ข้อความต้นฉบับในหน้า
AIR
DHAMMAKAYA FOUNDATION:
INTERNATIONAL BUDDHIST CONFERENCE
มนุษย์ต้องหาทางคิดและลงมือทำเพื่อ นำมาประสมประสานเข้ากับความคิด
สื่อสารว่าใช่หรือไม่ใช่ การสื่อสารกัน ความอ่านของโลกสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี
เช่นนี้เป็นลักษณะอย่างหนึ่งของวิชา นอกจากนี้ พระพุทธศาสนายังเข้า
มาเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ด้านฟิสิกส์
คณิตศาสตร์ของบอลล์
ถึงแม้ว่า การใช้สติปัญญาแสวง อีกด้วยกล่าวคือตามกฎปฏิจจสมุปบาท
หาเหตุผลของพระพุทธศาสนาและเทค- ทุกสิ่งย่อมเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน มนุษย์
โนโลยีเบื้องต้น จะเหมือนกันก็ตาม แต่ ย่อมมีสติที่จะผูกพันกับโลกเพื่อแสวงหา
เมื่อคอมพิวเตอร์มีวิธีหาเหตุผลของ ชีวิตที่แท้จริงของตน และทุกสิ่งย่อม
เทคโนโลยีก็แตกต่างออกวิธีของพระพุทธ สัมพันธ์กันแบบคู่ ๆ เช่น ดีหรือชั่ว เป็นต้น
ศาสนาไปบ้าง ทั้งนี้เพราะผู้ใช้คอมพิวเตอร์ สิ่งเหล่านี้ เป็นหลักการพื้นฐานของ
จะต้องแยกตัวออกไปใช้ความคิดตามลำพัง พระพุทธศาสนาที่ทำให้มาเกี่ยวข้องกับ
พระพุทธศาสนามีวิธีหาเหตุด้วยการ ฟิสิกส์ในปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด
วิเคราะห์และใช้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ การค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ใน
เข้าสัมผัส สิ่งนี้จะช่วยเปลี่ยนให้การแสวง คริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ อันได้แก่ หลัก
การหาเหตุผลอย่างโดดเดี่ยวของคนใน กลศาสตร์ควอนตัม” ซึ่งแสดงให้เราเห็น
สังคมเทคโนโลยี กลายมาเป็นการรู้จัก ว่าความรู้แบบปรนัย นับวันจะหมดไป
ตนเอง แทนที่จะแปลกแยกออกจากคน
อื่น ๆ นี่คือสิ่งแรกในบรรดาหลาย ๆ สิ่งที่
พระพุทธศาสนาจะสามารถทำประโยชน์
ให้กับสังคมของเรา แสดงให้เห็นว่า
พระพุทธศาสนาสามารถปรับตัวให้เข้า
กับโลกของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ได้เป็นอย่างดี
อีกจุดหนึ่งที่ทำให้พระพุทธศาสนา
มาบรรจบกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็
แบบ
คือ หลักการเกี่ยวกับเหตุของสิ่งต่าง ๆ
ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในพระพุทธศาสนา
ที่เรียกว่า กฎปฏิจจสมุปบาท ส่วนหลัก
การสำคัญเกี่ยวกับเหตุในวิทยาศาสตร์ก็มี
กฏว่าด้วยเหตุแบบคาร์ทีเซียน
ควอนตัม” และแบบไซเบอร์ดิกส์ ซึ่งเป็น
ทฤษฎีที่พระพุทธศาสนาเห็นด้วยและ
สนับสนุนทั้งทางด้านรูปธรรมและจิตใจ
ตลอดมา ด้วยเหตุนี้ เราจึงมองเห็นได้
อีกครั้งหนึ่งว่า ทัศนะการมองชีวิตตาม
ความเป็นจริงในพระพุทธศาสนาสามารถ
๔๐ กัลยา ณ มิตร