัยนี้ก็จะ ได้ความว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้น ชื่อว่า เห็นธรรมกาย ผู้ใด เห็นธรรมกาย ผู้นั้น ชื่อว่าเห็นธรรม ซึ่งก็หมายความว่า เห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ได้ชื่อว่า เห็นทั้งสองอย่าง เพราะ โดยเนื้อแท้แล้ว เป็นสภาพที่เนื่องถึงกัน ประการที่ ๒ ท่านมุ่งหมายเอาสภาพอย่างเดียวกัน แต่มีชื่อเรียกต่างกัน เหมือนของอย่างเดียวกัน

หัวข้อประเด็น

- ธรรมกายและการตรัสรู้

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เจ้าองค์ที่แท้จริง คือ ธรรมกาย ในความตอนนี้มีข้อที่น่า วินิจฉัย ๒ ประการ คือ ประการแรก ท่านมุ่งหมายเอา สภาพที่เนื่องเป็นอัน เดียวกันแยกกันไม่ได้ แต่จะว่าเป็นสิ่งเดียวกันเลยทีเดียวก็ ไม่ได้ โดยมีอธิบายว่า เพราะอาศัยธรรมกาย พระสิทธัตถะ โพธิสัตว์จึงตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ และ เพราะอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมทั้งปวงจึงถูกบัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย ให้สรรพสัตว์ตรัสรู้ตามได้ โดยนัยนี้ก็จะ ได้ความว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้น ชื่อว่า เห็นธรรมกาย ผู้ใด เห็นธรรมกาย ผู้นั้น ชื่อว่าเห็นธรรม ซึ่งก็หมายความว่า เห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ได้ชื่อว่า เห็นทั้งสองอย่าง เพราะ โดยเนื้อแท้แล้ว เป็นสภาพที่เนื่องถึงกัน ประการที่ ๒ ท่านมุ่งหมายเอาสภาพอย่างเดียวกัน แต่มีชื่อเรียกต่างกัน เหมือนของอย่างเดียวกันแต่มีชื่อเรียก ได้ ๒ ชื่อฉันนั้น โดยนัยนี้จะได้ความว่า ผู้ใดเห็นธรรมกาย ผู้นั้นชื่อว่าเห็นตถาคต (ธรรมกาย) ผู้ใดเห็นตถาคต ผู้นั้นชื่อ ว่า เห็นธรรมกาย เพราะคำว่า “ธรรมกาย” เป็นพระนาม หนึ่งของพระตถาคต ดังนี้ก็ถูก อีกนัยหนึ่ง ผู้ใดเห็นธรรมดังที่ตถาคตเห็น ผู้นั้นชื่อว่า เห็นตถาคต (ธรรมกาย) ดังที่พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากนี้ ได้กล่าวสอนไว้ให้ปฏิบัติตามมัชฌิมา ปฏิปทาคือดำเนินจิตไปตามอริยมรรคมีองค์ ๘ ในกลางกาย ให้เป็นมรรคสมังคี ดำเนินไปเป็นอันเดียวกันไม่แตกแยก ก็ จะเข้าถึงกายในกายจนถึงธรรมกาย เมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้ว ธมฺมจกฺขุ อุทปาทิ ดวงตาเห็นธรรมก็จะเกิด ญาณ์ อุทปาทิ ญาณก็จะเกิด ปญฺญา อุทปาทิ ความรู้ก็จะเกิด ดังที่ตรัสไว้ ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเป็นต้น อาศัยดวงตาเห็นธรรม และญาณคือความรู้ของธรรมกาย ก็จะเห็นธรรมคืออริยสัจจ์ ๔ อันเป็นเหตุให้บรรลุมรรคผลนิพพาน อย่างที่พระตถาคต เจ้าทรงรู้ทรงเห็นมาก่อนนั่นเอง โดยความหมายนี้จึงควร กล่าวว่า ผู้ใดเห็นธรรม (ดังที่พระตถาคตเห็น) ผู้นั้น ชื่อว่า เห็น(เรา)ธรรมกาย ผู้ใดเห็น (เรา) ธรรมกาย ผู้นั้น ชื่อว่า เห็นธรรม (ดังที่ตถาคตเห็น ดังนี้ก็ถูก เพราะเหตุนั้น พระ อรรถกถาจารย์จึงยกพุทธพจน์ขึ้นกล่าวว่า “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต)เพราะธรรมกายแล คือตถาคต” ดังนี้ เป็นต้น กุกกุฏิยา ฯเปฯ ดิวิธานุปัสสนากรณนฺติ ฯ สันตาเนติ วุตตตตา อณฑสทิสตา สันดานสส์ พหนิกชนตกุกกุฏจฉาปกติทิสตา พุทธ คุณาน ๆ พุทธคุณาติ จ อตฺถโต พุทโธเยว ตถาคตสฺส โช เอต วาสิฏฐ์ อธิวจน ธมฺมกาโย อิติปิติ วจนโต ๆ อวิชช (ม. ป. ๖ ส. ป. ๑๕๐-๑๕๒] และในฎีกาท่านแสดง “พระธรรมกาย” อันเป็น พระนามของพระตถาคตดังต่อไปนี้ @. ฎีกาสารัตถทีปนี ภาค ๑ ฉบับมหามกุฏฯ ข้อ ๒๘๖ หน้า ๕๔๗ ว่า “สนตาเนติ วุตตตตา อณฑสทิสตา สนฺตานสุส พรินิกขนฺตกุกกุฏจฉาปกสทิสตา พุทธคุณาน, พุทธคุณาติ จ อตฺถโต พุทโธเยว “ตถาคตสฺส โข เอต วาสิฏฐ อธิ วจน ธมฺมกาโย อิติปิติ วจนโต ฯ (ในพระไตรปิฎก เป็น ตถาคตสฺส เหตุ วาเสฏฐา ฯ) แปลว่า : ความที่การสืบต่อเป็นเหมือนไข่ไก่ เพราะท่าน กล่าวว่า สนฺตาเน ดังนี้ ความที่พระพุทธคุณทั้งหลาย เป็น เหมือนลูกไก่ตัวออกไปภายนอกได้ อนึ่ง คำว่า พุทธคุณ โดยเนื้อแท้ ได้แก่ พระพุทธเจ้านั่นเอง เพราะพระดำรัสว่า ดูก่อนวาเสฏฐ คำว่า ธรรมกาย นี้ เป็นชื่อข นชื่อของตถาคตแล 9 ขยายความ : จุดเริ่มต้นของพุทธคุณคือความเป็นพระ สัมพุทธะหรือธรรมกาย เริ่มที่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็น พระโพธิสัตว์ทรงอาศัยธรรมกายทำอนุปัสสนา ๓ อย่าง คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ในจิตสันดานของพระองค์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการออกจากฟองไข่ คือ อวิชชา กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๔๓ | ๔๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More