ความสุขและความหวัง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 3 หน้า 50
หน้าที่ 50 / 132

สรุปเนื้อหา

และประเทศด้อยพัฒนายังมีหนี้สินท่วมท้น บางประเทศมีหนี้สินมากมาย จนขายทุกอย่างในประเทศแล้ว ก็ยังไม่พอจะปลดแอกหนี้สินได้ ทำให้ หลายคนแทบมองไม่ออกว่าวัฒนธรรมเพื่อสันติภาพจะเริ่มต้นขึ้นมาได้ อย่างไรในภาวะที่ไม่เท่าเทียมกันเช่นนี้ แต่ความจริง วัฒนธรรมเพื่อสันติภาพคือสิ่งที่เริ่มต้นจากจิตใจ ของแต่ละคน มีหลายครั้งที่มนุษย์ได้เคยเผชิญหน้ากับความตาย ความ ทุกข์ยากสาหัส เช่น ภัยสงคราม ภัย ธรรมชาติ แต่ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะเช่นนั้น ก็สามารถต่อสู้ฟันฝ่าออกมาได้ เพราะ สร้างกำลังใจขึ้นมาหล่อเลี้ยงความหวัง ของตัวเอง และยังมีจิตใจที่เป็นสุข ยัง ยิ้มออก ยังหัวเราะได้ และยังมีหวัง แม้ จะตกอยู่ในภาวะความเป็นตาย มิใช่หรือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ความสุขของคนเราอยู่ที่ใจ เพราะใจเป็น ใหญ่ในทุก ๆ เรื่องของมนุษย์ ความ

หัวข้อประเด็น

- ความสุขและความหวัง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

และประเทศด้อยพัฒนายังมีหนี้สินท่วมท้น บางประเทศมีหนี้สินมากมาย จนขายทุกอย่างในประเทศแล้ว ก็ยังไม่พอจะปลดแอกหนี้สินได้ ทำให้ หลายคนแทบมองไม่ออกว่าวัฒนธรรมเพื่อสันติภาพจะเริ่มต้นขึ้นมาได้ อย่างไรในภาวะที่ไม่เท่าเทียมกันเช่นนี้ แต่ความจริง วัฒนธรรมเพื่อสันติภาพคือสิ่งที่เริ่มต้นจากจิตใจ ของแต่ละคน มีหลายครั้งที่มนุษย์ได้เคยเผชิญหน้ากับความตาย ความ ทุกข์ยากสาหัส เช่น ภัยสงคราม ภัย ธรรมชาติ แต่ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะเช่นนั้น ก็สามารถต่อสู้ฟันฝ่าออกมาได้ เพราะ สร้างกำลังใจขึ้นมาหล่อเลี้ยงความหวัง ของตัวเอง และยังมีจิตใจที่เป็นสุข ยัง ยิ้มออก ยังหัวเราะได้ และยังมีหวัง แม้ จะตกอยู่ในภาวะความเป็นตาย มิใช่หรือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ความสุขของคนเราอยู่ที่ใจ เพราะใจเป็น ใหญ่ในทุก ๆ เรื่องของมนุษย์ ความ พร้อมพรั่งในสมบัติพัสถานที่สามารถ บันดาลความสะดวกสบายได้ทุกอย่าง อาจช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลย ถ้าใจเป็น ทุกข์ ตรงข้ามแม้จะยากไร้เพียงใด แต่ก็ ศักดิ์ศรีความเป็นคนมากพอที่จะไม่ไป ฉ้อโกงของใครมากิน ย่อมสามารถ บันดาลความสุขใจมาให้ ทั้งที่ชีวิตแต่ละ วันอาจจะไม่พอมีพอกินเลยก็ตาม ความสุขใจของมนุษย์จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ความมั่งมี แต่ความสุขอยู่ที่ความรู้จัก พอในจิตใจ มือหนึ่งสู่มือหนึ่งจนทั่วโลก เราอาจต้อง เหนื่อยยาก ต้องลำบากในการลงทุน แต่ก็ คุ้มค่าถ้าหยาดเหงื่อของเรา จะให้ผลออก มาเป็นความสงบสุขอย่างแท้จริงของโลก วันหนึ่งในอนาคต เมื่อดอกไม้ สันติภาพบานสะพรั่งไปทั่วทุกมุมโลก เมื่อนั้นพายุฝนแห่งราคะ โทสะ โมหะ ใน เราอาจรู้สึกว่า การ ใจผู้คนจะสงบลง ภาพที่งดงามก็จะเกิดขึ้น สร้างวัฒนธรรมเพื่อ สันติภาพเป็นดั่งการ ป ลู ก ด อ ก ไ ม้ ท่ามกลางพายุฝน ซึ่งผลที่ได้รับมีแต่ ความแหลกลาญ สูญเปล่า แต่ถ้าเรา คิดจะปลูกให้ได้ เรา ย่อมหาหนทางที่จะ ประคับประคอง ดอกไม้วัฒนธรรมนี้ ให้เบ่งบานความงาม ออกมาได้ การสร้างวัฒนธรรมเพื่อสันติภาพก็เช่นกัน ถ้าหากเรารอความ พร้อม สันติภาพคงไม่เกิดขึ้น เราอาจรู้สึกว่า การสร้างวัฒนธรรมเพื่อสันติภาพเป็นดั่งการ ปลูกดอกไม้ท่ามกลางพายุฝน ซึ่งผลที่ได้รับมีแต่ความแหลกลาญสูญเปล่า แต่ถ้าเราคิดจะปลูกให้ได้ เราย่อมหาหนทางที่จะประคับประคองดอกไม้ วัฒนธรรมนี้ให้เบ่งบานความงามออกมาได้ แล้วเมื่อนั้น ทุกคนจะต้องหยุดดู หันมาสนใจดอกไม้งามที่เบ่งบานได้ท่ามกลางความคะนองของพายุฝน และมีความคิดที่จะเริ่มลงมือเพาะปลูกขึ้นที่บ้านของตัวเองบ้าง และวันนั้น เมล็ดพันธุ์แห่งวัฒนธรรมเพื่อสันติภาพก็จะเริ่มแพร่กระจายออกไปจาก ประการสำคัญ พระสัมมาสัม พุทธเจ้าทรงชี้ให้เราเห็นแล้วว่า สันติสุข ภายนอกเริ่มต้นจากสันติสุขภายใน ฟ้าหลังฝนยังคงความงดงามอยู่ เสมอ ในเวลาที่พายุฝนสงบลง สิ่งที่ ปรากฏให้เห็นเบื้องหน้า คือ ผืนฟ้าที่สงบนิ่ง แดดอ่อนๆ สะอาดตา ส่องผ่านหมู่เมฆที่ สลายตัวอย่างละมุนละไมสู่พื้นโลกอย่าง แผ่วเบา เราสามารถมองเห็นความสดใส กลับคืนสู่โลกอย่างช้าๆ เมล็ดดอกไม้น้อยๆ กำลังดันยอดอ่อนที่ฉ่าน้ำขึ้นสู่ผิวดิน ภาพ ของฟ้าหลังฝนยังคงให้ความงดงามใน หัวใจเสมอ ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน ตราบ ใดที่ไม่กลัวอับจนหนทาง ก็ยังมีแรงใจที่จะ ใฝ่ฝันถึงอุดมการณ์อันเจิดจ้า ความหวาด กลัวนั้นดูเหมือนสิ้นไปจากใจมุ่งหน้าออก ก้าวเดินต่อไปให้สุดจุดหมายปลายทางด้วย ความกล้าหาญ วัฒนธรรมเพื่อสันติภาพจึง เป็นความฝันที่เราจะ จะจับต้องด้วยความจริง ๔๘ | กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๕๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More