การปฏิเสธตัวเองในทางจิตวิทยา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 6 หน้า 44
หน้าที่ 44 / 124

สรุปเนื้อหา

ของใครในสิ่งซึ่งเราเห็นว่าไม่ควรทำตาม ไม่ยอมโอนอ่อนไปในคำชักจูงชวนเชื่อ ในเรื่องที่เราเห็นว่าไม่ควรโอนอ่อน ถ้า เราหัดตัวของเราเองให้ทำได้อย่างนี้ เรา จะรอดพ้นความลำบากเป็นอันมาก และ DGIC ยิ่งกว่านั้น เราจะเป็นที่เกรงขามของคน ทั้งหลาย เพราะแสดงให้เห็นว่า เราเป็น ตัวของเราเอง และเรามีความเข้มแข็งอยู่ ในตัว แต่ลักษณะดีที่สุด ที่ต้องการจะ กล่าวถึงในบทนี้ คือการปฏิเสธตัวเอง เราได้รับคำสอนมาตั้งแต่ในโรงเรียนว่า ในตัวมนุษย์นั้น มีธรรมชาติอยู่สองฝ่าย คือธรรมชาติฝ่ายสูง และธรรมชาติฝ่ายต่ำ คนที่รู้จักแ หักห้ามใจ ของตนเอง เป็นผู้มีอำนาจ สูงสุด ๔๒ กัลยาณมิตร ในทาง ธรรมชาติฝ่ายสูง ให้ความคิด ความรู้สึก อธิบายไว้เพียงเล็กน้อยพอสมควร แก่เราในทางที่ดีที่ชอบ แต่ธรรมชาติฝ่ายต่ำ คอยชักจูงเราไปในทางที่ผิด ที่ไม

หัวข้อประเด็น

- การปฏิเสธตัวเองในทางจิตวิทยา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ของใครในสิ่งซึ่งเราเห็นว่าไม่ควรทำตาม ไม่ยอมโอนอ่อนไปในคำชักจูงชวนเชื่อ ในเรื่องที่เราเห็นว่าไม่ควรโอนอ่อน ถ้า เราหัดตัวของเราเองให้ทำได้อย่างนี้ เรา จะรอดพ้นความลำบากเป็นอันมาก และ DGIC ยิ่งกว่านั้น เราจะเป็นที่เกรงขามของคน ทั้งหลาย เพราะแสดงให้เห็นว่า เราเป็น ตัวของเราเอง และเรามีความเข้มแข็งอยู่ ในตัว แต่ลักษณะดีที่สุด ที่ต้องการจะ กล่าวถึงในบทนี้ คือการปฏิเสธตัวเอง เราได้รับคำสอนมาตั้งแต่ในโรงเรียนว่า ในตัวมนุษย์นั้น มีธรรมชาติอยู่สองฝ่าย คือธรรมชาติฝ่ายสูง และธรรมชาติฝ่ายต่ำ คนที่รู้จักแ หักห้ามใจ ของตนเอง เป็นผู้มีอำนาจ สูงสุด ๔๒ กัลยาณมิตร ในทาง ธรรมชาติฝ่ายสูง ให้ความคิด ความรู้สึก อธิบายไว้เพียงเล็กน้อยพอสมควร แก่เราในทางที่ดีที่ชอบ แต่ธรรมชาติฝ่ายต่ำ คอยชักจูงเราไปในทางที่ผิด ที่ไม่ดี เรารู้ว่าไม่ดี แต่เราก็มักจะพ่ายแพ้ แก่ธรรมชาติฝ่ายต่ำ เพราะเหตุอย่างเดียว คือ เราไม่รู้จักปฏิเสธตัวเอง เรื่องปฏิเสธ ตัวเอง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Self-negation นี้ จึงมีความสำคัญมาก และอาจจะ แบ่งออกได้เป็น ๕ ประการดังนี้ คือ ๑.ปฏิเสธไม่ยอมทำความชั่ว ๑.การปฏิเสธไม่ยอมท่าความชั่ว อะไรเป็นความดี อะไรเป็นความ ชั่ว เรารู้กันอยู่แล้ว บิดา มารดา ผู้ปก ครอง ครูบาอาจารย์ และทางศาสนา ไม่ว่าในศาสนาใด ได้สอนเรามาตั้งแต่ เรารู้ความจนกระทั่งเติบโตขึ้น และเรา ได้รับคำสอนอยู่เรื่อยไป การที่เราทำ ความผิดความชั่ว ไม่ใช่เพราะเราไม่รู้ ๒. ปฏิเสธไม่ยอมทำตามความ แต่โดยมากเราทำไปทั้งรู้ ๆ รู้ว่าเป็น ต้องการของร่างกาย เครื่องล่อ ความผิดเป็นความชั่ว แล้วเราก็ยังทำ ๓.ปฏิเสธไม่ยอมฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย เพราะมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาชักจูงให้เราไม่ ๔.ปฏิเสธไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของ สามารถต้านทานได้ ที่เป็นเช่นนั้น ก็ ๕ ๕. ปฏิเสธไม่ยอมเดินออกนอกทาง ที่เป็นจุดหมายของตัว ทั้ง ประการนี้ อันที่จริงก็มี ลักษณะอย่างเดียวกัน คือเป็นเรื่องปฏิเสธ ไม่ยอมทำ สิ่งซึ่งความรู้สึกอันจริงใจ บอกอยู่ว่าไม่ควรทำ แต่ก็แยกออกเป็น ๕ ประการดังกล่าวข้างต้น ก็เพื่อเป็นทาง ให้อธิบายได้ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น ข้อที่ จะต้องอธิบายก็มีไม่มากนัก เพราะเป็น เพราะกำลังต้านทานคือ กำลังใจในตัว ของเรามีน้อยไป ถ้าเรายึดหลักไว้ในใจ ให้แม่นยำว่า เราจะต้องปฏิเสธตัวเราเอง ไม่ยอมทำในสิ่งซึ่งเรารู้ว่าเป็นความชั่วร้าย ในขั้นแรกเราจะต้องฝืนใจ แต่ลงท้ายก็ จะกลายเป็นความเคยชิน พระพุทธศาสนาสอนว่า การทำ สงครามชนะคนอื่นก็ได้ชื่อว่า เป็นผู้ชนะ อย่างธรรมดา แต่บุคคลที่จะเรียกได้ว่า เป็นผู้ชนะเลิศ ต้องเป็นผู้ที่สามารถเอา เรื่องที่แจ่มแจ้งอยู่ในตัวแล้ว จะให้คำ ชนะตัวเอง การปฏิเสธตัวเอง ไม่ยอม Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More