ความจริงของชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 6 หน้า 51
หน้าที่ 51 / 124

สรุปเนื้อหา

ให้สบาย ๆ จนมีความรู้สึกชุ่มชื่นเบิกบาน เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตที่มีอยู่น้อยนิดนี้ ชีวิต นั่นก็คือความตายนั่นเอง ไม่ว่า อยู่ภายใน และไม่ให้มีกระแสความเครียด ได้อย่างไร สิ่งนี้เราควรนำมาครุ่นคิด ชีวิตของใครจะเลิศเลอด้วยลาภยศสรร หลงเหลืออยู่ภายในใจได้เลยแม้สักน้อย พิจารณาให้รอบคอบ เพราะชีวิตของเรา เสริญสุขสักปานใด หรือมีรูปร่างหน้าตา เมื่อกายและใจเบาสบายดีแล้ว ต่อจากนี้ มิใช่ชีวิตนกชีวิตกา หรือเป็นเช่นสวะที่ สวยงามสักเพียงใดก็ตาม ย่อมจะต้อง เราจะได้นึกถึงคำสอนที่เกี่ยวกับชีวิต ที่ ลอยในกระแสน้ำตามยถากรรมจนหา ประสบกับความตายด้วยกันทั้งสิ้น นี่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมอบไว้ให้แก่เรา ประโยชน์อันใดมิได้ แต่เป็นชีวิตที่มีค่า เพื่อที่เราจะได้นำมาปฏิบัติเป็นหนทางนำไป ควรแก่การเอาใจใส่อย่างยิ่ง เมื่อ

หัวข้อประเด็น

- ความจริงของชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ให้สบาย ๆ จนมีความรู้สึกชุ่มชื่นเบิกบาน เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตที่มีอยู่น้อยนิดนี้ ชีวิต นั่นก็คือความตายนั่นเอง ไม่ว่า อยู่ภายใน และไม่ให้มีกระแสความเครียด ได้อย่างไร สิ่งนี้เราควรนำมาครุ่นคิด ชีวิตของใครจะเลิศเลอด้วยลาภยศสรร หลงเหลืออยู่ภายในใจได้เลยแม้สักน้อย พิจารณาให้รอบคอบ เพราะชีวิตของเรา เสริญสุขสักปานใด หรือมีรูปร่างหน้าตา เมื่อกายและใจเบาสบายดีแล้ว ต่อจากนี้ มิใช่ชีวิตนกชีวิตกา หรือเป็นเช่นสวะที่ สวยงามสักเพียงใดก็ตาม ย่อมจะต้อง เราจะได้นึกถึงคำสอนที่เกี่ยวกับชีวิต ที่ ลอยในกระแสน้ำตามยถากรรมจนหา ประสบกับความตายด้วยกันทั้งสิ้น นี่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมอบไว้ให้แก่เรา ประโยชน์อันใดมิได้ แต่เป็นชีวิตที่มีค่า เพื่อที่เราจะได้นำมาปฏิบัติเป็นหนทางนำไป ควรแก่การเอาใจใส่อย่างยิ่ง เมื่อทราบว่าชีวิตเป็นของน้อยแล้ว เป็นความจริงของพุทธวัจนะข้างต้นที่ว่า "ความชรารุกรานไปสู่ความตาย” โดยแท้ - เมื่อเห็นโทษของความชราแล้วว่า พระผู้มีภาคเจ้าจึงทรงสอนให้เราคลาย ความยึดมั่นถือมั่นในโลกามิสทั้งปวงเสีย โลกามิส คือ เหยื่อล่อที่ทำให้ใจติดอยู่ ในโลก จนกระทั่งใจต้องค่อย ๆ ถอย ห่างออกจากแหล่งกำเนิดของความสุข คือ พระนิพพาน เมื่อเป็นเช่นนี้ชีวิตของ เราจะเริ่มเต็มไปด้วยความระทมทุกข์ สู่มรรคผลนิพพาน ในอัคคัญญสูตร ทีฆนิกาย มี พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงยังตรัสเตือนพวก สามารถรุกรานเราไปสู่ความตายได้ พุทธวัจนะสั้น ๆ ที่มีความหมายลึกซึ้ง เราอีกว่า "ความชราคือข้าศึกที่รุกราน อยู่บทหนึ่งว่า "ชีวิตเป็นของน้อย ถูก ชีวิตไปอย่างเงียบ ๆ” ขอให้เราลอง ความชรารุกรานไปอย่างเงียบ ๆ ความชรา พิจารณาดูเถิดว่า นับตั้งแต่วันที่เราเกิด นั้นรุกรานนำไปสู่ความตาย บุคคลใด มาจนกระทั่งถึงบัดนี้ ร่างกายของเรามี พิจารณาเห็นโทษของความตายนั้น ก็ การเปลี่ยนแปลงจากวัยทารก สู่วัยเด็ก ควรจะคลายความยึดมั่น ถือมั่นในโลกามิส วัยหนุ่มสาว วัยกลางคน แล้วก็ย่างเข้า มีใจยินดีในพระนิพพาน” พุทธวัจนะ สู่วัยชรา วันเวลาที่ผ่านไปได้ค่อย ๆ บทนี้มีความหมายว่า ชีวิตมนุษย์แม้จะ นำความเสื่อมโทรมของอวัยวะต่าง ๆ ใน นับตั้งแต่วาระที่เราเกิดมา จนกระทั่งถึง มีอายุยืนถึงหนึ่งร้อยปีก็ตาม ก็ยังนับว่าน้อย ร่างกาย ความเสื่อมทรามของสติปัญญา วันนี้ ใจของเราได้หลงติดอยู่ใน รูป รส ไม่เพียงพอต่อการสร้างความดี ที่เป็นดัง ความไม่สวยงามของผิวพรรณวรรณะ กลิ่น เสียง สัมผัส ทั้งของสิ่งมีชีวิตและ นี้ก็เพราะ เมื่อเราแบ่งเวลาในแต่ละวัน ความไม่มีกำลังกาย ความไม่มีกำลังใจ ไม่มีชีวิตอันได้แก่ คน สัตว์ และสิ่งของ ออกเป็น ๓ ช่วง ๆ ละ ๔ ชั่วโมง ตลอดจนความท้อแท้เบื่อหน่าย เป็นต้น ต่าง ๆ มาแล้วมากมาย ทำให้ใจของ ช่วงแรกจะหมดไปกับการนอนหลับพักผ่อน มาให้เราอยู่ตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้สึกตัว เราค่อย ๆ ถอยห่างออกจากแหล่งกำเนิด ช่วงที่สองจะหมดไปกับการทำงานเพื่อหา ซึ่งเป็นเหตุให้เราไม่สามารถทำความดีได้ ของแสงสว่าง คือ พระนิพพาน ไปสู่ ปัจจัยมาเลี้ยงตนและครอบครัว และ อย่างเต็มที่ และแล้วความชราก็รุกราน ความมืดมิดทุกขณะจิต ส่งผลให้เราเกิด ช่วงสุดท้าย จะหมดไปกับการบริหาร เราอย่างเงียบ ๆ ไปสู่จุดสลายตัวของ ความสะดุ้งหวาดกลัวต่อตัวของเราเอง ขันธ์ห้า อันได้แก่ การทำความสะอาด ร่างกาย การรับประทานอาหาร การ ออกกำลังกาย การพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยการดูโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ และ การพูดคุยกับญาติมิตร เป็นต้น ถ้า สมมุติว่าขณะนี้เรามีอายุได้ ๖๐ ปี ลองเอาเวลาสามช่วงต่อวันมาหาร ก็จะ เป็นเวลาที่เราต้องใช้ไปในการนอนถึง ๒๐ ปี ในการทำงานอีก ๒๐ ปี และใน การปรนนิบัติดูแลร่างกายอันเป็นก้อนทุกข์ นี้อีก ๒๐ ปี รวมเป็นเวลา ๖๐ ปี เท่าอายุของเราพอดี เวลาที่สูญเปล่าไป มากมายเช่นนี้ จะทำให้เรามีเวลา แสวงหาหนทางพระนิพพาน อันเป็น กัลยาณมิตร ๔๙ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More