ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อได้บิณฑบาตพบความลำบากก็ดี จะได้เข้าใจชีวิตว่าต้องมีความทุกข์ ความลำบากรอ
อยู่ข้างหน้า อะไรดีก็ให้รีบปฏิบัติ รีบตักตวงขวนขวายทำ ฝึกฝนเอาไว้สู้กับมัน
ขณะที่ญาติโยมใส่บาตร ใจของญาติโยมจะเต็มเปี่ยมด้วยบุญ ผมต้องรีบเอาใจจรด
ศูนย์กลางกายนักดวงแก้ว บุญจะได้เกิดขึ้น ถ้าบุญน้อยจะกลายเป็นญาติโยมมาโปรด ไม่ใช่ไปโปรด
ญาติโยม นอกจากนี้ทำให้ได้ฝึกฝนตนเองในการทำสมาธิในท่าเดินได้ดีเยี่ยม การเดินในตอนเช้าได้
สูดอากาศบริสุทธิ์ชุ่มเย็น ทำให้เย็นกาย มีผลให้เย็นใจ ได้ออกกำลัง ร่างกายกระปรี้กระเปร่า นับว่า
มีประโยชน์อย่างยิ่ง
ใจเบิกบานวันบิณฑบาต
วันนี้ช่วงเช้า เป็นช่วงที่ผมออกบิณฑบาตในเส้นทางไปทางคลองสาม ครั้งแรกเดินบนถนน
ยังไม่เท่าไหร่ แต่พอเลี้ยวลงไปตามคลองชลประทานที่เป็นหินลูกรัง ความรู้สึกเจ็บเท้าก็เกิดขึ้นมาทันที
สิ่งที่ทำได้เวลานั้น คือเอาใจไปจรดไว้ที่ศูนย์กลางกาย ครั้งแรกก็ยังยากเพราะใจยังกังวลอยู่ที่เท้า
แต่พอนานเข้า ใจก็เริ่มสงบ ความเจ็บปวดเริ่มลดลง พอเดินไปได้สักพัก ความคิดสิ่งหนึ่งก็ผุดขึ้นมาว่า
การที่เราออกบิณฑบาตนี้ คงเหมือนเมื่อครั้งพุทธกาลเพราะเราเดินในเขตของชนบทจริงๆ สองฟาก
เป็นสีเขียวของต้นข้าว และมีสีเหลืองของผ้ากาสาวพัสตร์เดินตัดผ่านลองหลับตานึกดูว่าจะสวยงาม
สงบเพียงใด ใจก็พลันชุ่มชื่น ความสงบเริ่มก่อตัวมากขึ้น นึกอยู่เสมอว่า ครั้งนี้เรามาโปรดสัตว์ เรา
ต้องทำให้ดีที่สุด บ้านแรกที่ตักบาตรและเป็นเพื่อนบ้านเดียวในละแวกนั้น มีอยู่สามคนด้วยกัน มีพ่อ
และลูกอีกสอง เป็นเด็กตัวเล็ก พอเขาตักข้าวใส่บาตร ความเอ็นดูของผมก็เกิดตามขึ้นมา มัน
เป็นความเอ็นดูที่เจือไปด้วยความเยือกเย็นชุ่มชื่น คิดว่าครั้งนี้เราจะให้เขาเท่าที่ใจจะมีให้ พลันใจก็
ขยายกว้างออกไปจรดท้องทุ่งแถวนั้น ผมเดินมาเรื่อย เลาะเลี้ยวมาตามเส้นทาง พอมาถึงหมู่บ้าน
หมาเห่าเกรียวเลย ที่โบราณเขาว่าหมาเห่าไม่กัดนั้น เห็นจะจริง เพราะมันมีปากเดียวใช้เห่า แต่พอ
หยุดเห่ามันอาจจะใช้ปากนั้นกัดก็ได้ ผมจึงแผ่เมตตาให้มัน เมื่อเดินมาเกือบถึงวัด ก็มาเจอญาติโยม
ที่มาจากกรุงเทพฯ ต้องถ่ายบาตรตั้งหลายครั้ง ของที่เขาใส่ก็ล้วนแต่ประณีตทั้งนั้น ทำให้ต้องรีบ
สำรวจตัวว่า เราขณะนั้นบริสุทธิ์ด้วยศีล และสมบูรณ์ด้วยสมาธิดีหรือไม่ ใจก็ชุ่มชื่นขึ้น ผมแผ่ความ
ชุ่มชื่นนั้นออกไปให้แก่ญาติโยมที่มาตักบาตร แถวของพระเดินเข้ามาในวัด มาหยุดยืนที่ตรงเต็นท์
รับบริจาคที่ใช้ในงานบุญใหญ่ เอาใจจรดนิ่งไปที่ศูนย์กลางกาย ใจก็ขยายกว้างออกไปอย่างไม่มีขอบเขต
ยิ่งจรดกลางของกลางใจ ความสว่างก็ยิ่งขยายกว้างออกไปทุกที ขยายออกเหมือนคลื่นของน้ำ ที่
เราเอาก้อนหินโยนลงไปแล้วพลิ้วน้ำแผ่กว้างออกไปอย่างไรอย่างนั้น ใจของผมที่จรดเข้ากลางก็
ขยายแผ่กว้างออกไปเรื่อยๆ ไม่มีประมาณ มีความสุข ความสงบอย่างบอกไม่ถูก เป็นความร่มรื่น ชุ่มชื่น
เยือกเย็น คล้ายกับว่า ขณะนี้ใจเราปราศจากสิ่งที่ฉุดดึงให้อยู่ในขอบเขตที่จำกัด แต่แผ่กว้างออกไป
อย่างไม่มีประมาณ
กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๔๗๓๓