ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทายาททุกคนช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดบริเวณวัด ช่วยเก็บคนละไม้คนละมือพร้อมใจกันดีมาก
ใครเห็นก็ต้องชม สิ่งที่รกหูรกตาเก็บกวาดเรียบร้อยหมด มีคำสั่งเดินไม่ต้องประสานมือ รู้สึกจะขัดๆ
เดินมือประสานกันดีแล้วดูเรียบร้อยดี มายกเลิกแล้วดูไม่ค่อยสำรวม การตระเตรียมงานดูยุ่งยากมาก
ใช้เครื่องเสียงและทีวีสี ประมาณ ๒๗ เครื่อง กล่องใหม่เอี่ยม มีการถ่ายทอด ที.วี. วงจรปิดด้วย
เป็นงานระดับชาติจริงๆ คนเตรียมงานคงมิใช่น้อย ผมไม่เคยมีโอกาสได้ทำงานแบบนี้มาก่อนเลย
และก็ไม่ได้เข้าโบสถ์วัดเบญจฯ มานานแล้ว สวยมากจริงๆ ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
น้ำตาแห่งความปีติและความหวังของแม่
วันนี้เป็นวันที่เหล่าธรรมทายาททุกคนต่างรอคอยกัน หลังจากที่อดทนกันมาอย่างชนิดที่
เรียกว่าเต็มทน เป็นเวลา ๑ เดือนเต็มๆ ความยากลำบากต่างๆ ในการฝึกที่ผ่านมานั้นเป็นเช่นไร
ผมไม่ขอกล่าวถึง เพราะทุกคนต่างก็คงทราบดีอยู่แล้ว ถ้าหากว่าอยู่อบรมกันมาจนถึงวันนี้
แปลกมากทุกคนตื่นก่อนตีระฆังเสียอีก คงเป็นเพราะตื่นเต้นที่จะได้บวช พวกเราออกเดินทาง
ราวๆ ที่ ๕ ไปยังวัดเบญจมบพิตร หลังจากรับอาหารเช้าบนศาลาธรรมชินราชแล้ว นาคธรรมลงไป
เวียนประทักษิณรอบพระอุโบสถ
“อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ......” เสียงสวดมนต์ช่างศักดิ์สิทธิ์จริงๆ พวกเรา
ทุกคนเดินด้วยความสำรวม ดูทุกคนตั้งใจมาก
ญาติโยมเริ่มทยอยกันมาเยอะแล้ว ที่มาก่อนธรรมทายาทจะถึงวัดก็มี หลังจากเวียน
ประทักษิณแล้วก็เริ่มรับผ้าไตรเป็นชุดๆ ไป ผมได้รับผ้าไตรตอน 6 โมงเช้ากว่าๆ ตอนที่เดินเข้าไป
ในวิหารคตรู้สึกตื่นเต้นมาก ใจอยากจะเงยหน้าดูแม่แต่ก็กลัวพิธีจะเสีย เมื่อสัญญาณเริ่มพิธีรับผ้าไตร
ดังขึ้น ผมคุกเข่าและกราบแม่
“สัมมา อะระหัง สัมมา อะระหัง” ผมท่องอยู่ในใจเพื่อระงับความตื่นเต้น
แต่ผมไม่อาจข่มความปีติไว้ได้ น้ำตาของลูกผู้ชายอาบแก้มทั้งสองข้างของผม ถ้าจำไม่ผิด รู้สึก
จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้กราบแม่อย่างจริงใจและตั้งใจที่สุด ความรู้สึกเหมือนกับแม่เป็น
พระพุทธรูปนั่งอยู่ที่นั่น และเมื่อรับผ้าไตรจากมือของแม่ ผมรู้สึกว่าความรัก ความหวังของแม่ที่มีต่อ
ตัวผมได้ถูกถ่ายทอดมากับผ้าไตรชุดนี้ ผมเดินกอดผ้าไตรซะแน่นเลย พยายามบังคับตัวเองให้อยู่ใน
อาการปกติ เพื่อนที่อยู่ข้างๆ คงมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน ผมเห็นเขาหลั่งน้ำตาแห่งความปลื้มปีติออก
มาเหมือนกัน
๓
หลังจากรับผ้าไตรแล้ว ผมก็กลับไปนั่งรอยังที่ที่จะบวชเณรตามลำดับอาวุโส ผมได้บวชตอนบ่าย
โมงกว่าๆ หลังจากนั้นก็เป็นรายการ “วันพบญาติ” ผมได้พบกับแม่ พี่ชาย น้องชายและเพื่อนอีก
คน ทุกคนดีใจที่ผมบวช โดยเฉพาะแม่ มีช่วงหนึ่งแม่ได้นำเอาน้ำมาถวายและกราบผม ผมรู้สึกเขิน
มากและรู้สึกกลัวขึ้นมาว่าจะทำดีไม่พอเพียงให้กับการกราบไหว้ของแม่ ไม่เฉพาะแม่เท่านั้น แม้
ประชาชนที่มางานบวชครั้งนี้ เมื่อเห็นเณรเดินผ่านก็ยกมือไหว้ด้วยความศรัทธา นี่คงเป็นข้อ
๓๐ | สยาณมิตร มีนาคม ๒๕๔๓