การปลงผมและการเตรียมตัวบวช วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 3 หน้า 24
หน้าที่ 24 / 132

สรุปเนื้อหา

หลังจากผ่านการฝึกภาคสนามแล้ว ก็เดินทางเข้าวัด ก็มีสิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อพี่เลี้ยงประกาศให้ทุกคนเตรียมตัวปลงผม “หา !... จะโกนผมกันวันนี้เลยหรือ” ผมอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจและชักไม่พอใจ เล็กน้อย แต่ก็คิดในใจว่าคนอื่นเขาก็โกนกันหมดทำไมเราจะโกนไม่ได้ ในเมื่อเราตั้งใจจะมาบวชแล้ว นี่จะกลัวอะไร คิดได้อย่างนี้จึงตัดสินใจโกนก็โกน “คงเป็นกุศโลบายของพี่เลี้ยงเพื่อที่จะให้พวกเรา ตัดใจเลิกคิดที่จะกลับบ้านเป็นแน่” ผมลองนึกหาเหตุผลตอบตัวเอง เมื่อโกนผมเสร็จ ผมเกิดความรู้สึกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คือ รู้สึกโล่ง โปร่ง เบาสบาย เป็นความรู้สึกที่ดีมาก คือ มันไร้กังวลไม่ต้องห่วงเรื่องทรงผมอีกต่อไป ผมเปลี่ยนชุดเป็นชุดธรรม ทายาทสีขาวสะอาด มีความรู้สึกว่าตัวเองบริสุทธ์ขึ้นทั้งที่ยังไม่ทำอะไรเลย “เอ

หัวข้อประเด็น

- การปลงผมและการเตรียมตัวบวช

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หลังจากผ่านการฝึกภาคสนามแล้ว ก็เดินทางเข้าวัด ก็มีสิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อพี่เลี้ยงประกาศให้ทุกคนเตรียมตัวปลงผม “หา !... จะโกนผมกันวันนี้เลยหรือ” ผมอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจและชักไม่พอใจ เล็กน้อย แต่ก็คิดในใจว่าคนอื่นเขาก็โกนกันหมดทำไมเราจะโกนไม่ได้ ในเมื่อเราตั้งใจจะมาบวชแล้ว นี่จะกลัวอะไร คิดได้อย่างนี้จึงตัดสินใจโกนก็โกน “คงเป็นกุศโลบายของพี่เลี้ยงเพื่อที่จะให้พวกเรา ตัดใจเลิกคิดที่จะกลับบ้านเป็นแน่” ผมลองนึกหาเหตุผลตอบตัวเอง เมื่อโกนผมเสร็จ ผมเกิดความรู้สึกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คือ รู้สึกโล่ง โปร่ง เบาสบาย เป็นความรู้สึกที่ดีมาก คือ มันไร้กังวลไม่ต้องห่วงเรื่องทรงผมอีกต่อไป ผมเปลี่ยนชุดเป็นชุดธรรม ทายาทสีขาวสะอาด มีความรู้สึกว่าตัวเองบริสุทธ์ขึ้นทั้งที่ยังไม่ทำอะไรเลย “เอาหละ...ผมพร้อมแล้วที่ จะรับการอบรมทุกรูปแบบ" ทน... จนกว่าจะสมหวัง วันที่สองผมรู้สึกว่าสภาพร่างกายยังไม่ค่อยพร้อมที่จะปฏิบัติธรรมเท่าที่ควร เพราะปวดเมื่อย อ่อนเพลียจากการฝึกภาคสนาม แต่มีความตั้งใจแน่แน่วที่จะอยู่ปฏิบัติธรรมตลอดระยะเวลาที่กำหนด จะไม่ยอมกลับก่อนเด็ดขาด เป็นหรือตายก็จะขออยู่ถ้าพี่เลี้ยงไม่ไล่ออกเสียก่อน แต่สภาพอากาศใน ตอนกลางวันของข้างนอกวัดร้อนพอสมควรและอบอ้าวด้วย เพราะหลังคาศาลาเป็นผ้าใบ อากาศ ยามใกล้รุ่งช่วง ๐๓.๔๕ น. นั้นค่อนข้างหนาว รู้สึกว่าไม่ค่อยดีเท่าไรนัก การนั่งสมาธิของผมในช่วง ๓ - ๔ วัน ที่ผ่านมา ยังไม่ได้ผลอะไร จิตใจยังฟุ้งซ่านและความปวดเมื่อยเป็นอุปสรรคตัวสำคัญ และแล้วอาการปวดเมื่อยก็เริ่มเล่นงานผมอย่างหนักจนมีความรู้สึกเหมือนกระดูกจะแตกให้ได้ ตอนนี้เองที่ใจเริ่มตก ท้อถอยคิดถึงบ้านมากขึ้น แต่ด้วยใจคนเรามี ๒ ใจ คือ.... ใจแห่งความดี และ อีกใจซึ่งคอยแต่จะรั้งให้เราหมดกำลังใจหมดความศรัทธา พยายามจะให้เราคิดแต่สิ่งที่ไม่ดี “ถ้าคน เราสามารถเอาชนะจิตใจตัวเองได้ ก็สามารถเอาชนะจิตใจผู้อื่นได้เช่นกัน” คำสอนของหลวงพ่อผุด ขึ้นมาทันที ไปให้ได้ ด้วยประโยคนี้เองที่ช่วยพลิกจิตใจที่ท้อแท้ของผมให้ขึ้นมาสู้ และคิดที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่อ อยากเป็นขุนพลต้องทนได้ คืนที่ ๔ ผ่านไป ไม่ค่อยสบายนัก ยุงอยู่ในกลดกัดทั้งคืนเลย บวกกับเสียงกรนของคนในกลด ข้างเคียงดังเป็นประจำทำให้ผมนอนกระสับกระส่ายทั้งคืน ตื่นมาตามเสียงระฆัง ตี 4 กว่า ด้วย อาการเพลีย ๆ อาบน้ำอาบท่าแล้วค่อยสดชื่นขึ้นหน่อย “เอาแหละ....พอสู้กัน” ผมฮึดสู้อีกครั้ง วันที่ ๕ จำนวนผู้มาอบรมเหลือ ๘๐๐ กว่าคน ถอนกลดกลับบ้านไปแล้วร้อยกว่าคน แต่ละ ๒๒ | ล าณมิตร มีนาคม ๒๕๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More