ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าทรงสอนให้เรา
เหยียบย่ำกันเอง โลกจึงมีชนชั้นเกิดขึ้น โจทย์ในการสร้างวัฒนธรรมเพื่อ
สันติภาพจึงมีอยู่ว่า ทำอย่างไรมนุษย์จึงจะหันมามองกันที่คุณธรรมความ
ดีของความเป็นมนุษย์ด้วยกัน
ทำอย่างไร มนุษย์จึงจะหยุดฆ่า หยุดโกงกิน หยุดการล่วงประเวณี
และมีความจริงใจต่อกัน
ทำอย่างไร มนุษย์จึงจะรักษา
ความยุติธรรมของตัวเองเอาไว้ได้
ทำอย่างไรจะให้ประชาชนของ
สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภาตุสูตร ว่า
“พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ
เชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
กรุงสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค
เจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย....แล้วได้ตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้กำหนดที่สุด
เบื้องต้นเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ฯลฯ ผู้ที่ไม่เคย
เป็นพี่ชายน้องชายโดยกาลนานนี้ มิใช่หา
โลกมีระเบียบวินัยในการใช้
เริ่มต้นมองสังคม
ได้ง่ายเลย”
ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด แต่
ในยุคที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง
ได้ประโยชน์สูง ไม่สิ้นเปลืองและไม่
โลกจากภายในตัว
สร้างวัฒนธรรมเพื่อสันติภาพนั้น ต้องทรง
ฟุ่มเฟือย
ของเราที่ยาววา
พบกับการต่อต้านคำสอนของพระองค์
หนา คืบ กว้างศอก
อย่างเอาเป็นเอาตายอยู่หลายครั้งทีเดียว
เนื่องจากการถือชนชั้นวรรณะของอินเดีย
สมัยโบราณมีทัศนคติที่เหยียดหยามรุนแรง
มาก เพราะฝังแน่นอยู่ในศรัทธาและคำ
คำตอบเหล่านี้มีอยู่ในวิธีการ
สร้างสังคมบริสุทธิ์ของพระสัมมา
สัมพุทธเจ้า (อ้างอิง: สุตตันตปิฎก
ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค สิงคาลกสูตร)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน
ให้เราเริ่มต้นมองสังคมโลกจากภายใน
ตัวของเราที่ยาววา หนา คืบ กว้างศอก
ซึ่งก็คือก่อนที่จะไปแก้ไขอะไรในโลก ให้
กลับมามองดูที่ตัวเองก่อนเป็นคนแรก
ว่าเรานี้คือตัวปัญหาของโลกคนหนึ่ง
หรือไม่ เพราะมนุษย์มักไม่ย้อนกลับมา
มองตัวเอง แต่เมื่อเรามองตามพระ
ซึ่งก็คือก่อนที่จะ
ไปแก้ไขอะไรในโลก
ให้กลับมามองดูที่
ตัวเองก่อนเป็นคน
แรก ว่าเรานี้คือตัว
ปัญหาของโลกคน
หนึ่งหรือไม่
พุทธองค์ทรงชี้ให้แก้ไขที่ตัวเอง เราจะพบว่าไม่ว่ามนุษยชาติจะพยายาม
แบ่งสิ่งต่างๆ ภายนอกให้ดูแตกต่างกันเพียงไร แต่ความเป็นจริงแล้ว เรา
กลับไม่แตกต่างกันเลย เราต้องการความสุขเหมือนๆ กัน
การมองโลกตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ เราล้วนจะไม่พบอะไร
ที่ทำให้เกิดความแตกต่างแปลกแยกในเรื่องชนชั้นวรรณะเลย ตรงข้าม
แนวทางของพระองค์กลับทรงละลายความรู้สึกดูถูกเหยียดหยามไปจน
หมดสิ้น และทำให้อิสระเสรีภาพแห่งสันติสุขของชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง
เพราะพระพุทธองค์ไม่ได้ทรงสอนให้มองมนุษย์แค่เพียงเปลือก
นอก แต่ทรงสอนให้มองลึกเข้าไปที่คุณธรรมในจิตใจของเขาเป็นหลักใหญ่
มนุษย์ทุกคนในสายตาของพระองค์นั้น จะเป็นคนดีได้ต้องเริ่มต้นที่ความ
เข้าใจถูกในความเป็นจริงของโลกและชีวิตเสียก่อนว่า คนเราทุกคนตาย
แล้วไม่สูญ และทุกคนในโลกนี้ล้วนเป็นพี่น้องกันทั้งนั้น ดังปรากฏใน
๔๖ กัลชาลเลน มีนาคม ๒๕๔๗
สอนทางศาสนาพราหมณ์มายาวนาน
วิธีการที่พระองค์ทรงเผยแผ่
วัฒนธรรมเพื่อสันติภาพนั้น พระองค์กลับ
ทรงทำเรื่องที่ดูยากเย็นแสนเข็ญนั้น ให้
เป็นเรื่องง่ายๆ โดยอัศจรรย์ เช่นครั้งหนึ่ง
เพื่อที่จะช่วยเหลือให้ประชาชนที่อยู่ใน
ชนชั้นศูทรหลุดพ้นจากความเข้าใจผิดใน
โลกและชีวิตที่ทุกข์ทรมาน เพราะอินเดีย
ยุคนั้น ประชาชนที่เกิดในวรรณะศูทรถูกจัด
ให้ต่ำต้อยที่สุดในสังคมอินเดียโบราณ ใคร
ก็ตามที่มาเกิดในวรรณะศูทรนี้ จะถูกจำกัด
บริเวณสถานที่ให้อยู่ได้ในเฉพาะชุมชนของ
ตัวเองเท่านั้น เพราะบรรดาวรรณะกษัตริย์
วรรณะพราหมณ์ มีความเชื่อว่า การได้
200