การเตรียมตัวสู่โลกกว้าง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 3 หน้า 21
หน้าที่ 21 / 132

สรุปเนื้อหา

"...ปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วซินะ อีกไม่นานก็จะจบการศึกษา จะต้องออกไปสู่โลกกว้างแล้วหรือ แต่เรายังไม่พร้อมเลย ชีวิตในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ จะต้องเจอกับอะไรบ้าง แล้วเราจะ เอาหลักอะไรในการดำเนินชีวิต เราจะทำยังไงดี...? ผมคิดคำนึงอยู่คนเดียว ซึ่งในขณะนั้นผมกำลังศึกษาอยู่ ชั้นปีที่ ๔ กำลังใกล้จะจบเต็มที่ ถ้ามองในสายตาของคนทั่วไปแล้ว เมื่อเรียนจบแล้วจะได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตซึ่งสังคมจะให้การยอมรับ ว่าเป็นผู้ที่พร้อมจะทำงานในสาขาอาชีพที่ได้เรียนมา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและสังคม แต่ในใจของผมกลับรู้สึกวิตกกังวลมาก เพราะการที่เราจบการศึกษา นั่นหมายถึง เราจะ ต้องเป็นผู้ใหญ่ จะต้องกำหนดทางเดินชีวิตให้กับตัวเองแล้ว ความรู้สึกสบสนเข้ามาในใจ เพราะเคย คุ้นอยู่กับระบบที่ผู้ใหญ่และสังคมวางไว้ให้ตั้ง

หัวข้อประเด็น

- การเตรียมตัวสู่โลกกว้าง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

"...ปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วซินะ อีกไม่นานก็จะจบการศึกษา จะต้องออกไปสู่โลกกว้างแล้วหรือ แต่เรายังไม่พร้อมเลย ชีวิตในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ จะต้องเจอกับอะไรบ้าง แล้วเราจะ เอาหลักอะไรในการดำเนินชีวิต เราจะทำยังไงดี...? ผมคิดคำนึงอยู่คนเดียว ซึ่งในขณะนั้นผมกำลังศึกษาอยู่ ชั้นปีที่ ๔ กำลังใกล้จะจบเต็มที่ ถ้ามองในสายตาของคนทั่วไปแล้ว เมื่อเรียนจบแล้วจะได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตซึ่งสังคมจะให้การยอมรับ ว่าเป็นผู้ที่พร้อมจะทำงานในสาขาอาชีพที่ได้เรียนมา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและสังคม แต่ในใจของผมกลับรู้สึกวิตกกังวลมาก เพราะการที่เราจบการศึกษา นั่นหมายถึง เราจะ ต้องเป็นผู้ใหญ่ จะต้องกำหนดทางเดินชีวิตให้กับตัวเองแล้ว ความรู้สึกสบสนเข้ามาในใจ เพราะเคย คุ้นอยู่กับระบบที่ผู้ใหญ่และสังคมวางไว้ให้ตั้งแต่เด็กจนโตจบมหาวิทยาลัย คำถามมากมายผุดขึ้นมา ในสมองของผม "พร้อมหรือยังที่จะออกไปสู่โลกกว้าง...? ชีวิตจะไปทางไหนจึงจะถูกต้องและไม่ผิดพลาด....? หลักในการดำเนินชีวิตมีแล้วหรือยัง...? เราจะวางตัวในสังคมอย่างไรดี..? แล้วถ้าพบอุปสรรคจะแก้ไขยังไง...? ผมแสวงหาคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้ การแสวงหาของผมได้มาจากประสบการณ์ที่ผ่าน มาบ้าง จากบุคคลต่างๆ ที่อยู่รอบตัวบ้าง จากตำรับตำราบ้าง ซึ่งสามารถให้คำตอบได้อย่างเลาๆ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ผมมั่นใจอะไรได้เลย “เอ...หรือว่าเราจะต้องทำตามแบบที่เขาทำๆ ตามกันมาหรือนี่” ผมเริ่มหมดหวังและคิดว่าคงจะต้องดำเนินชีวิตตามอย่างที่เขาทำๆ กันมา ซึ่งผมพิจารณา ดูแล้ว ไม่เห็นมีอะไรใหม่ มันซ้ำๆ ซากๆ วนเวียนกันไป มีสุข มีทุกข์ คละเคล้ากันไป ตอนเช้าออก ไปทำงาน ตอนเย็นสังสรรค์กับเพื่อนฝูง กลับบ้านอยู่กับครอบครัว ซ้ำๆ ซากๆ และก็ต้องใช้ชีวิต อย่างนี้ตั้งแต่วัยหนุ่มจนวัยชรา จนกระทั่งตายหรือ “ชีวิตมันแค่นี้เองหรือ....?” ผมถามตัวเอง “ไม่ใช่อย่างนั้น ! ชีวิตมันต้องมีสาระมากกว่านี้” ผมบอกตัวเองท่ามกลางความหมดหวังที่ คืบคลานเข้ามา จะเป็นด้วยบุญกุศลที่เคยทำมาข้ามภพข้ามชาติ หรือจากสิ่งใดก็ไม่อาจรู้ได้ มีคำถามผุดขึ้น มาในสมองของผม ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือจุดเริ่มต้นของคำตอบที่ผมต้องการ “เอ... พระพุทธศาสนาคืออะไรกันแน่ ? มีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร ? เราจึงได้นับถือสืบ ต่อกันมา" ผมคิดในใจว่าจะต้องเริ่มศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังแล้ว และผมก็มีความมั่นใจลึกๆ ว่าพระพุทธศาสนานี้แหละจะเป็นคำตอบสำหรับทุกคำถามที่ค้างคาใจของผมได้ กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๕๓ | ๑๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More